บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๓๒๖] กิญฺจาปิ ภวํ กสฺสโป เอวมาห อถโข เนวาหํ สกฺโกมิ อิทํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ ปฏินิสฺสชฺชิตุํ ราชาปิ มํ ปเสนทิ โกสโล ชานาติ ติโรราชาโนปิ ปายาสิ ราชญฺโญ เอวํวาที เอวํทิฏฺฐี อิติปิ นตฺถิ ปโร โลโก นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโกติ สจาหํ โภ กสฺสป อิทํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ ปฏินิสฺสชฺชิสฺสามิ ภวิสฺสนฺติ เม วตฺตาโร ยาว พาโล ปายาสิ ราชญฺโญ อพฺยตฺโต ทุคฺคหิตคาหีติ โกเปนปิ นํ หริสฺสามิ มกฺเขนปิ นํ หริสฺสามิ ปฬาเสนปิ นํ หริสฺสามีติ ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า อจิตฺตีกตํ คือเว้นการกระทำความยำเกรงให้ทาน. เข้าไปตั้งการกระทำความยำเกรง หามิได้ ให้ทานกระทำให้ประณีตหามิได้.
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๓๒๗] เตนหิ ราชญฺญ อุปมนฺเต กริสฺสามิ อุปมายปีเธกจฺเจ วิญฺญู ปุริสา ภาสิตสฺส อตฺถํ อาชานนฺติ ฯ ภูตปุพฺพํ ราชญฺญ อญฺญตโร ชนปเท ๑ วุฏฺฐาสิ ฯ อถโข สหายโก สหายกํ อามนฺเตสิ อายาม สมฺม เยน โส ชนปโท เตนุปสงฺกมิสฺสาม อปฺเปวนาเมตฺถ กิญฺจิ ธนํ อธิคจฺเฉยฺยามาติ ฯ เอวํ สมฺมาติ โข สหายโก สหายกสฺส ปจฺจสฺโสสิ ฯ เต เยน โส ชนปโท เยน อญฺญตรํ คามปชฺชํ ๒ เตนุปสงฺกมึสุ ตตฺถ อทฺทสํสุ ปหูตํ สาณํ ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา สหายโก สหายกํ อามนฺเตสิ อิทํ โข สมฺม ปหูตํ สาณํ ฉฑฺฑิตํ เตนหิ สมฺม ตฺวญฺจ สาณภารํ พนฺธ อหญฺจ สาณภารํ พนฺธิสฺสามิ อุโภ สาณภารํ อาทาย คมิสฺสามาติ ฯ เอวํ สมฺมาติ โข สหายโก สหายกสฺส ปฏิสฺสุตฺวา สาณภารํ พนฺธิ ฯ เต อุโภ สาณภารํ อาทาย เยน อญฺญตรํ คามปชฺชํ เตนุปสงฺกมึสุ ตตฺถ อทฺทสํสุ ปหูตํ สาณสุตฺตํ ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา สหายโก สหายกํ อามนฺเตสิ ยสฺส โข สมฺม อตฺถาย อิจฺเฉยฺยาม สาณํ อิทํ ปหูตํ สาณสุตฺตํ ฉฑฺฑิตํ เตนหิ สมฺม ตฺวญฺจ สาณภารํ ฉฑฺเฑหิ อหญฺจ สาณภารํ ฉฑฺเฑสฺสามิ อุโภ สาณสุตฺตภารํ อาทาย คมิสฺสามาติ ฯ อยํ โข เม สมฺม สาณภาโร ทุราคโต ๓ จ สุสนฺนทฺโธ จ อลํ เม ตฺวํ ปชานาหีติ ฯ อถโข โส สหายโก สาณภารํ ฉฑฺเฑตฺวา สาณสุตฺตภารํ อาทิยิ ฯ เต เยน อญฺญตรํ คามปชฺชํ เตนุปสงฺกมึสุ ตตฺถ อทฺทสํสุ ปหูตา สาณิโย ฉฑฺฑิตา ฯ ทิสฺวา สหายโก สหายกํ อามนฺเตสิ ยสฺส โข สมฺม อตฺถาย อิจฺเฉยฺยาม สาณํ วา สาณสุตฺตํ วา อิมา ปหูตา สาณิโย ฉฑฺฑิตา เตนหิ สมฺม ตฺวญฺจ สาณภารํ ฉฑฺเฑหิ อหญฺจ สาณสุตฺตภารํ ฉฑฺเฑสฺสามิ อุโภ สาณิภารํ อาทาย คมิสฺสามาติ ฯ อยํ โข เม สมฺม สาณภาโร ทุราคโต จ สุสนฺนทฺโธ จ อลํ เม ตฺวํ ปชานาหีติ ฯ อถโข โส สหายโก สาณสุตฺตภารํ ฉฑฺเฑตฺวา สาณิภารํ อาทิยิ ฯ เต เยน อญฺญตรํ คามปชฺชํ เตนุปสงฺกมึสุ ตตฺถ อทฺทสํสุ ปหูตํ โขมํ ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา ปหูตํ โขมสุตฺตํ ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา ปหูตํ โขมทุสฺสํ ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา ปหูตํ กปฺปาสํ ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา ปหูตํ กปฺปาสิกสุตฺตํ ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา ปหูตํ กปฺปาสิกทุสฺสํ ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา ปหูตํ อยสํ ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา ปหูตํ โลหํ ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา ปหูตํ ติปป ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา ปหูตํ สิสํ ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา ปหูตํ สชฺฌฌ ๑ ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา ปหูตํ สุวณฺณํ ฉฑฺฑิตํ ฯ ทิสฺวา สหายโก สหายกํ อามนฺเตสิ ยสฺส โข สมฺม อตฺถาย อิจฺเฉยฺยาม สาณํ วา สาณสุตฺตํ วา สาณิโย วา โขมํ วา โขมสุตฺตํ วา โขมทุสฺสํ วา กปฺปาสํ วา กปฺปาสิกสุตฺตํ วา กปฺปาสิกทุสฺสํ วา อยสํ วา โลหํ วา ติปป วา สิสํ วา สชฺฌฌ วา อิทํ ปหูตํ สุวณฺณํ ฉฑฺฑิตํ เตนหิ สมฺม ตฺวญฺจ สาณภารํ ฉฑฺเฑหิ อหญฺจ สชฺฌุภารํ ฉฑฺเฑสฺสามิ อุโภ สุวณฺณภารํ อาทาย คมิสฺสามาติ ฯ อยํ โข เม สมฺม สาณภาโร ทุราคโต จ สุสนฺนทฺโธ จ อลํ เม ตฺวํ ปชานาหีติ ฯ อถโข โส สหายโก สชฺฌุภารํ ฉฑฺเฑตฺวา สุวณฺณภารํ อาทิยิ ฯ เต เยน สโก คาโม เตนุปสงฺกมึสุ ฯ ตตฺถ โย โส สหายโก สาณภารํ อาทาย อคมาสิ ตสฺส เนว มาตาปิตโร อภินนฺทึสุ น ปุตฺตทารา อภินนฺทึสุ น มิตฺตามจฺจา อภินนฺทึสุ น จ ตโตนิทานํ สุขํ โสมนสฺสํ อธิคจฺฉิ ฯ โย ปน โส สหายโก สุวณฺณภารํ อาทาย อคมาสิ ตสฺส มาตาปิตโร ๑ อภินนฺทึสุ ปุตฺตทาราปิ อภินนฺทึสุ มิตฺตามจฺจาปิ อภินนฺทึสุ ตโตนิทานญฺจ สุขํ โสมนสฺสํ อธิคจฺฉิ ฯ เอวเมว โข ราชญฺญ สาณภาริกูปโม มญฺเญ ปฏิภาสิ ปฏินิสฺสชฺเชตํ ราชญฺญ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ ปฏินิสฺสชฺเชตํ ราชญฺญ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ มา เต อโหสิ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายาติ ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า อปวิทฺธํ คือ ทิ้งขว้างตกแตกเรี่ยราด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า สุญฺญํ เสรีสกํ ความว่า เข้าไปสู่วิมานเงินที่ว่างเปล่าวิมานหนึ่ง ชื่อเสรีสกะ. นัยว่า มีต้นซึกขนาดใหญ่อยู่ใกล้ประตูวิมานนั้น เพราะเหตุนั้น วิมานนั้นจึงเรียกกันว่า เสรีสกะ. เรื่องท่านพระควัมปติ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
เล่ากันว่า พระเถระเป็นหัวหน้าเด็กเลี้ยงโคในมนุษย์โลก ในชาติก่อน แผ้วถางโคนต้นซึกขนาดใหญ่ เกลี่ยทรายไว้ นิมนต์พระเถระผู้ถือปิณฑปาติกธุดงค์รูปหนึ่ง ให้นั่งที่โคนต้น ถวายอาหารที่ตนได้มา จุติจากมนุษย์โลกนั้น ไปบังเกิดในวิมานเงินนั้น ด้วยอานุภาพของบุญนั้น. ต้นซึกตั้งอยู่ใกล้ประตูวิมาน. ๕๐ ปี ต้นซึกนั้นจึงผลิดผล. แต่นั้น เทพบุตรก็ถึงความสลดใจว่า ล่วงไป ๕๐ ปีแล้ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
สมัยต่อมา เทพบุตรนั้นไปบังเกิดในหมู่มนุษย์ ในสมัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าของเรา ฟังธรรมกถาของพระศาสดา ก็บรรลุพระอรหัต. แต่ด้วยอำนาจความเคยชิน พระเถระก็ไปยังวิมานนั้นนั่นแหละอยู่เนืองๆ เพื่อพักกลางวัน. นัยว่า วิมานนั้นเป็นที่มีสุขตามฤดูกาลของพระเถระนั้น ท่านหมายเอาเหตุอันนั้น จึงกล่าวว่า สมัยนั้นแล ท่านพระควัมปติ ดังนี้เป็นต้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า โส สกฺกจฺจํ ทานํ ทตฺวา ความว่า อุตตรมานพนั้นให้ทานแม้เป็นของๆ ผู้อื่นก็โดยเคารพ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า เอวมาโรเจหิ ความว่า ท่านจงบอก (มนุษย์) ด้วยนัยเป็นต้นว่า ท่านทั้งหลายจงให้ทานโดยเคารพ ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ก็แล มหาชนฟังการบอกกล่าวของพระเถระนั้นแล้ว ก็ให้ทานโดยเคารพไปบังเกิดในเทวโลก. ส่วนนางบำเรอ (ปริจาริกา) ของพระยาปายาสิ แม้ให้ทานโดยเคารพ ก็ไปบังเกิดในสำนักของพระยาปายาสินั่นแล ด้วยอำนาจความปรารถนา นัยว่าเสรีสกวิมานนั้น เป็นวิมานสำหรับเทพผู้จาริกมาแต่ทุกทิศมีอยู่ในดงชื่อ วัฏฏนี (ลับแล).
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ก็ในวันหนึ่ง ปายาสิเทพบุตรแสดงตัวแก่เหล่าพ่อค้าทั้งหลายแล้วกล่าวกรรมที่ตนกระทำไว้แล้วแล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที