บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๔๒] ปุริมญฺจ ทิสํ ราชา ธตรฏฺโฐ ปสาสติ คนฺธพฺพานํ อาธิปติ มหาราชา ยสสฺสิ โส ฯ ปุตฺตาปิ ตสฺส พหโว อินฺทนามา มหพฺพลา ๒ อิทฺธิมนฺโต ชุติมนฺโต วณฺณวนฺโต ยสสฺสิโน โมทมานา อภิกฺกามม ภิกฺขูนํ สมิตึ วนํ ฯ ทกฺขิณญฺจ ทิสํ ราชา วิรูโฬฺห ตปฺปสาสติ ๓ กุมฺภณฺฑานํ อาธิปติ มหาราชา ยสสฺสิ โส ฯ ปุตฺตาปิ ตสฺส พหโว อินฺทนามา มหพฺพลา อิทฺธิมนฺโต ชุติมนฺโต วณฺณวนฺโต ยสสฺสิโน โมทมานา อภิกฺกามม ภิกฺขูนํ สมิตึ วนํ ฯ ปจฺฉิมญฺจ ทิสํ ราชา วิรูปกฺโข ปสาสติ นาคานํ อาธิปติ มหาราชา ยสสฺสิ โส ฯ ปุตฺตาปิ ตสฺส พหโว อินฺทนามา มหพฺพลา อิทฺธิมนฺโต ชุติมนฺโต วณฺณวนฺโต ยสสฺสิโน โมทมานา อภิกฺกามม ภิกฺขูนํ สมิตึ วนํ ฯ อุตฺตรญฺจ ทิสํ ราชา กุเวโร ตปฺปสาสติ ยกฺขานํ อาธิปติ มหาราชา ยสสฺสิ โส ฯ ปุตฺตาปิ ตสฺส พหโว อินฺทนามา พหพฺพลา อิทฺธิมนฺโต ชุติมนฺโต วณฺณวนฺโต ยสสฺสิโน โมทนานา อภิกฺกามม ภิกฺขูนํ สมิตึ วนํ ฯ ปุริมทิสํ ธตรฏฺโฐ ทกฺขิเณน วิรูฬฺหโก ปจฺฉิเมน วิรูปกฺโข กุเวโร อุตฺตรํ ทิสํ จตฺตาโร เต มหาราชา สมนฺตา จตุโร ทิสา ททฺทลฺลมานา ๑ อฏฺฐํสุ วเน กาปิลวตฺถเว ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ก็คำอธิบายมีอย่างนี้ว่า มาจากจักรวาลโดยรอบ ยังทิศทั้ง ๔ ให้รุ่งเรืองอย่างดี ประทับอยู่เหมือนกองไฟบนยอดเขา. ก็ท่านเหล่านั้น ทรงหมายเอาป่าใกล้กรุงกบิลพัสดุ์เท่านั้นแล้วจึงมาเพราะเหตุใด เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสถึงพวกท่านว่าเป็นผู้ยังจักรวาลให้เต็มเท่าๆ กันด้วยจักรวาล แล้วประทับที่ป่าใกล้กรุงกบิลพัสดุ์ ดังนี้.
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๔๓] เตสํ มายาวิโน ทาสา อาคู ๒ วญฺจนิกา สฐา มายา กุเฏณฺฑุ เวเฏณฺฑุ ๓ วิฏู ๔ จ วิฏุโฏ ๕ สห จนฺทโน กามเสฏฺโฐ จ กินฺนุฆณฺฑุ ๖ นิฆณฺฑุ จ ฯ ปนาโท โอปมญฺโญ จ เทวสุโต จ มาตลิ จิตฺตเสโน จ คนฺธพฺโพ นโฬราชา ชโนสโภ ๗ อาคู ๘ ปญฺจสิโข เจว ติมฺพรู สุริยวจฺฉสา ๙ ฯ เอเต จญฺเญ จ ราชาโน คนฺธพฺพา สห ราชุภิ โมทมานา อภิกฺกามม ภิกฺขูนํ สมิตึ วนํ ฯ อถาคู ๑๐ นาภสา นาคา เวสาลา สห ตจฺฉกา กมฺพลสฺสตรา อาคู ปายาคา สห ญาติภิ ยามุนา ธตรฏฺฐา จ อาคู นาคา ยสสฺสิโน เอราวโณ มหานาโค โสปาค สมิตึ วนํ ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกบ่าวของมหาราชทั้ง ๔ พระองค์นั้น มีมารยา ล่อลวง โอ้อวดก็มา ความว่า มหาราชเหล่านั้นทรงมีทาสที่ประพฤติคดโกง ประกอบด้วยเจ้าเล่ห์ ซึ่งมีการปกปิดความชั่วที่กระทำไว้เป็นลักษณะ เป็นพวก ที่เรียกว่าผู้ล่อลวง เพราะหลอกลวงโลกด้วยการหลอกลวงทั้งต่อหน้าและลับหลัง และพวกที่เรียกว่าผู้โอ้อวด เพราะประกอบด้วยความฉ้อฉลและโอ้อวด แม้พวกเหล่านั้นก็มา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เป็นเจ้าเล่ห์ คือ กุเฏณฑุ เวเฏณฑุ วิฏุ วิฏุฏะ คือ บ่าวแม้ทั้งหมดนั้น ล้วนแต่เป็นผู้กระทำมารยาทั้งนั้น ก็ในพวกทำมารยานี้โดยชื่อ ก็มี กุเฏณฑุ ๑ วิเฏณฑุ ๑. ส่วนในบาลีท่านเขียนว่า เวเฏณฺฑุ (ต่อไปก็เป็น) วิฏุ ๑ วิฏุฏะ ๑.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า กับ คือ แม้วิฏุฏะนั้นก็มากับพวกเหล่านั้นเหมือนกัน. (ถัดไปก็มี) จันทน์ ๑ กามเศรษฐ์ ๑ กินนุฆัณฑุ ๑ นิฆัณฑุ ๑ กินนุฆัณฑะอีกผู้หนึ่ง ๑. แต่ในบาลีเขียนเป็น กินฺนุฆณฺทุ. ชื่อนิฆัณฑุอื่น ก็ชื่อนิฆัณฺฑุด้วย. (=นิฆัณฑุมีสองตน) พวกบ่าวมี (๑๐ ตน) เท่านี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ส่วนพวกอื่นจากนี้ก็ได้แก่เทวราชเหล่านี้ คือ :-
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ปนาทะ ๑ โอปมัญญะ ๑ เทวสูตะ ๑ มาตลี ๑
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
จิตตเสนะ ๑ คนธรรพ์ ๑ นโฬราชะ ๑ ชโนสภะ ๑
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ปัญจสิขะ ๑ ติมพรู ๑ สุริยวัจฉสา ๑ ก็มาแล้ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เทวสูตะ คือ เทวสารถี. บทว่า จิตตเสนะ คือ แยกออกเป็นเทวราชได้ ๓ องค์ จิตตะ ๑ เสนะ ๑ จิตตเสนะ ๑.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า คนธรรพ์ ก็ได้แก่ จิตตเสนะ อันเป็นพวกคนธรรพ์นี้. ไม่ใช่แต่จิตตเสนะนี้เท่านั้น ถึงปนาทะเป็นต้นทั้งหมดนี้ ก็เป็นคนธรรพ์ทั้งนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า นโฬราชะ ได้แก่ เทพองค์หนึ่งชื่อนฬการเทวบุตร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ชโนสภะ คือ เทวบุตรชื่อชนวสภะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า และปัญจสิขะก็มาเหมือนกัน คือ ปัญจสิขะเทวบุตรนั่นเทียวก็มา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ติมพรู คือ คนธรรพเทวราช. บทว่า สุริยวัจฉสา ได้แก่ ลูกสาวของท้าวติมพรูนั่นเอง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เทพเหล่านี้ และคนธรรพ์ผู้เป็นราชาเหล่าอื่นพร้อมกับเหล่าราชา คือ เทพเหล่านี้ เหล่าพญาคนธรรพ์ที่กล่าวด้วยอำนาจพระนาม และคนธรรพ์จำนวนมากเหล่าอื่นพร้อมกับพระราชาเหล่านั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ยินดีมุ่งหน้ามาสู่ป่าอันเป็นที่ประชุมของภิกษุทั้งหลาย มีความว่า มีจิตร่าเริงยินดี มาแล้วสู่ป่านี้ อันเป็นที่ประชุมของภิกษุทั้งหลาย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อนึ่ง พวกนาคชาวสระนาภสะ และพวกนาคชาวไพศาลีก็มาพร้อมกับตัจฉกะ คือ พวกนาคชาวสระนภสะ และพวกนาคชาวเมืองไพศาลี ก็มาพร้อมกับบริษัทของตัจฉกนาคราช.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า กัมพลและอัสดร คือ กัมพล ๑ อัสดร ๑.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
เล่ากันมาว่า นาคเหล่านี้ อยู่ที่เชิงเขาสิเนรุ เป็นนาคชั้นผู้ใหญ่ที่แม้พวกสุบรรณ (ครุฑ) ก็พึงฉุดไป (= นำไป จับไป) ไม่ได้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า และพวกนาคชาวประยาคะ พร้อมกับหมู่ญาติ คือ และพวกนาคที่อยู่ท่าประยาคะ ก็มากับหมู่ญาติ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า และพวกชาวยมุนาและพวกธตรัฏฐ์ คือ พวกนาคที่อยู่ในแม่น้ำยมุนา และพวกนาคที่เกิดในตระกูลธตรัฏฐ์.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ช้างใหญ่ชื่อเอราวัณ คือ และเอราวัณเป็นเทวบุตร ไม่ใช่เป็นช้างโดยกำเนิด แต่เทวบุตรนั้นถูกเรียกว่าช้าง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า แม้เขาก็มา คือ แม้เอราวัณเทวบุตรนั้นก็มา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกใดนำนาคราชไปได้รวดเร็ว คือ พวกครุฑเหล่าใด มีความโลภครอบงำแล้วนำ คือจับเอาพวกนาคมีประการที่กล่าวแล้วนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เป็นทิพย์ เกิดสองครั้ง มีปีก มีตาหมดจด คือ ชื่อว่าเป็นทิพย์ เพราะมีอานุภาพทิพย์ ชื่อว่าเกิดสองครั้ง เพราะเกิดแล้วสองครั้ง คือจากท้องแม่และจากกะเปาะไข่ ชื่อว่ามีปีก เพราะประกอบด้วยปีก ชื่อว่ามีตาหมดจด เพราะประกอบด้วยตาที่สามารถเห็นหมู่นาคในระหว่างร้อยโยชน์บ้าง พันโยชน์บ้าง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกเหล่านั้น ไปถึงกลางป่าทางเวหา คือ พวกครุฑเหล่านั้นถึงป่าใหญ่นี้โดยทางอากาศนั่นเอง. บทว่า ชื่อของพวกเหล่านั้นว่าจิตระและสุบรรณ คือ ครุฑเหล่านั้นชื่อจิตระและสุบรรณ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ในครั้งนั้นได้มีการอภัยแก่พวกนาคราช พระพุทธเจ้าทรงทำความปลอดภัยจากสุบรรณ คือ (เพราะเหตุใด) เพราะเหตุนั้น พวกนาคและครุฑทั้งหมดนั้น ทักกันด้วยวาจาที่สุภาพคุยกันเพลิดเพลิน เหมือนเพื่อนและเหมือนญาติ สวมกอดกันจับมือกันวางมือบนจะงอยบ่า มีจิตร่าเริงยินดี.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกนาค พวกสุบรรณ ทำพระพุทธเจ้าให้เป็นสรณะ คือ พวกเขาเหล่านั้นถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พวกที่อยู่ในทะเลหลวงคือพวกอสูร ผู้อาศัยทะเล ซึ่งถูกพระอินทร์ผู้เป็นราชาแห่งเทพ ซึ่งมีพระนามว่าท้าววชิรหัตถ์ (มีวชิราวุธในพระหัตถ์) ปราบเมื่อคราวก่อน เพราะเหตุนางสุชาดาลูกสาวของอสูร แม้เหล่าใด แม้เหล่านั้นทั้งหมด เป็นพี่น้องของท้าววาสวะ (พระอินทร์) พวกเหล่านั้นมีฤทธิ์มียศ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกกาลกัญชามีกายใหญ่พิลึก คือ และพวกอสูรกาลกัญชานิรมิตร่างใหญ่ น่าสะพรึงกลัวแล้วก็มา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกอสูรตระกูลทานเวฆัส ได้แก่ พวกอสูรถือธนูเหล่าอื่นชื่อทานเวฆัส.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เวปจิตติ สุจิตติ และปหาราทะกับนมุจี ได้แก่ และพวกอสูรเหล่านี้ คือ อสูรชื่อเวปจิตติ ๑ อสูรชื่อสุจิตติ ๑. #-
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า กับนมุจี ได้แก่ และมาร ชื่อนมุจิ ผู้เป็นเทวบุตร ก็มาพร้อมกับอสูรเหล่านั้นนั่นแล. อสูรเหล่านี้อยู่ในทะเล แต่นมุจีนี้อยู่ในเทวโลกชั้นปรนิมมิต เหตุไรจึงมาพร้อมกับอสูรเหล่านั้น? เพราะเป็นพวกไม่ถูกใจ เป็นพวกอภัพ. ส่วนนมุจีนี้ก็เช่นกันนั่นแหละ ธาตุถูกกัน เพราะฉะนั้นจึงมา. ____________________________ #- ปหาราทะ หายไป.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า และพวกลูกของพลิอสูรหนึ่งร้อย คือ ลูกร้อยหนึ่งของพลีผู้อสูรใหญ่.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ทุกตนชื่อไพโรจน์ คือทรงชื่อราหูผู้เป็นลุงของตนนั่นเอง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ผูกสอดเครื่องเสนาอันมีกำลัง คือ ผูกสอดเครื่องเสนาอันมีกำลังของตนทุกตนกลายเป็นผู้จัดเครื่องสนามเสร็จแล้ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เข้าใกล้ราหุภัทรแล้ว คือ เข้าหาจอมอสูรชื่อราหู.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ท่านผู้เจริญ บัดนี้ เป็นสมัยของท่าน คือ ความเจริญจงมีแก่ท่าน บัดนี้เป็นเวลาประชุม. อธิบายว่า ท่านจงเข้าไปสู่ป่าเป็นที่ประชุมแห่งภิกษุทั้งหลาย เพื่อดูหมู่ภิกษุ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เหล่าอาโปเทพ เหล่าปฐวีเทพ เหล่าเตโชเทพ และเหล่าวาโยเทพ ก็มาในครั้งนั้น คือ เหล่าเทพที่มีชื่อขึ้นต้นว่า น้ำ เพราะทำบริกรรมในกสิณน้ำเป็นต้นจึงเกิดขึ้นมา ก็มาในครั้งนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เหล่าวรุณเทพ เหล่าวารุณเทพ และโสมเทพ กับยศเทพ ความว่า พวกเทพที่มีชื่ออย่างนี้ คือ วรุณเทพ วารุณเทพ โสมเทพ ก็มาด้วยกันกับยศเทพ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกเมตตากรุณา คือพวกเทพผู้ทำบริกรรมในฌานที่ประกอบด้วยความรัก และในฌานที่ประกอบด้วยความเอ็นดูแล้วจึงเกิดขึ้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เหล่าเทพผู้มียศมาแล้ว คือ แม้พวกเทพเหล่านี้เป็นผู้มียศใหญ่ ได้มาแล้ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า หมู่เทพสิบหมู่เหล่านี้ ตั้งอยู่โดยส่วนสิบ ทั้งหมดมีผิวพรรณต่างๆ กัน ความว่า พวกเทพสิบหมู่เหล่านั้นตั้งอยู่โดยส่วนสิบ ทั้งหมดมีผิวพรรณต่างๆ กัน ด้วยสามารถแห่งสีเขียวเป็นต้น ก็มาแล้ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า และเทพชื่อเวณฑู คือ เวณฑุเทพ ๑. บทว่า สหลีด้วย คือ เทพชื่อสหลี ๑.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เทพชื่ออสมา และยมะทั้งสอง คือ อสมเทพและยมกเทพอีก ๒.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกเทพที่อาศัยพระจันทร์ เอาพระจันทร์ไว้ข้างหน้าแล้วก็มา คือ พวกเทพที่อาศัยพระจันทร์ ทำพระจันทร์ไว้ข้างหน้าแล้วก็มา ถึงพวกเทพที่อาศัยพระอาทิตย์ ก็ทำพระอาทิตย์ไว้ข้างหน้าแล้วก็มาเหมือนกัน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ทำนักษัตรไว้ข้างหน้า คือ เทวดาทั้งหลายที่อาศัยนักษัตร (ดาวเคราะห์) ทำหมู่นักษัตรไว้ข้างหน้าแล้วก็มา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า มันทวลาหกทั้งหลายก็มา ความว่า เหล่าวาตวลาหก เหล่าอัพภวลาหก เหล่าอุณหวลาหก พวกวลาหกเทพแม้ทั้งหมดนี้ เรียกชื่อว่ามันทวลาหก แม้เหล่ามันทวลาหกนั้นก็มา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ถึงแม้ท้าวสักกะ วาสวะปุรินททะ ผู้ประเสริฐกว่าพวกวสุ ก็มา คือ วาสวะ คือ พระองค์ใดที่เรียกว่า สักกะและปุรินททะ ผู้ประเสริฐกว่าวสุเทพทั้งหลาย แม้ท้าววาสวะนั้น ก็เสด็จมา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกเทพ ๑๐ เหล่านี้ คือพวกเทพ ๑๐ เหล่านี้ มาแล้วโดยส่วน ๑๐. บทว่า ล้วนแต่มีผิวพรรณแตกต่างกัน คือ มีผิวพรรณต่างๆ กันด้วยสามารถสีเขียวเป็นต้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ต่อมา พวกสหภูเทพก็มา คือ ลำดับต่อมา พวกเทวดาชื่อสหภูก็มา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ชลมคฺคิสิขาริว คือ รุ่งเรืองอยู่ดุจเปลวไฟ. ท่านกล่าวว่า บทว่า รุ่งเรืองดุจเปลวเพลิงนี้ เป็นชื่อของเทพเหล่านั้น ดังนี้ก็มี.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที