อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

[288] Sukhassādhigamāyāti jhānasukhassa maggasukhassa balasukhassa ca adhigamāya. Saṃsaṭṭhoti sampayuttacitto. Ariyadhammanti ariyena bhagavatā buddhena desitaṃ dhammaṃ. Suṇātīti satthu sammukhā bhikkhubhikkhunīādīhi vā desiyamānā suṇāti. Yoniso manasikarotīti upāyato pathato kāraṇato aniccanti ādivasena manasikaroti. "yonisomanasikāro nāma upāyamanasikāro pathamanasikāro, anicce aniccanti asubhe asubhanti dukkhe dukkhanti anattani anattāti saccānulomikena vā cittassa āvajjanā anvāvajjanā ābhogo samannāhāro manasikāro, ayaṃ vuccati yoniso manasikāro"ti evaṃvuttayonisomanasikārena kammaṃ ārabhatīti attho.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า ปาโมชฺชํ คือ ปีติและโสมนัสมีกำลัง.

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ปฐโม โอกาสาธิคโม ความว่า ปฐมฌานข่มนิวรณห้า ถือโอกาสของตนดำรงอยู่ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปฐโม โอกาสาธิคโม (การบรรลุโอกาสอันแรก).

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

@4 cha.Ma.,i. jātisampattimeva 5 cha.Ma.,i. vīmaṃsadhurena

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในบทว่า โอฬาริกา นั่น กายสังขารและวจีสังขารยังหยาบ จิตตสังขารจะหยาบอย่างไร. เพราะจิตตสังขารยังไม่ละ. ก็กายสังขารย่อมละด้วยจตุตถฌาน. วจีสังขารละด้วยทุติยฌาน. จิตตสังขารละด้วยนิโรธสมาบัติ. ครั้นกายสังขารและวจีสังขารแม้ละแล้ว จิตตสังขารทั้งหลายนั้นก็ตั้งอยู่ด้วยประการฉะนี้ จึงเป็นโอฬาริกะ เพราะยังละไม่ได้ โดยยึดกายสังขารวจีสังขารที่ละได้แล้ว.

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

@6 cha.Ma.,i. āvaṭṭanā anvāvaṭṭanā 7 cha.Ma.,i. evaṃ vutte yonisomanasikāre Asaṃsaṭṭhoti vatthukāmehipi kilesakāmehipi asaṃsaṭṭho viharati. Uppajjati sukhanti uppajjati paṭhamajjhānasukhaṃ. Sukhā bhiyyo somanassanti samāpattito vuṭṭhitassa jhānasukhapaccayā aparāparaṃ somanassaṃ uppajjati. Pamudāti tuṭṭhākārato dubbalapīti. Pāmojjanti balavapītisomanassaṃ paṭhamo okāsādhigamoti paṭhamajjhānaṃ pañca nīvaraṇāni vikkhambhetvā attano okāsaṃ gahetvā tiṭṭhati, tasmā "paṭhamo okāsādhigamo"ti vuttaṃ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า สุขํ ความว่า ผลสมาบัติสุขอันเกิดแต่จตุถฌาน ซึ่งเกิดแก่ผู้ออกจากนิโรธ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า สุขา ภิยฺโย โสมนสฺสํ ความว่า โสมนัสอื่นๆ แก่ผู้ออกแล้วจากผลสมาบัติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ทุติโย โอกาสาธิคโม ความว่า จตุตถฌานข่มสุขทุกข์ ถือโอกาสตนตั้งอยู่ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ทุติโย โอกาสาธิคโม. ส่วนทุติยฌาน และตติยฌาน ท่านถือเอาแล้วในจตุตถฌานนั่น เพราะฉะนั้น ท่านจึงไม่กล่าวแยกต่างหาก.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในบทว่า อิทํ กุสลํ เป็นต้น มีอรรถาธิบาย ดังนี้. กุสลกรรมบถสิบ ชื่อว่ากุสล.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อกุสลํ ได้แก่อกุศลกรรมบถสิบ. แม้สาวัชชทุกเป็นต้น พึงทราบด้วยสามารถแห่งอกุศลกรรมบถสิบเหล่านั่นเทียว. ก็นั่นทั้งหมดเป็นกัณหะ สุกะ และสปฏิภาค จึงชื่อว่า กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคํ. ก็นิพพานเท่านั้นเป็นอัปปฏิภาค.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อวิชฺชา ปหียติ ความว่า อวิชชา ซึ่งปกปิดวัฏฏะ ย่อมละได้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า วิชฺชา อุปฺปชฺชติ ความว่า อรหัตตมรรควิชา ย่อมเกิดขึ้น.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๔๐๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. ชนวสภสูตร”