อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

[349] Saṃsandatīti kasmā gītasaddassa ceva vīṇāsaddassa ca vaṇṇaṃ kathesi, kiṃ bhagavato tattha sārāgo atthīti, natthi. Chaḷaṅgupekkhāya upekkhako bhagavā etādisesu ṭhānesu, kevalaṃ iṭṭhāniṭṭhaṃ jānāti, na tattha rajjati. Vuttampi cetaṃ "saṃvijjati kho āvuso bhagavato cakkhu, passati bhagavā cakkhunā

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า กำลังเข้าไปฟ้อนอยู่ ได้แก่ กำลังรำอยู่.

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

Saṃvijjati kho āvuso bhagavato sotan"ti ādi. Sace pana vaṇṇaṃ na katheyyaṃ, pañcasikho "okāso me kato"ti na jāneyya, atha sakko "bhagavatā pañcasikhassa okāso na kato"ti devatā gahetvā tato paṭinivatteyya, tato mahājāniko bhaveyya. Vaṇṇe pana kathite "tato bhagavatā pañcasikhassa okāso kato"ti devatāhi saddhiṃ upasaṅkamitvā pañhaṃ pucchitvā visajjanāvasāne asītisahassāhi devatāhi saddhiṃ sotāpattiphale patiṭṭhahissatīti ñatvā vaṇṇaṃ kathesi.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

เล่ากันมาว่า สมัยหนึ่ง นางไปเพื่อต้องการชมงานฟ้อนของท้าวสักกเทวราชกับพวกเทพชั้นจาตุมหาราชิกา. ก็ในขณะนั้น ท้าวสักกะได้ทรงกล่าวสรรเสริญพระคุณตามที่เป็นจริงแปดประการของพระตถาคตเจ้า. ด้วยประการฉะนี้ ก็เป็นอันว่า ในวันนั้น นางก็ได้ไปชมการฟ้อน.

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

Tattha kadā saṃyuḷhāti kadā ganthitā paṇḍitā. Tena kho panāhaṃ bhante samayenāti tena samayena tasmiṃ tumhākaṃ sambodhippattito aṭṭhame sattāhe. Bhaddā nāma suriyavacchasāti nāmato bhaddā sarīrasampattiyā suriyavacchasā. Bhaginīti vohāravacanametaṃ, devadhītāti attho. Parakāminīti paraṃ kāmeti abhikaṅkhati.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า ย่อมเพลิดเพลินต่อกัน ความว่า เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำเป็นต้นว่า ย่อมกลมกลืนแท้ ของเธอ ก็ชื่อว่าทรงเพลิดเพลิน ปัญจสิขะก็ชื่อว่าเพลิดเพลินตอบ เมื่อปัญจสิขะกำลังกล่าวคาถาอยู่ ก็ชื่อว่าเพลิดเพลิน พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ชื่อว่าทรงเพลิดเพลินตอบ.

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

Upanaccantiyāti naccamānāya. Sā kira ekasmiṃ samaye cātummahārājikadevehi saddhiṃ sakkassa devarājassa naccadassanatthāya gatā, tasmiṃ ca khaṇe sakko tathāgatassa aṭṭha yathābhucce vaṇṇe payirudāhāsi. Evaṃ tasmiṃ divase gantvā naccantī assosi.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า ตรัสเรียก คือ ทรงแจ้งให้ทราบ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ได้ทราบมาว่า ท้าวสักกะนั้นได้ทรงมีพระดำริอย่างนี้ว่า เราส่งปัญจสิขะนี้ไปด้วยงานของเรา เขาก็ไปทำงานของตัวเองเสีย เขายืนอยู่ในสำนักพระศาสดาผู้เห็นปานนั้นแล้ว ไปกล่าวถ้อยคำที่ประกอบด้วยกามคุณ ซึ่งเป็นคำที่หาสมควรไม่ ก็ขึ้นชื่อว่าพวกนักฟ้อนเป็นพวกไร้ยางอาย ปัญจสิขะ เมื่อกำลังกล่าวอยู่พึงแสดงอาการที่ปลาดก็ได้ เอาล่ะ เราจะเตือนให้เขารู้งานของเรา เมื่อทรงคิดดังนี้แล้วก็ตรัสเรียกมา.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ก็แล เมื่อเป็นอย่างนี้ พระตถาคตเจ้าทั้งหลาย ดังนี้ อันพวกพระเถระผู้รวบรวมธรรม ตั้งไว้แล้ว. คำว่า กล่าวเพิ่ม คือ กล่าวด้วยการรับ การไหว้ ได้แก่ด้วยคำที่เพิ่มขึ้น. คำว่า อันกล่าวยิ่งแล้ว คือ อันกล่าวด้วยคำที่เพิ่มขึ้น. คำว่า ได้ถึงความกว้างขวาง คือ กลายเป็นเปิดกว้างใหญ่. คำว่า ความมืด ในถ้ำได้หายไป ความสว่างไสวเกิดขึ้นแทน คือ ความมืด โดยปกติของถ้ำนั้นได้หายไป เกิดความสว่างไสวแทน. ทั้งหมดนี้ เป็นคำของพวกท่านผู้รวบรวมธรรม.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า ข้าพระองค์หลีกไปเสียนาน พระพุทธเจ้าข้า ความว่า ข้าพระองค์ใคร่จะเฝ้าตั้งนานแล้ว. อธิบายว่า ข้าพระองค์ใคร่จะเฝ้าจำเดิมแต่นานมาแล้ว.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๕๑๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สักกปัญหสูตร”