บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๓๔] อถโข ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร พหุนฺนํ วสฺสานํ ฯเปฯ อทฺทสา โข ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร อุยฺยานภูมึ นิยฺยนฺโต ปุริสํ อาพาธิกํ ทุกฺขิตํ พาฬฺหคิลานํ สเก มุตฺตกรีเส ปลิปนฺนํ สยมานํ ๑ อญฺเญหิ วุฏฺฐาปิยมานํ อญฺเญหิ สํเวสิยมานํ ทิสฺวา สารถึ อามนฺเตสิ อยํ ปน สมฺม สารถิ ปุริโส กึกโต อกฺขีนิปิสฺส น ยถา อญฺเญสํ สิโรปิสฺส ๒ น ยถา อญฺเญสนฺติ ฯ เอโส โข เทว พฺยาธิโก นามาติ ฯ กึ ปเนโส สมฺม สารถิ พฺยาธิโก นามาติ ฯ เอโส โข เทว พฺยาธิโก นาม อปฺเปวนาม ตมฺหา อาพาธา วุฏฺฐเหยฺยาติ ฯ กึ ปน สมฺม สารถิ อหํปิ พฺยาธิธมฺโม พฺยาธึ อนตีโตติ ฯ ตฺวญฺจ เทว มยญฺจมฺหา สพฺเพ พฺยาธิธมฺมา พฺยาธึ อนตีตาติ ฯ เตนหิ สมฺม สารถิ อลนฺทานชฺช อุยฺยานภูมิยา อิโต จ อนฺเตปุรํ ปจฺจนิยฺยาหีติ ฯ เอวํ เทวาติ โข ภิกฺขเว สารถิ วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ตโต จ อนฺเตปุรํ ปจฺจนิยฺยาสิ ฯ ตตฺร สุทํ ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร อนฺเตปุรํ คโต ทุกฺขี ทุมฺมโน ปชฺฌายติ ธิรตฺถุ กิร โภ ชาติ นาม ยตฺร หิ นาม ชาตสฺส ชรา ปญฺญายิสฺสติ พฺยาธิ ปญฺญายิสฺสตีติ ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
นัยว่า มหาพรหมชั้นสุทธาวาสดำริว่า พระมหาบุรุษทรงติดในกามคุณทั้ง ๕ ดุจช้างติดหล่ม เราจักยังสติให้เกิดแก่พระมหาบุรุษนั้นดังนี้ จึงได้แสดงบุรุษนั้น.
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๓๕] อถโข ภิกฺขเว พนฺธุมา ราชา สารถึ อามนฺตาเปตฺวา เอตทโวจ กจฺจิ สมฺม สารถิ กุมาโร อุยฺยานภูมิยา อภิรมิตฺถ กจฺจิ สมฺม สารถิ กุมาโร อุยฺยานภูมิยา อตฺตมโน อโหสีติ ฯ น โข เทว กุมาโร อุยฺยานภูมิยา อภิรมิตฺถ น โข เทว กุมาโร อุยฺยานภูมิยา อตฺตมโน อโหสีติ ฯ กึ ปน สมฺม สารถิ อทฺทส กุมาโร อุยฺยานภูมึ นิยฺยนฺโตติ ฯ อทฺทสา โข เทว กุมาโร อุยฺยานภูมึ นิยฺยนฺโต ปุริสํ อาพาธิกํ ทุกฺขิตํ พาฬฺหคิลานํ สเก มุตฺตกรีเส ปลิปนฺนํ สยมานํ อญฺเญหิ วุฏฺฐาปิยมานํ อญฺเญหิ สํเวสิยมานํ ทิสฺวา มํ เอตทโวจ อยํ ปน สมฺม สารถิ ปุริโส กึกโต อกฺขีนิปิสฺส น ยถา อญฺเญสํ สิโรปิสฺส น ยถา อญฺเญสนฺติ เอโส โข เทว พฺยาธิโก นามาติ กึ ปเนโส สมฺม สารถิ พฺยาธิโก นามาติ เอโส โข เทว พฺยาธิโก นาม อปฺเปวนาม ตมฺหา อาพาธา วุฏฺฐเหยฺยาติ กึ ปน สมฺม สารถิ อหํปิ พฺยาธิธมฺโม พฺยาธึ อนตีโตติ ตฺวญฺจ เทว มยญฺจมฺหา สพฺเพ พฺยาธิธมฺมา พฺยาธึ อนตีตาติ เตนหิ สมฺม สารถิ อลนฺทานชฺช อุยฺยานภูมิยา อิโต จ อนฺเตปุรํ ปจฺจนิยฺยาหีติ เอวํ เทวาติ โข อหํ เทว วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ตโต จ อนฺเตปุรํ ปจฺจนิยฺยาสึ เอโส ๑ โข เทว กุมาโร อนฺเตปุรํ คโต ทุกฺขี ทุมฺมโน ปชฺฌายติ ธิรตฺถุ กิร โภ ชาติ นาม ยตฺร หิ นาม ชาตสฺส ชรา ปญฺญายิสฺสติ พฺยาธิ ปญฺญายิสฺสตีติ ฯ อถโข ภิกฺขเว พนฺธุมสฺส รญฺโญ เอตทโหสิ มา เหว โข วิปสฺสี กุมาโร น รชฺชํ กาเรสิ มา เหว วิปสฺสี กุมาโร อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิ ๒ มา เหว เนมิตฺตานํ พฺราหฺมณานํ สจฺจํ อสฺส วจนนฺติ ฯ อถโข ภิกฺขเว พนฺธุมา ราชา วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ภิยฺโยโส มตฺตาย ปญฺจกามคุณานิ อุปฏฺฐาเปสิ ยถา วิปสฺสี กุมาโร รชฺชํ กาเรยฺย ยถา วิปสฺสี กุมาโร น อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพเชยฺย ยถา เนมิตฺตานํ พฺราหฺมณานํ มิจฺฉา อสฺส วจนํ ๑ ฯ ตตฺร สุทํ ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร ปญฺจกามคุเณหิ สมปฺปิโต สมงฺคิภูโต ปริจาเรติ ฯเปฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อนึ่ง ทั้งพระโพธิสัตว์และสารถีก็ทอดพระเนตรเห็นและเห็นบุรุษที่ท้าวมหาพรหมแสดงไว้แล้วอย่างนี้นั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
จริงอยู่ แม้พรหมทั้งหลายได้แสดงบุรุษนั้นก็เพื่อความไม่ประมาทของพระโพธิสัตว์ และเพื่อการสนทนาของสารถี.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พระกุมารตรัสถามว่า ก็คนนี้เป็นอะไร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
สารถีทูลว่า คนนี้เป็นคนแก่ พระเจ้าข้า.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ท่านกล่าวไว้อย่างไร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พระกุมารตรัสถามว่า นี้แน่เราไม่เคยเห็นบุรุษเห็นปานนี้มาก่อนเลย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เตนหิ ความว่า ถ้าเช่นนั้น แม้เราก็จะพึงมีผมเห็นปานนี้ มีกายเห็นปานนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
หลายบทว่า ถ้าเช่นนั้น สหายสารถี วันนี้พอแล้วสำหรับภาคพื้นสวน ความว่า พระกุมารตรัสว่า วันนี้ เราพอแล้วสำหรับภาคพื้นสวนที่เราเห็น เรากลับกันเถิดดังนี้ ทรงสลดพระทัยตรัสอนุรูปแก่ความสังเวช.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อนฺเตปุรํ คโต ความว่า พระกุมารทรงสละสตรีประทับนั่งพระองค์เดียวในห้องสิริ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ยตฺร หิ นาม ความว่า เมื่อมีชาติ ชราย่อมปรากฏ จงตำหนิเกลียดชังชาติ ชาติชื่อว่าเป็นสิ่งน่าเกลียด เพราะเหตุนั้น พระกุมารประทับนั่งขุดรากของชาติ ดุจถูกศรลูกแรกแทงพระทัยฉะนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า สารถึ อามนฺตาเปตฺวา ความว่า นัยว่า พระราชาตั้งแต่พวกพราหมณ์นักพยากรณ์กราบทูล ทรงเงี่ยพระโสตสดับอยู่ตลอดเวลา. พระราชาทรงสดับว่า พระกุมารนั้นเสด็จประพาสพระอุทยาน เสด็จกลับในระหว่างทาง จึงรับสั่งให้เรียกสารถีมา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ในบทว่า มาเหวโข เป็นต้น ความว่า พระราชาทรงดำริอย่างนี้ว่า กุมารโอรสของเราจงครองราชสมบัติ จงอย่าบวช ถ้อยคำของพวกพราหมณ์จงอย่าเป็นจริงดังนี้. พฺยาธิปุริสวณฺณนา
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อทฺทสา โข ความว่า กุมารได้ทอดพระเนตรเห็นบุรุษที่ท้าวสุทธาวาสมหาพรหมแสดงโดยนัยที่กล่าวแล้วในตอนต้นนั้นแล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อาพาธิกํ ความว่า มีความเจ็บป่วยด้วยอาพาธต่างกันอันทำลายอิริยาบถ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ทุกฺขิตํ คือ ถึงทุกข์ด้วยทุกข์ คือโรค.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พาฬฺหคิลานํ คือ ไข้หนัก. บทว่า ปลิปนฺนํ คือ จม.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
แม้ในบทนี้ว่า ชราจักปรากฏ พยาธิจักปรากฏ ความว่า เมื่อมีชาติ ชราพยาธิทั้งสองนี้ย่อมปรากฏ ชาติน่ารังเกียจไม่มีชาติจะปลอดโปร่ง เพราะเหตุนั้น พระกุมารประทับนั่งขุดรากของชาติ ดุจถูกศรลูกที่สองแทง. กาลกตปุริสวณฺณนา
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า วิลาตํ คือ วอ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เปตํ คือ ละไปจากโลกนี้. บทว่า กาลกตํ คือ ตาย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อธิบายว่า อันคนเรากระทำสิ่งทั้งปวงตลอดกาลที่เป็นอยู่ ครั้นเสร็จแล้วก็ตาย. พรหมทั้งหลายแสดงแม้เรื่องนี้แก่พระกุมารโดยนัยก่อนนั่นแล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
แม้ในบทว่า ยตฺร หิ นาม นี้ก็มีอธิบายว่า เมื่อมีชาติ ชราพยาธิมรณะทั้ง ๓ นี้ ย่อมปรากฏ ชาติเป็นสิ่งน่ารังเกียจ เมื่อไม่มีชาติก็ปลอดโปร่ง เพราะเหตุนั้น พระกุมารประทับนั่งขุดรากของชาติดุจถูกศรลูกที่ ๓ แทง. ปพฺพชิตวณฺณนา
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ภณฺฑุํ คือ โล้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พรหมทั้งหลายแสดงแม้เรื่องนี้แก่พระกุมารโดยนัยก่อนนั้นแล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ในบทว่า สาธุ ธมฺมจริยา เป็นต้น ความว่า สารถีทูลพระกุมารว่า ข้าแต่เทวะ ความเป็นผู้ประพฤติธรรมนี้ เป็นความดี ดังนี้
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พึงทราบการประกอบบทหนึ่งๆ อย่างนี้ว่า ปพฺพชิโต ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อนึ่ง บททั้งหมดนี้เป็นไวพจน์ของกุศลกรรมบถ ๑๐ นั้นเอง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที