อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

attano ānubhāvena tiṭṭhe vā yadi vā vaje"ti.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ดูก่อนอัคคิเวสสนะ อริยสาวกสดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมหน่ายแม้ในสุขเวทนา แม้ในทุกขเวทนา แม้ในอทุกขมสุขเวทนา เมื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นย่อมหยั่งรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ย่อมรู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำก็ทำเสร็จแล้ว กิจอย่างอื่นเพื่อเป็นอย่างนี้ไม่มีอีกดังนี้. เวทนาที่เป็นสามิสและนิรามิส

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

Tasmā evaṃ hetupaccayavaseneva pavattāni gamanādīni sallakkhento esa "gacchanto vā gacchāmīti pajānāti, ṭhito vā nisinno vā sayāno vā sayānomhīti pajānātī"ti veditabbo.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

จะวินิจฉัยในข้อว่า สามิสํ วา สุขํ หรือสุขเวทนาที่มีอามิส เป็นต้น

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

Yathā yathā vā panassa kāyo paṇihito hoti, tathā tathā nampajānātīti sabbasaṅgāhikavacanametaṃ. Idi vuttaṃ hoti:- yena yena vā ākārenassa kāyo ṭhito hoti, tena tena naṃ pajānāti. Gamanākārena ṭhitaṃ gacchāmīti pajānāti. Ṭhānanisajjāsayanākārena ṭhitaṃ sayānomhīti pajānātīti.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

โสมนัสสเวทนาอาศัยอามิสคือกามคุณ ๕ อาศัยเรือน ๖ ชื่อว่าสามิสสุขเวทนา

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

โสมนัสสเวทนาอาศัยเนกขัมมะ ๖ ชื่อว่านิรามิสสุขเวทนา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

โทมนัสสเวทนาอาศัยเรือน ๖ ชื่อว่าสามิสทุกขเวทนา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

โทมนัสสเวทนาอาศัยเนกขัมมะ ๖ ชื่อว่านิรามิสทุกขเวทนา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อุเบกขาเวทนาอาศัยเรือน ๖ ชื่อว่าสามิสอทุกขมสุขเวทนา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อุเบกขาอันอาศัยเนกขัมมะ ๖ ชื่อว่านิรามิสอทุกขมสุขเวทนา.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อนึ่ง การจำแนกเวทนาแม้เหล่านั้นท่านกล่าวไว้ในสักกปัญหสูตรแล้วแล. เวทนาในเวทนานอก

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ข้อว่า อิติ อชฺฌตฺตํ วา หรือภายใน ความว่า พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายของตน ในเวทนาทั้งหลายของคนอื่น หรือในเวทนาทั้งหลายของตนตามกาล ของคนอื่นตามกาล ด้วยการกำหนดสุขเวทนาเป็นต้น อย่างนี้อยู่.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๖๑๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. มหาสติปัฏฐานสูตร”