บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๓๐] อิเมหิ โข อยํ เทว กุมาโร ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต เยหิ สมนฺนาคตสฺส มหาปุริสสฺส เทฺว ว คติโย ภวนฺติ อนญฺญา สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ ราชา โหติ จกฺกวตฺติ ธมฺมิโก ธมฺมราชา จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชนปทฏฺฐาวริยปฺปตฺโต สตฺตรตนสมนฺนาคโต ตสฺสิมานิ สตฺตรตนานิ ภวนฺติ เสยฺยถีทํ จกฺกรตนํ หตฺถิรตนํ อสฺสรตนํ มณิรตนํ อิตฺถีรตนํ คหปติรตนํ ปรินายกรตนเมว สตฺตมํ ปโรสหสฺสํ โข ปนสฺส ปุตฺตา ภวนฺติ สูรา วีรงฺครูปา ปรเสนปฺปมทฺทนา โส อิมํ ปฐวึ สาครปริยนฺตํ อทณฺเฑน อสตฺเถน ธมฺเมน สเมน อภิวิชิย อชฺฌาวสติ สเจ โข ปน อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก วิวฏจฺฉโท โหติ ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า มุทุ ความว่า พระอุณณาโลมเช่นกับไยฝ้ายที่ชี ๑- ได้ ๑๐๐ ครั้ง ซึ่งเขาใส่ลงไปในเนยใสตั้งไว้.
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๓๑] อถโข ภิกฺขเว พนฺธุมา ราชา เนมิตฺเต พฺราหฺมเณ อหเตหิ วตฺเถหิ อจฺฉาเทตฺวา ๑ สพฺพกาเมหิ สนฺตปฺเปสิ ฯ อถโข ภิกฺขเว พนฺธุมา ราชา วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ธาติโย อุปฏฺฐาเปสิ ฯ อญฺญา ขีรํ ปาเยนฺติ อญฺญา นฺหาเปนฺติ ๒ อญฺญา ธาเรนฺติ อญฺญา องฺเกน ปริหรนฺติ ฯ ชาตสฺส โข ปน ภิกฺขเว วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส เสตจฺฉตฺตํ ธารยิตฺถ ทิวา เจว รตฺตึ จ มา นํ สีตํ วา อุณฺหํ วา ติณํ วา รโช วา อุสฺสาโว วาติ ฯ ชาโต โข ปน ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร พหุโน ชนสฺส ปิโย อโหสิ มนาโป ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว อุปฺปลํ วา ปทุมํ วา ปุณฺฑรีกํ วา พหุโน ชนสฺส ปิยํ มนาปํ เอวเมว โข ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร พหุโน ชนสฺส ปิโย อโหสิ มนาโป ฯ สฺวาสฺสุทํ องฺเกเนว องฺกํ ปริหริยติ ฯ ชาโต โข ปน ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร มญฺชุสฺสโร จ อโหสิ วคฺคุสฺสโร จ มธุรสฺสโร จ เปมนียสฺสโร จ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว หิมวนฺเต ปพฺพเต กรวิกา นาม สกุณชาติ มญฺชุสฺสรา จ วคฺคุสฺสรา จ มธุรสฺสรา จ เปมนียสฺสรา จ เอวเมว โข ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร มญฺชุสฺสโร จ อโหสิ วคฺคุสฺสโร จ มธุรสฺสโร จ เปมนียสฺสโร จ ฯ ชาตสฺส โข ปน ภิกฺขเว วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส กมฺมวิปากชํ ทิพฺพจกฺขุํ ปาตุรโหสิ เยน ทูรํ ๓ สมนฺตา โยชนํ ปสฺสติ ทิวา เจว รตฺตึ จ ฯ ชาโต โข ปน ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร อนิมฺมิสฺสนฺโต ๔ เปกฺขติ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เทวตา ๕ ตาวตึสา อนิมฺมิสฺสนฺตา ๔ เปกฺขนฺติ เอวเมว โข ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร อนิมฺมิสฺสนฺโต ๔ เปกฺขติ ๖ ฯ ชาตสฺส โข ปน ภิกฺขเว วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส วิปสฺสีเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ อถโข ภิกฺขเว พนฺธุมา ราชา อฏฺฏกรเณ ๘ นิสินฺโน วิปสฺสึ กุมารํ องฺเก นิสีทาเปตฺวา อฏฺเฏ ๙ อนุสาสติ ฯ ตตฺร สุทํ ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร ปิตุ องฺเก นิสินฺโน วิเจยฺย วิเจยฺย อตฺเถ ปนายติ ญาเณน ๑๐ ฯ วิเจยฺย วิเจยฺย กุมาโร อฏฺเฏ ปนายติ ญาเณนาติ ฯ อถโข ภิกฺขเว วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ภิยฺโยโส มตฺตาย วิปสฺสีเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ อถโข ภิกฺขเว พนฺธุมา ราชา วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ตโย ปาสาเท การาเปสิ เอกํ วสฺสิกํ เอกํ เหมนฺติกํ เอกํ คิมฺหิกํ ปญฺจกามคุณานิ อุปฏฺฐาเปสิ ฯ ตตฺร สุทํ ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร วสฺสิเก ปาสาเท จตฺตาโร มาเส นิปฺปุริเสหิ ตุริเยหิ ปริจารยมาโน น เหฏฺฐาปาสาทํ โอโรหตีติ ฯ ปฐมภาณวารํ ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ตูลสนฺนิภา คือ เสมอด้วยนุ่นไม้งิ้วและนุ่นเคลือ. นี้เป็นข้อเปรียบเพราะความขาวของนุ่น. ก็เมื่อจับปลายเส้นพระโลมาแล้วดึงออกจะได้ประมาณครึ่งพระพาหา ครั้นปล่อยเส้นพระโลมาก็จะม้วนเป็นทักษิณาวัฏมีปลายในเบื้องบนตั้งอยู่ พระอุณณาโลมนั้นย่อมรุ่งเรืองไปด้วยสิริ เป็นที่จับใจยิ่งนักดุจฟองน้ำเงินตั้งอยู่ ณ ท่ามกลางแผ่นกระดานทอง ดุจสายน้ำนมไหลออกจากหม้อทองและดุจดาวประกายพฤกษ์บนท้องฟ้าย้อมด้วยแสงอรุณ. ____________________________ ๑- ชี หมายถึงทำสิ่งของที่เป็นปุย เช่น สำลีให้กระจายออก
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อุณฺหีสสีโส นี้ท่านกล่าวอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ อย่าง คือ ความที่พระนลาฏบริบูรณ์และความที่พระเศียรบริบูรณ์. อธิบายว่า เพราะว่าพื้นพระมังสะของพระมหาบุรุษนูนขึ้นตั้งแต่หมวกพระกรรณเบื้องขวาปกพระนลาฏทั้งสิ้นเต็มบริบูรณ์ไปจดหมวกพระกรรณเบื้องซ้าย. งดงามเหมือนแผ่นอุณหิสเครื่องประดับของพระราชา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ได้ยินว่า ชนทั้งหลายเห็นลักษณะนี้ของพระมหาบุรุษได้กระทำทำแผ่นพระอุณหิสสำหรับพระราชาทั้งหลาย. นี้เป็นใจความข้อหนึ่งก่อน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ก็ชนเหล่าอื่นมีศีรษะไม่บริบูรณ์. บางคนมีศีรษะเหมือนลิง บางคนมีศีรษะเหมือนผลไม้ บางคนมีศีรษะเหมือนช้าง บางคนมีศีรษะเหมือนหม้อ บางคนมีศีรษะเหมือนเงื้อมภูเขา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
แต่พระมหาบุรุษมีพระเศียรเช่นกับฟองน้ำบริบูรณ์ดีดุจม้วนด้วยปลายเข็มตั้งไว้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ในสองนัยนั้น ในนัยแรก พระกุมารมีพระเศียรดุจพระเศียรประดับด้วยกรอบพระพักตร์ เพราะเหตุนั้น พระกุมารจึงชื่อว่ามีพระเศียรดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ในนัยที่สอง พระกุมารมีพระเศียรเป็นปริมณฑลในที่ทั้งปวงดุจอุณหีส เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่ามีพระเศียรเป็นปริมณฑลดุจอุณหีส. วิปสฺสีสมญฺญาวณฺณนา
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า สพฺพกาเมหิ นี้ ท่านกล่าวเหมือนว่า พระราชาพันธุมะให้พวกพราหมณ์ดูลักษณะแล้วเลี้ยงดูในภายหลัง แต่ไม่ควรเห็นอย่างนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พึงทราบว่า พระราชาพันธุมะโปรดเลี้ยงดูพวกพราหมณ์พยากรณ์ จนอิ่มหนำก่อนแล้วจึงให้ตรวจลักษณะภายหลัง. ความพิสดารของเรื่องนั้น ท่านกล่าวไว้แล้วในการก้าวลงสู่พระครรภ์.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ปาเยนฺติ คือ ให้ดื่มน้ำนม.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ได้ยินว่า พระราชาพันธุมะโปรดให้นางนม ๖๐ นาง ปรุงน้ำนมมีรสหวานปราศจากโทษบำรุงพระโพธิสัตว์. แม้นางนมที่เหลือล้วนเป็นผู้ฉลาดในการงานนั้นๆ ก็แผนกละหกสิบเหมือนกัน. โปรดให้ชาย ๖๐ คนทำหน้าที่รับใช้นางนมเหล่านั้น. โปรดให้ตั้งอมาตย์ ๖๐ คนคอยดูการกระทำและไม่กระทำของชายนั้นๆ. ด้วยประการฉะนี้ ได้มีแก่อุปฐาก ๓๖๐ คน คือของหญิง ๒๔๐ คน ของชาย ๑๒๐ คน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เสตจฺฉตฺตํ คือ ทิพยเศวตฉัตร. ก็ทิพยเศวตฉัตรเป็นของที่ตระกูลให้ตั้งอยู่ในห้องสิรินั้นแล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พึงทราบความว่า อย่าครอบงำเลย ในบทเป็นต้นว่า มา นํ สีตํ วา ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า สฺวาสฺสุสุทํ ตัดบทเป็น โส อสฺสุ สฺทํ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า องฺเกเนว องฺกํ ความว่า พระกุมารนั้นอันบุคคลผลัดเปลี่ยนกันอุ้มผลัดเปลี่ยนกันแบก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ปริหริยติ ความว่า นำไป คืออุ้มไป.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า มญฺชุสฺสโร คือ พระกุมารมีพระสุรเสียงไม่กระด้าง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า วคฺคุสฺสโร คือ พระกุมารมีพระสุรเสียงเต็มไปด้วยความฉลาด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า มธุรสฺสโร คือ พระกุมารมีพระสุรเสียงน่าพอใจ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เปมนียสฺสโร คือ พระกุมารมีพระสุรเสียงทำให้เกิดความรัก. ข้อนี้เป็นอธิบายในบทนั้น เพราะนกการเวกมีเสียงเพราะ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ได้ยินมาว่า เมื่อนกการเวกจิกมะม่วงสุกมีรสอร่อยด้วยจะงอยปาก แล้วดื่มรสที่ไหลออกมาแล้วกระพือปีกร้อง บรรดาสัตว์ ๔ เท้า เริ่มเยื้องย่างเหมือนเมา. บรรดาสัตว์ ๔ เท้า แม้กำลังหาอาหารก็ทิ้งหญ้าที่เข้าไปในปากฟังเสียงนั้น. บรรดาเนื้อร้ายที่กำลังติดตามพวกเนื้อน้อยๆ ก็ไม่วางเท้าที่ยกขึ้นยืนนิ่งอยู่. และบรรดาเนื้อที่ถูกติดตามก็ละความกลัวตายยืนนิ่ง. แม้บรรดานกกำลังบินไปบนอากาศก็เหยียดปีกหยุดฟังเสียง. แม้บรรดาปลาในน้ำกระดิกแผ่นหูหยุดฟังเสียงนั้น. นกการเวกมีเสียงเพราะถึงอย่างนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
แม้พระนางอสันธิมิตตาพระเทวีของพระเจ้าธรรมาโศกราช ก็ยังตรัสถามพระสงฆ์ว่า พระคุณเจ้า เสียงของใครๆ เช่นกับเสียงของพระพุทธเจ้ายังมีอยู่หรือหนอ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พระสงฆ์ถวายพระพรว่า ถวายพระพร มีเสียงของนกการเวก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พระคุณเจ้า นกเหล่านั้นอยู่ที่ไหนเจ้าคะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ถวายพระพรว่า อยู่ในป่าหิมพานต์.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พระเทวีทูลพระราชาว่า ข้าแต่เทวะ หม่อมฉันประสงค์จะเห็นนกการเวก เพคะ. พระราชาทรงอธิษฐานว่า นกการเวกจงมาเกาะในกรงนี้แล้วปล่อยกรงทองไป. กรงทองได้ไปตั้งอยู่ข้างหน้านกการเวกตัวหนึ่ง. นกการเวกนั้นคิดว่า กรงทองมาตามพระดำรัสสั่งของพระราชา ไม่อาจขัดขืนได้แล้วจับเฉยอยู่ ณ ที่นั้น. กรงทองได้มาตั้งอยู่เบื้องพระพักตร์ของพระราชา อำมาตย์ทั้งหลายไม่สามารถให้นกการเวกทำเสียงได้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ลำดับนั้น พระราชาตรัสว่า ดูก่อนพระนายทั้งหลาย นกการเวกเหล่านี้ทำเสียงอย่างไร. พวกอมาตย์กราบทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ นกการเวกเหล่านี้เห็นพวกญาติจึงจะทำเสียง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที