ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พวกอสูรกาลกัญชะมีร่างน่ากลัวมาก พวกอสูรทานเวฆสะ อสูรเวปจิตติ อสูรสุจิตติ อสูรปหาราทะ และพญามารนมุจีก็มาด้วย

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ถึงแม้ท้าวสักกะ วาสวะปุรินททะ ผู้ประเสริฐกว่าพวกวสุ ก็มา คือ วาสวะ คือ พระองค์ใดที่เรียกว่า สักกะและปุรินททะ ผู้ประเสริฐกว่าวสุเทพทั้งหลาย แม้ท้าววาสวะนั้น ก็เสด็จมา.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บุตรของพลิอสูร ๑๐๐ ตนที่ชื่อว่าเวโรจนะ ทุกตนต่างสวมเกราะเข้มแข็งเข้าไปใกล้ราหูจอมอสูร แล้วกล่าวว่า ‘ขอความเจริญจงมีแก่ท่าน บัดนี้ ถึงเวลาที่ท่านควรเข้าไป สู่ป่าที่ประชุมของภิกษุทั้งหลาย’

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า พวกเทพ ๑๐ เหล่านี้ คือพวกเทพ ๑๐ เหล่านี้ มาแล้วโดยส่วน ๑๐. บทว่า ล้วนแต่มีผิวพรรณแตกต่างกัน คือ มีผิวพรรณต่างๆ กันด้วยสามารถสีเขียวเป็นต้น.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๔๐] เวลานั้น เทพ (๑๐ หมู่) คือ อาโป ปฐวี เตโช วาโย วรุณะ วารุณะ โสมะ ยสสะ เมตตาและกรุณา ๑- เป็นผู้มียศก็มาด้วย

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ต่อมา พวกสหภูเทพก็มา คือ ลำดับต่อมา พวกเทวดาชื่อสหภูก็มา.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เทพทั้ง ๑๐ หมู่นี้แบ่งเป็น ๑๐ พวก ทั้งหมดล้วนมีผิวพรรณหลายหลาก มีฤทธิ์ มีความรุ่งเรือง มีผิวพรรณงดงาม มียศ ต่างยินดีมุ่งมายังป่าที่ประชุมของภิกษุทั้งหลาย

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ชลมคฺคิสิขาริว คือ รุ่งเรืองอยู่ดุจเปลวไฟ. ท่านกล่าวว่า บทว่า รุ่งเรืองดุจเปลวเพลิงนี้ เป็นชื่อของเทพเหล่านั้น ดังนี้ก็มี.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า พวกอริฏฐกะ และพวกโรชะ คือ พวกอริฏฐกเทพ และพวกโรชเทพ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า มีรัศมีเหมือนดอกผักตบ คือ พวกเทวดาเหล่านั้น ชื่อว่าพวกเทพดอกผักตบ. เพราะว่า แสงตัวเทวดาเหล่านั้นเหมือนกับดอกผักตบ ฉะนั้น จึงเรียกว่า อุมฺมาปุปฺผนิภาสี - มีรัศมีเหมือนดอกฝักตบ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๖๗๘

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. มหาสมัยสูตร”