ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@สัสสตทิฏฐิ (ที.ปา.อ. ๓๐๕/๑๘๒)

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ก็บทนี้ว่า ผัสสะ มีนามรูปเป็นปัจจัย เพราะเมื่อกล่าวว่ามีสฬายตนะเป็นปัจจัย เป็นอันรับสัมผัสอันเป็นผล ๖ มีจักษุสัมผัสเป็นต้น แต่ในที่นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระประสงค์จะแสดงความวิเศษของปัจจัยที่เกิดขึ้นรับบ้าง ไม่รับบ้าง ด้วยบทนี้ว่า มีสฬายตนะเป็นปัจจัย ดังนี้ และปัจจัยอันวิเศษ แม้อย่างอื่นของผัสสะ มากเกินกว่าสฬายตนะ ฉะนั้น พึงทราบว่าพระองค์ตรัสไว้แล้ว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๓ วิภวตัณหา (ความทะยานอยากในวิภพ) ในที่นี้หมายถึงราคะที่ประกอบด้วยอุจเฉททิฏฐิ (ที.ปา.อ. ๓๐๕/๑๘๒)

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ถามว่า ก็ด้วยวาระนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอะไรไว้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๔ ธรรม ๒ อย่างนี้ ทั้ง ๒ ส่วน ในที่นี้หมายถึงตัณหา ๒ ประการ ได้แก่ (๑) วัฏฏมูลตัณหา ตัณหาที่เป็นมูล

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ตอบว่า ตรัสเหตุแห่งปัจจัยทั้งหลายไว้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@ในวัฏฏะ หมายถึงตัณหาที่เป็นปัจจัยของอุปาทาน (๒) สมุทาจารตัณหา ตัณหาที่ฟุ้งขึ้น หมายถึงตัณหา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

จริงอยู่ พระสูตรนี้ท่านกล่าวว่า มหานิทาน เพราะกระทำปัจจัยทั้งหลาย ให้ไม่มีปัจจัย ไม่ให้มีความพัวพัน ไม่ให้มีกอแล้ว จึงกล่าวไว้ บัดนี้ เพื่อจะทรงแสดงความเป็นปัจจัยเหล่านั้น เป็นปัจจัยแท้จริง ไม่เป็นอย่างอื่น จึงตรัสคำเป็นอาทิว่า ชราและมรณะ มีชาติเป็นปัจจัย เรากล่าวอธิบายคำนี้ไว้ด้วยประการดังนี้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในบทเหล่านั้น บทว่า ปริยาเยน คือ โดยเหตุ. บทว่า สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ (ทั่วทุกหนแห่ง) ทั้งสองบทนี้เป็นนิบาต อธิบายบทนั้นว่า ผิว่า ชื่อว่าชาติทั้งหมด ไม่พึงมีโดยอาการทั้งหมด ไม่พึงมีโดยสภาวะทั้งหมดดังนี้ แม้ในภพเป็นต้น พึงทราบโดยนัยนี้แล.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๖๑

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหานิทานสูตร”