ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. เมื่อไม่บัญญัติอัตตามีขนาดไม่จำกัด มีรูป ย่อมไม่บัญญัติว่า ‘อัตตาของเรามีขนาดไม่จำกัด มีรูป’
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ถามว่า ก็พวกไหนไม่บัญญัติ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. เมื่อไม่บัญญัติอัตตาที่มีขนาดจำกัด ไม่มีรูป ย่อมไม่บัญญัติว่า ‘อัตตาของเรามีขนาดจำกัด ไม่มีรูป’
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ตอบว่า โดยที่แท้พระอริยบุคคลทั้งหมดเท่านั้นไม่บัญญัติ อนึ่ง พระอริยบุคคลผู้ที่เป็นพหูสูตรทรง ๓ ปิฏก ๒ ปิฏก ๑ ปิฏก โดยที่สุดวินิจฉัยแม้นิกายเดียวด้วยดี บุคคลผู้แสดงธรรมตามที่ได้เรียนบ้าง ผู้ปรารภวิปัสสนาบ้าง ย่อมไม่บัญญัติ เพราะท่านเหล่านั้นมีสัญญาอยู่ว่า กสิณที่มีส่วนเปรียบเทียบในกสิณที่มีส่วนเปรียบเทียบดังนี้.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. เมื่อไม่บัญญัติอัตตาที่มีขนาดไม่จำกัด ไม่มีรูป ย่อมไม่บัญญัติว่า ‘อัตตาของเรา มีขนาดไม่จำกัด ไม่มีรูป’
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อธิบายว่า อรูปขันธ์ในอรูปขันธ์นั้นแล. อตฺตสมนุปสฺสนาวณฺณน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๑๒๐] ในความเห็น ๔ อย่างนั้น บุคคลเมื่อไม่บัญญัติอัตตามีขนาดจำกัด มีรูป ย่อมไม่บัญญัติว่ามีอยู่เฉพาะในชาตินี้ หรือไม่บัญญัติว่าเป็นสภาพมีอยู่ตลอดกาล หรือไม่มีความเห็นว่า ‘เราจักทำอัตตาที่มีสภาพไม่เที่ยง ที่มีอยู่ ให้สำเร็จเป็น สภาพเที่ยง’ การลงความเห็นว่าอัตตาที่มีอยู่มีขนาดจำกัด มีรูป ย่อมไม่ติดตามมา ด้วยอาการอย่างนี้ ฉะนั้น จึงควรกล่าวไว้
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงถึงผู้ที่ไม่บัญญัติอย่างนี้แล้ว
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บัดนี้ เพราะผู้ที่พิจารณาเห็นด้วยอำนาจทิฐิย่อมบัญญัติ ก็การพิจารณาเห็นนี้นั้นย่อมมีได้ เพราะยังไม่ละสักกายทิฐิมีวัตถุ ๒๐ ฉะนั้น เพื่อทรงแสดงถึงสักกายทิฐิมีวัตถุ ๒๐ นั้น จึงตรัสอีกว่า กิตฺตาวตา จ อานนฺท ดังนี้เป็นต้น.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที