บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๖๑] สพฺเพ ว นุ โข มาริส สมณพฺราหฺมณา อจฺจนฺตนิฏฺฐา อจฺจนฺตโยคกฺเขมี อจฺจนฺตพฺรหฺมจารี อจฺจนฺตปริโยสานาติ ฯ น โข เทวานมินฺท สพฺเพ สมณพฺรหฺมณา อจฺจนฺตนิฏฺฐา อจฺจนฺตโยคกฺเขมี อจฺจนฺตพฺรหฺมจารี อจฺจนฺตปริโยสานาติ ฯ กสฺมา ปน มาริส น สพฺเพ สมณพฺราหฺมณา อจฺจนฺตนิฏฺฐา อจฺจนฺตโยคกฺเขมี อจฺจนฺตพฺรหฺมจารี อจฺจนฺตปริโยสานาติ ฯ เย โข เต เทวานมินฺท ภิกฺขู ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺตา เต อจฺจนฺตนิฏฺฐา อจฺจนฺตโยคกฺเขมี อจฺจนฺตพฺรหฺมจารี อจฺจนฺตปริโยสานา ตสฺมา น สพฺเพ สมณพฺราหฺมณา อจฺจนฺตนิฏฺฐา อจฺจนฺตโยคกฺเขมี อจฺจนฺตพฺรหฺมจารี อจฺจนฺตปริโยสานาติ ฯ อิตฺถํ ภควา สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปญฺหํ ปุฏฺโฐ พฺยากาสิ ฯ อตฺตมโน สกฺโก เทวานมินฺโท ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิ อนุโมทิ เอวเมตํ ภควา เอวเมตํ สุคต ติณฺณา เมตฺถ กงฺขา วิคตา กถํกถา ภควโต ปญฺหาเวยฺยากรณํ สุตฺวาติ ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ด้วยประการฉะนี้ ก็เป็นอันว่า ความริษยาและความตระหนี่แม้ทั้งสอง มีสัตว์อันเป็นที่รักเป็นเค้ามูล.
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๖๒] อิติห สกฺโก เทวานมินฺโท ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ เอชา ภนฺเต โรโค เอชา คณฺโฑ เอชา สลฺลํ เอชา อิมํ ปุริสํ ปริกฑฺฒติ ตสฺส ตสฺเสว ภวสฺส อภินิพฺพตฺติยา ๑ ตสฺมา อยํ ปุริโส อุจฺจาวจมาปชฺชติ ฯ เยสาหํ ภนฺเต ปญฺหานํ อิโต พหิทฺธา อญฺเญสุ สมณพฺราหฺมเณสุ โอกาสกมฺมํปิ นาลตฺถํ เต เม ภควตา พฺยากตา ทีฆรตฺตานุปสฺสตา ๑ ยญฺจ ปน ๒ เม วิจิกิจฺฉากถํกถาสลฺลํ ตญฺจ ภควตา อพฺพูฬฺหนฺติ ฯ อภิชานาสิ โน ตฺวํ เทวานมินฺท อิเม ปเญฺห อญฺเญ สมณพฺราหฺมเณ ปุจฺฉิโตติ ฯ อภิชานามหํ ภนฺเต อิเม ปเญฺห อญฺเญ สมณพฺราหฺมเณ ปุจฺฉิโตติ ฯ ยถากถํ ปน เต เทวานมินฺท พฺยากรึสุ ๓ สเจ เต อครุ ภาสสฺสูติ ฯ น โข เม ภนฺเต ครุ ยตฺถสฺส ภควา นิสินฺโน ภควนฺตรูโป จาติ ฯ เตนหิ เทวานมินฺท ภาสสฺสูติ ฯ เยสาหํ ๔ ภนฺเต มญฺญามิ สมณพฺราหฺมณา อารญฺญกา ปนฺตเสนาสนาติ ตฺยาหํ อุปสงฺกมิตฺวา อิเม ปเญฺห ปุจฺฉามิ เต มยา ปุฏฺฐา น สมฺปายนฺติ อสมฺปายนฺตา มมํเยว ปฏิปุจฺฉนฺติ โกนาโม อายสฺมาติ เตสาหํ ปุฏฺโฐ พฺยากโรมิ อหํ โข มาริส สกฺโก เทวานมินฺโทติ เต มมํเยว อุตฺตรึ ปฏิปุจฺฉนฺติ กึ ปนายสฺมา เทวานมินฺท ๕ กมฺมํ กตฺวา อิมํ ฐานํ ปตฺโตติ เตสาหํ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ เทเสมิ เต ตาวตเกเนว อตฺตมนา โหนฺติ สกฺโก จ โน เทวานมินฺโท ทิฏฺโฐ ยญฺจ โน อปุจฺฉิมฺหา ตญฺจ โน พฺยากาสีติ เต อญฺญทตฺถุํ มมํเยว สาวกา สมฺปชฺชนฺติ น จาหํ เตสํ อหํ โข ปน ภนฺเต ภควโต สาวโก โสตาปนฺโน อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโนติ ฯ อภิชานาสิ โน ตฺวํ เทวานมินฺท อิโต ปุพฺเพ เอวรูปํ เวทปฏิลาภํ โสมนสฺสปฏิลาภนฺติ ฯ อภิชานามหํ ภนฺเต อิโต ปุพฺเพ เอวรูปํ เวทปฏิลาภํ โสมนสฺสปฏิลาภนฺติ ฯ ยถากถํ ปน ตฺวํ เทวานมินฺท อภิชานาสิ อิโต ปุพฺเพ เอวรูปํ เวทปฏิลาภํ โสมนสฺสปฏิลาภนฺติ ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ก็แหละ สำหรับภิกษุบริขารมีบาตรและจีวรเป็นต้น หรือสำหรับชาวบ้าน อุปกรณ์มีเครื่องประดับเป็นต้น ย่อมเป็นที่รักที่ชื่นใจ. เมื่อเขาเห็นสิ่งชนิดนั้นกำลังเกิดแก่คนอื่น ก็เกิดความริษยาว่า โอ้หนอ ขอสิ่งเห็นปานนี้ ไม่พึงมีแก่คนนั้น และแม้ถูกขอก็เกิดความตระหนี่ว่า แม้พวกเรากำลังรัก ยังใช้สอยสิ่งนี้อยู่ ยังให้ไม่ได้หรอก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ด้วยประการฉะนี้ ก็เป็นอันว่า แม้ความริษยาและความตระหนี่ทั้งสอง ย่อมมีสังขารอันเป็นที่รักเป็นเค้ามูล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
แต่เมื่อได้สัตว์และสังขารประการที่กล่าวมาแล้วนั้น แต่เป็นชนิดที่ไม่น่ารักเลย ถึงแม้ว่าสัตว์และสังขารเหล่านั้นไม่เป็นที่ชื่นใจเขา แม้อย่างนั้นก็ตาม เพื่อให้พวกกิเลสที่ตรงกันข้ามเป็นไปได้ ก็กระทำความริษยาว่า เว้นข้าเสียแล้ว ใครอื่นเป็นผู้ได้สัตว์และสังขารเห็นปานนี้ หรือถูกขอยืมก็ไม่ให้ ย่อมกระทำความหวง. ด้วยประการฉะนี้ ก็เป็นอันว่า ความริษยาและความตระหนี่แม้ทั้งสองย่อมมีสัตว์และสังขารอันไม่เป็นที่รักเป็นเค้ามูล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พึงทราบวินิจฉัยในบทว่า มีความพอใจเป็นเค้ามูล นี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ความพอใจมี ๕ อย่างคือ ความพอใจในการแสวงหา ความพอใจในการได้เฉพาะ ความพอใจในการใช้สอย ความพอใจในการสะสม ความพอใจในการสละ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ความพอใจในการแสวงหาเป็นไฉน คือ คนบางคนในโลกนี้ เกิดความพอใจไม่อิ่ม ย่อมแสวงหารูป เสียง กลิ่น รส ย่อมแสวงหาสิ่งที่พึงถูกต้อง ย่อมแสวงหาทรัพย์ นี้ความพอใจในการแสวงหา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ความพอใจในการได้เฉพาะเป็นไฉน คือ คนบางคนในโลกนี้ เกิดความพอใจไม่อิ่ม ย่อมได้เฉพาะรูป เสียง กลิ่น รส ย่อมได้เฉพาะสิ่งที่พึงถูกต้อง ย่อมได้เฉพาะทรัพย์ นี้ความพอใจในการได้เฉพาะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ความพอใจในการใช้สอยเป็นไฉน คือ คนบางคนในโลกนี้ เกิดความพอใจไม่อิ่ม ย่อมใช้สอยรูป เสียง กลิ่น รส ย่อมใช้สอยสิ่งที่พึงถูกต้อง ย่อมใช้สอยทรัพย์ นี้ความพอใจในการใช้สอย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ความพอใจในการสะสมเป็นไฉน คือ คนบางคนในโลกนี้ เกิดความพอใจไม่อิ่ม ย่อมทำการสะสมทรัพย์ ด้วยคิดว่า จะมีในคราววิบัติ นี้ความพอใจในการสะสม.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ความพอใจในการสละเป็นไฉน คือ คนบางคนในโลกนี้ เกิดความพอใจไม่อิ่ม ย่อมจ่ายทรัพย์แก่พลช้าง พลม้า พลรถ ขมังธนู ด้วยคิดว่า คนเหล่านี้จักรักษา จักคุ้มครอง จักรัก จักแวดล้อมเรา นี้ความพอใจในการสละ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ความพอใจแม้ทั้ง ๕ อย่างนี้ ในที่นี้เป็นเพียงตัณหาเท่านั้นเอง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายเอาความพอใจนั้น จึงได้ตรัสคำนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พึงทราบวินิจฉัยในบทว่า มีความตรึกเป็นเค้ามูล นี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ความตรึกที่เกิดจากความรู้สึกตระหนักแน่ที่ตรัสไว้อย่างนี้ว่า อาศัยลาภ เกิดความรู้สึกตระหนักแน่๑- ชื่อว่า ความตรึก. ____________________________ ๑- ที. ม. มหานิทานสุตฺต เล่ม ๑๐/ข้อ ๕๙
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า ความรู้สึกตระหนักแน่ คือ ความรู้สึกตระหนักแน่ มีสองอย่างคือ ความรู้สึกตระหนักแน่คือตัณหา และความรู้สึกตระหนักแน่คือทิฏฐิ. ตัณหาวิปริต ๑๐๘ ชนิด ชื่อว่าความรู้สึกตระหนักแน่คือตัณหา. ความเห็น ๖๒ อย่าง ชื่อว่าความตระหนักแน่คือทิฏฐิ. ก็ด้วยประการฉะนี้ จึงไม่มีการชี้ขาดลงไปว่าน่าใคร่ไม่น่าใคร่ และน่ารักไม่น่ารักด้วยอำนาจความตระหนักแน่คือตัณหา ที่กล่าวมาแล้วอย่างนั้น. เพราะสิ่งนั้นเองเป็นของน่าใคร่สำหรับบางคน ไม่น่าใคร่สำหรับบางคน เหมือนการชี้ขาดในไส้เดือนมฤคและเนื้อเป็นต้นของพระราชาในส่วนภูมิภาค และพระราชาในประเทศส่วนกลาง ก็เมื่อวัตถุที่ได้รับมานั้นถูกชี้ขาดด้วยความตระหนักแน่คือตัณหาแล้ว จึงจะมีการชี้ชัดลงไปด้วยความรู้สึกตระหนักแน่ คือความตรึกว่า เป็นของรูปเท่านี้ เท่านี้เป็นของเสียง เป็นของกลิ่นเท่านี้ เท่านี้เป็นของรส เป็นของสิ่งที่พึงถูกต้องเท่านี้ เท่านี้เป็นของเรา เป็นของเขาเท่านี้ เท่านี้จะเก็บไว้ จะให้เท่านี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า จอมทวยเทพ ความพอใจนี้เอง มีความตรึกเป็นเค้ามูล ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า มีส่วนความสำคัญที่ประกอบด้วยธรรมเครื่องเนิ่นช้าเป็นเค้ามูล คือ ธรรมเครื่องเนิ่นช้ามี ๓ อย่างคือ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ธรรมเครื่องเนิ่นช้าคือตัณหา
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ธรรมเครื่องเนิ่นช้าคือมานะ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ธรรมเครื่องเนิ่นช้าคือทิฏฐิ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ใน ๓ อย่างนั้น ตัณหาวิปริต ๑๐๘ อย่าง ชื่อว่าธรรมเครื่องเนิ่นช้าคือตัณหา มานะ ๙ อย่าง ชื่อว่าธรรมเครื่องเนิ่นช้าคือมานะ ทิฏฐิ ๖๒ ชนิด ชื่อว่าธรรมเครื่องเนิ่นช้าคือทิฏฐิ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ในธรรมเครื่องเนิ่นช้าเหล่านั้น ในที่นี้ ท่านหมายเอาธรรมเครื่องเนิ่นช้าคือตัณหา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ที่เรียกว่าธรรมเครื่องเนิ่นช้า เพราะอรรถว่ากระไร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ที่เรียกว่าธรรมเครื่องเนิ่นช้า เพราะอรรถว่าให้ถึงอาการของคนมัวเมาประมาท.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ความสำคัญที่ประกอบด้วยธรรมเครื่องเนิ่นช้านั้น ชื่อว่า ปปัญจสัญญา (ความสำคัญที่คลุกเคล้าไปด้วยธรรมเครื่องเนิ่นช้า). ส่วนเรียกว่า สังขา เหมือนในคำเป็นต้นว่า ก็ส่วนแห่งธรรมเครื่องเนิ่นช้า มีความสำคัญเป็นเค้ามูล.๒-
