อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

Evarūpā upekkhā sevitabbāti evarūpā nekkhammasitaupekkhā sevitabbā. Nekkhammasitaupekkhā nāma "tattha katamā cha nekkhammasitā upekkhā. Rūpānaṃtve aniccataṃ viditvā vipariṇāmaṃ virāgaṃ nirodhaṃ `pubbe ceva rūpā etarahi ca, sabbe te rūpā aniccā, dukkhā vipariṇāmadhammā"ti evametaṃ yathābhūtaṃ sammappaññāya passato uppajjati upekkhā, yā evarūpā upekkhā, rūpaṃ sā ativattati. Tasmā sā upekkhā nekkhammasitāti vuccatī"ti evaṃ chasu dvāresu iṭṭhādiārammaṇe āpāthagate iṭṭhe arajjantassa aniṭṭhe adussantassa asamapekkhanena asammuyhantassa uppannā vipassanāñāṇasampayuttā upekkhā. Apica vedanāsabhāgā tatramajjhattupekkhāpi ettha upekkhāva. Tasmā sevitabbāti ayaṃ nekkhammavasena vipassanāvasena anussativasena paṭhamadutiyatatiyacatutthajjhānavasena upapajjanaupekkhā sevitabbā nāma.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า ไม่พึงเสพอุเบกขาเห็นปานนั้น ความว่า ไม่พึงเสพอุเบกขาที่อาศัยเรือนเห็นปานนั้น. ที่ชื่อว่าอุเบกขาที่อาศัยเรือน ได้แก่อุเบกขาที่อาศัยกามคุณ ซึ่งติดข้อง เกิดขึ้นในกามคุณนั้นเอง เป็นไปล่วงรูปเป็นต้นไม่ได้ เหมือนแมลงวันตอมงบน้ำอ้อย ในอารมณ์ที่น่ารักที่มาสู่คลองในทวารทั้ง ๖ อย่างนี้ คือ ในเวทนาเหล่านั้น อุเบกขาที่อาศัยเรือน ๖ อย่างเป็นไฉน เพราะเห็นรูปด้วยตา อุเบกขาย่อมเกิดขึ้นแก่คนโง่ คนหลง คนมีกิเลสหนา คนเอาแต่ชนะไม่มีขอบเขตไป เอาแต่ชนะไม่เป็นผล มีปกติไม่เห็นโทษ ไม่ได้รับการศึกษา คือเป็นปุถุชน อุเบกขาเห็นปานนี้ใด อุเบกขานั้นก้าวล่วงรูปไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น จึงเรียกอุเบกขานั้นว่าอาศัยเรือน ๕- ดังนี้เป็นต้น. ____________________________ ๕- ม. อุ. สฬายตนวิภงฺคสุตฺต เล่ม ๑๔/ข้อ ๖๒๙

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

Tattha yañce savitakkaṃ savicāranti tāyapi nekkhammasitaupekkhāya ca yaṃ nekkhammavasena vipassanāvasena anussativasena paṭhamajjhānavasena ca uppannaṃ savitakkaṃ savicāraṃ upekkhanti jāneyya. Yañce avitakkaṃ avicāranti yaṃ pana dutiyatatiyajjhānādivasena uppannaṃ avitakkaṃ avicāraṃ upekkhanti jāneyya. Ye avitakke avicāre te paṇītatareti etāsu dvīsu yā avitakkaavicārā, sā paṇītatarāti attho. Iminā kiṃ kathitaṃ hoti.? dvinnaṃ arahattaṃ kathitaṃ. Eko hi bhikkhu savitakkasavicāraupekkhāya vipassanaṃ paṭṭhapetvā ayaṃ upekkhā kiṃnissitāti upadhārento vatthunissitāti pajānāti phassapañcamake vuttanayeneva anukkamena arahatte patiṭṭhāti. Eko avitakkāvicārāya upekkhāya vipassanaṃ paṭṭhapetvā vuttanayeneva arahatte patiṭṭhāti.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า อุเบกขาเห็นปานนี้ อันบุคคลพึงเสพ คือ พึงเสพอุเบกขาที่อาศัยการออกจากเรือนเห็นปานนี้. ที่ชื่อว่า อุเบกขาที่อาศัยการออกจากเรือนได้แก่ อุเบกขาที่ประกอบพร้อมด้วยวิปัสสนาญาณ ซึ่งเกิดแก่บุคคลผู้ไม่ยินดีในอารมณ์ที่น่ารัก ไม่ยินร้ายในอารมณ์ที่ไม่น่ารัก ไม่ลุ่มหลงเพราะขาดการเพ่งพิจารณาในอารมณ์ มีอารมณ์ที่น่ารักเป็นต้น ที่มาสู่คลองในทวารทั้งหกอย่างนี้ คือ ในเวทนาเหล่านั้น อุเบกขาที่อาศัยการออกจากเรือนหกอย่างเป็นไฉน คือ อุเบกขาย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้รู้แจ้ง ความไม่เที่ยงนั้นเอง ความแปรปรวน ความคลาย ความดับของรูป แล้วเห็นรูปนั้นด้วยปัญญาชอบตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า รูปทั้งหลายทั้งในเมื่อก่อน ทั้งในบัดนี้ รูปเหล่านั้นล้วนแต่ไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา อุเบกขาเห็นปานนี้ใด อุเบกขานั้นก้าวล่วงรูปได้ เพราะฉะนั้น อุเบกขานั้นจึงเรียกว่าอาศัยการออกจากเรือน ๖- ดังนี้เป็นต้น. ____________________________ ๖- ม. อุ. สฬายตนวิภงฺคสุตฺต เล่ม ๑๔/ข้อ ๖๓๐

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อีกอย่างหนึ่ง แม้อุเบกขาที่เป็นกลางในอารมณ์นั้นๆ มีส่วนเสมอกันกับเวทนา ก็จัดเป็นอุเบกขาในที่นี้ได้เหมือนกัน.

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

@3 cha.Ma. anussatiṭṭhānavasena 4 cha.Ma., i. pajānātīti

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า เพราะฉะนั้นพึงเสพ ความว่า พึงเสพอุเบกขาที่เกิดด้วยอำนาจการออกจากเรือนด้วยอำนาจวิปัสสนา ด้วยอำนาจการตามระลึกถึง ด้วยอำนาจฌานที่หนึ่ง ที่สอง ที่สามและที่สี่นี้ไว้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในคำเหล่านั้นคำว่า ถ้าอุเบกขาใดยังมีความตรึกยังมีความตรอง คือ แม้ในอุเบกขาที่อาศัยการออกจากเรือนนั้น ก็พึงทราบว่า อุเบกขายังมีความตรึก ยังมีความตรองซึ่งเกิดขึ้นด้วยอำนาจการออกจากเรือน ด้วยอำนาจวิปัสสนา ด้วยอำนาจการตามระลึกถึงและด้วยอำนาจฌานที่หนึ่งใด.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า ใด ถ้าไม่มีความตรึก ไม่มีความตรอง คือ ก็พึงทราบว่าอุเบกขาที่ไม่มีความตรึก ไม่มีความตรอง ซึ่งเกิดขึ้นด้วยอำนาจฌานที่สองและที่สามเป็นต้นใด.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า เหล่าใดไม่มีความตรึกไม่มีความตรอง ความว่า ในอุเบกขาทั้งสองเหล่านี้ อุเบกขาที่ไม่มีความตรึกและไม่มีความตรองนั้นประณีตกว่า.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ด้วยคำนี้ เป็นอันท่านกล่าวถึงอะไร กล่าวถึงอรหัตตผลของสองท่าน.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๕๕๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สักกปัญหสูตร”