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ด้วยประการฉะนี้ คำว่า มีส่วนความสำคัญที่ประกอบด้วยธรรมเครื่องเนิ่นช้าเป็นเค้ามูล จึงหมายความว่า ความตรึกมีส่วนแห่งความสำคัญที่ประกอบด้วยธรรมเครื่องเนิ่นช้าเป็นเค้ามูล. ____________________________ ๒- ขุ. สุ. เล่ม ๒๕/ข้อ ๔๑๘
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า ข้อปฏิบัติให้เข้าถึงความสมควรแก่การดับโดยไม่เหลือแห่งส่วนความสำคัญที่ประกอบด้วยธรรมเครื่องเนิ่นช้า ความว่า ความดับโดยไม่เหลือ ได้แก่ความสงบระงับอันใดแห่งส่วนความสำคัญที่ประกอบไปด้วยเครื่องเนิ่นช้านี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ท้าวสักกะย่อมทูลถามทางพร้อมทั้งวิปัสสนา คือ ความเหมาะสมแห่งความดับโดยไม่เหลือนั้น และข้อปฏิบัติให้ถึงในความดับโดยไม่เหลือนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มเวทนา ๓ อย่างแก่ท้าวสักกะนั้นว่า และอาตมภาพกล่าวโสมนัส.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ถามว่า ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแต่ข้อที่ทูลถาม ข้อที่ไม่ทูลถาม ข้อที่มีความต่อเนื่อง ข้อที่ไม่มีความต่อเนื่องหรือ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ตอบว่า ตรัสแต่ข้อที่ทูลถามเท่านั้น ไม่ใช่ข้อที่ไม่ทูลถาม ตรัสข้อที่มีความต่อเนื่องเท่านั้น ไม่ใช่ข้อที่ไม่มีความต่อเนื่อง. จริงอยู่ สำหรับเทวดาทั้งหลาย อรูปปรากฏกว่า โดยความเป็นรูป ถึงแม้ในอรูป เวทนาก็ปรากฏกว่า. เพราะเหตุไร. เพราะกายที่เกิดจากธุลีในน้ำ (กรัชกาย) ของพวกเทวดา เป็นของละเอียด รูปที่เกิดจากกรรมเป็นของมีกำลัง เพราะความที่กายอันเกิดแต่ธุลีในน้ำเป็นของละเอียด (และ) เพราะรูปที่เกิดจากกรรมเป็นของมีกำลัง ถ้าก้าวล่วงอาหารแม้มื้อเดียว พวกเทวดาก็ตั้งอยู่ไม่ได้ ย่อมแหลกไปเหมือนก้อนเนยใสบนแผ่นหินที่ร้อน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พึงทราบถ้อยคำทั้งหมดตามนัยที่กล่าวแล้วในพรหมชาลสูตรนั้นแล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มเวทนาทั้ง ๓ อย่างแก่ท้าวสักกะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ก็แหละกัมมัฏฐานมี ๒ อย่างคือ รูปกัมมัฏฐานและอรูปกัมมัฏฐาน. จะเรียกกัมมัฏฐานนั้นเองว่า การกำหนดรูป และการกำหนดอรูปก็ได้. ในกัมมัฏฐาน ๒ อย่างนั้น รูปปรากฏแก่ผู้ใด พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงทำการกำหนดธาตุ ๔ ให้พิสดารแก่ผู้นั้นด้วยอำนาจเอาใจใส่โดยย่อ หรือด้วยอำนาจเอาใจใส่โดยพิสดาร ก็ตรัสรูปกัมมัฏฐาน อรูปปรากฏแก่ผู้ใด ก็ตรัสอรูปกัมมัฏฐานแก่ผู้นั้น และเมื่อจะตรัสอรูป ก็ทรงแสดงรูปกัมมัฏฐานอันเป็นที่ตั้งของอรูปนั้นจึงตรัส.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
แต่สำหรับพวกเทวดา ทรงทราบว่าอรูปปรากฏ จึงทรงเริ่มเวทนาด้วยอำนาจอรูปกัมมัฏฐาน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที