บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๕๕] เอกมิทาหํ ภิกฺขเว สมยํ อุกฺกฏฺฐายํ วิหรามิ สุภวเน ๒ สาลราชมูเล ฯ ตสฺส มยฺหํ ภิกฺขเว รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ น โข โส สุทฺธาวาโส ๓ สุลภรูโป โย มยา อนาวุตฺถปุพฺโพ ๔ อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา อญฺญตฺร สุทฺธาวาเสหิ เทเวหิ ยนฺนูนาหํ เยน สุทฺธาวาสา เทวา เตน อุปสงฺกเมยฺยนฺติ ฯ อถโขหํ ภิกฺขเว เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมฺมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย ปสาริตํ วา พาหํ สมฺมิญฺเชยฺย เอวเมว อุกฺกฏฺฐายํ สุภวเน สาลราชมูเล อนฺตรหิโต อวิเหสุ เทเวสุ ปาตุรโหสึ ฯ ตสฺมึเยว โข ภิกฺขเว เทวนิกาเย อเนกานิ ๕ เทวตาสตานิ อเนกานิ เทวตาสหสฺสานิ เยนาหํ เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ เอกมนฺตํ ฐิตา โข ภิกฺขเว ตา เทวตา มํ เอตทโวจุํ อิโต โส มาริส ๑ เอกนวุโต กปฺโป ยํ วิปสฺสี ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุทปาทิ วิปสฺสี มาริส ๒ ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ขตฺติโย ชาติยา อโหสิ ขตฺติยกุเล อุทปาทิ วิปสฺสี มาริส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โกณฺฑญฺโญ โคตฺเตน อโหสิ วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อสีติวสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อโหสิ วิปสฺสี มาริส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปาฏลิยา มูเล อภิสมฺพุทฺโธ วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ขณฺฑติสฺสํ นาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ตโย สาวกานํ สนฺนิปาตา อเหสุํ เอโก สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ อฏฺฐสฏฺฐิภิกฺขุสตสหสฺสํ เอโก สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ ภิกฺขุสตสหสฺสํ เอโก สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ อสีติภิกฺขุสหสฺสานิ ๓ วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อิเม ตโย สาวกานํ สนฺนิปาตา อเหสุํ สพฺเพสํเยว ขีณาสวานํ วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อโสโก นาม ภิกฺขุ อุปฏฺฐาโก อโหสิ อคฺคุปฏฺฐาโก วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส พนฺธุมา นาม ราชา ปิตา อโหสิ พนฺธุมตี นาม เทวี มาตา อโหสิ ชเนตฺตี พนฺธุมสฺส รญฺโญ พนฺธุมตี นาม นครํ ราชธานี อโหสิ วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เอวํ อภินิกฺขมนํ อโหสิ เอวํ ปพฺพชฺชา เอวํ ปธานํ เอวํ อภิสมฺโพธิ เอวํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ เต มยํ มาริส วิปสฺสิมฺหิ ภควติ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา กาเมสุ กามฉนฺทํ วิราเชตฺวา อิธูปปนฺนาติ ฯ ตสฺมึเยว โข ภิกฺขเว เทวนิกาเย อเนกานิ เทวตาสตานิ อเนกานิ เทวตาสหสฺสานิ เยนาหํ เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ เอกมนฺตํ ฐิตา โข ภิกฺขเว ตา เทวตา มํ เอตทโวจุํ อิโต ๒ โส มาริส เอกตึโส กปฺโป ยํ สิขี ภควา ฯเปฯ เต มยํ มาริส สิขิมฺหิ ภควติ ฯเปฯ ตสฺมึเยว โข มาริส เอกตึเส กปฺเป เวสฺสภู ภควา ฯเปฯ เต มยํ มาริส เวสฺสภุมฺหิ ภควติ ฯเปฯ อิมสฺมึเยว โข มาริส ภทฺทกปฺเป กกุสนฺโธ ฯ โกนาคมโน ฯ กสฺสโป ภควา ฯเปฯ เต มยํ มาริส กกุสนฺธมฺหิ ฯ โกนาคมนมฺหิ ฯ กสฺสปมฺหิ ภควติ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา กาเมสุ กามฉนฺทํ วิราเชตฺวา อิธูปปนฺนาติ ฯ ตสฺมึเยว โข ภิกฺขเว เทวนิกาเย อเนกานิ เทวตาสตานิ อเนกานิ เทวตาสหสฺสานิ เยนาหํ เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ เอกมนฺตํ ฐิตา โข ภิกฺขเว ตา เทวตา มํ เอตทโวจุํ อิมสฺมึเยว โข มาริส ภทฺทกปฺเป ภควา เอตรหิ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน ภควา มาริส ขตฺติโย ชาติยา ขตฺติยกุเล อุปฺปนฺโน ภควา มาริส โคตโม โคตฺเตน ภควโต มาริส อปฺปกํ อายุปฺปมาณํ ปริตฺตํ ลหุกํ ๑ โย จิรํ ชีวติ โส วสฺสสตํ อปฺปํ วา ภิยฺโย ภควา มาริส อสฺสตฺถสฺส มูเล อภิสมฺพุทฺโธ ภควโต มาริส สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานํ ๒ นาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ภควโต มาริส เอโก สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ อฑฺฒเตฬสานิ ภิกฺขุสตานิ ภควโต มาริส อยํ เอโก สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ สพฺเพสํเยว ขีณาสวานํ ภควโต มาริส อานนฺโท นาม ภิกฺขุ อุปฏฺฐาโก อโหสิ อคฺคุปฏฺฐาโก ภควโต มาริส สุทฺโธทโน นาม ราชา ปิตา มายา นาม เทวี มาตา ชเนตฺตี กปิลวตฺถุนครํ ราชธานี อโหสิ ภควโต มาริส เอวํ อภินิกฺขมนํ อโหสิ เอวํ ปพฺพชฺชา เอวํ ปธานํ เอวํ อภิสมฺโพธิ เอวํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ เต มยํ มาริส ภควติ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา กาเมสุ กามฉนฺทํ วิราเชตฺวา อิธูปปนฺนาติ ฯ อถโขหํ ภิกฺขเว อวิเหหิ เทเวหิ สทฺธึ เยน อตปฺปา เทวา เตนุปสงฺกมึ ฯ อถโขหํ ภิกฺขเว อวิเหหิ จ เทเวหิ อตปฺเปหิ จ เทเวหิ สทฺธึ เยน สุทสฺสา เทวา เตนุปสงฺกมึ ฯ อถโขหํ ภิกฺขเว อวิเหหิ จ เทเวหิ อตปฺเปหิ จ เทเวหิ สุทสฺเสหิ จ เทเวหิ สทฺธึ เยน สุทสฺสี เทวา เตนุปสงฺกมึ ฯ อถโขหํ ภิกฺขเว อวิเหหิ จ เทเวหิ อตปฺเปหิ จ เทเวหิ สุทสฺเสหิ จ เทเวหิ สุทสฺสีหิ จ เทเวหิ สทฺธึ เยน อกนิฏฺฐา เทวา เตนุปสงฺกมึ ฯ ตสฺมึเยว โข ภิกฺขเว เทวนิกาเย อเนกานิ เทวตาสตานิ อเนกานิ เทวตาสหสฺสานิ เยนาหํ เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ! อฏฺฐํสุ ฯ เอกมนฺตํ ฐิตา โข ภิกฺขเว ตา เทวตา มํ เอตทโวจุํ อิโต โส มาริส เอกนวุโต กปฺโป ยํ วิปสฺสี ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุทปาทิ ฯ วิปสฺสี มาริส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ขตฺติโย ชาติยา อโหสิ ขตฺติยกุเล อุทปาทิ วิปสฺสี มาริส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โกณฺฑญฺโญ โคตฺเตน อโหสิ วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อสีติวสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อโหสิ วิปสฺสี มาริส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปาฏลิยา มูเล อภิสมฺพุทฺโธ วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ขณฺฑติสฺสํ นาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ตโย สาวกานํ สนฺนิปาตา อเหสุํ เอโก สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ อฏฺฐสฏฺฐิภิกฺขุสตสหสฺสํ เอโก สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ ภิกฺขุสตสหสฺสํ เอโก สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ อสีติภิกฺขุสหสฺสานิ วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อิเม ตโย สาวกานํ สนฺนิปาตา อเหสุํ สพฺเพสํเยว ขีณาสวานํ วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อโสโก นาม ภิกฺขุ อุปฏฺฐาโก อโหสิ อคฺคุปฏฺฐาโก วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส พนฺธุมา นาม ราชา ปิตา อโหสิ พนฺธุมตี นาม เทวี มาตา อโหสิ ชเนตฺตี พนฺธุมสฺส รญฺโญ พนฺธุมตี นาม นครํ ราชธานี อโหสิ วิปสฺสิสฺส มาริส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เอวํ อภินิกฺขมนํ อโหสิ เอวํ ปพฺพชฺชา เอวํ ปธานํ เอวํ อภิสมฺโพธิ เอวํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ เต มยํ มาริส วิปสฺสิมฺหิ ภควติ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา กาเมสุ กามฉนฺทํ วิราเชตฺวา อิธูปปนฺนาติ ฯ ตสฺมึเยว โข ภิกฺขเว เทวนิกาเย อเนกานิ เทวตาสตานิ อเนกานิ เทวตาสหสฺสานิ เยนาหํ เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ เอกมนฺตํ ฐิตา โข ภิกฺขเว ตา เทวตา มํ เอตทโวจุํ อิโต โส มาริส เอกตึโส กปฺโป ยํ สิขี ภควา ฯเปฯ เต มยํ มาริส สิขิมฺหิ ภควติ ฯเปฯ ตสฺมึเยว โข มาริส เอกตึเส กปฺเป เวสฺสภู ภควา ฯเปฯ เต มยํ มาริส เวสฺสภุมฺหิ ภควติ ฯเปฯ อิมสฺมึเยว โข มาริส ภทฺทกปฺเป กกุสนฺโธ ฯ โกนาคมโน ฯ กสฺสโป ภควา ฯเปฯ เต มยํ มาริส กกุสนฺธมฺหิ ฯ โกนาคมนมฺหิ ฯ กสฺสปมฺหิ ภควติ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา กาเมสุ กามฉนฺทํ วิราเชตฺวา อิธูปปนฺนาติ ฯ ตสฺมึเยว โข ภิกฺขเว เทวนิกาเย อเนกานิ เทวตาสตานิ อเนกานิ เทวตาสหสฺสานิ เยนาหํ เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ เอกมนฺตํ ฐิตา โข ภิกฺขเว ตา เทวตา มํ เอตทโวจุํ อิมสฺมึเยว โข มาริส ภทฺทกปฺเป ภควา เอตรหิ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน ภควา มาริส ขตฺติโย ชาติยา ขตฺติยกุเล อุปฺปนฺโน ภควา มาริส โคตโม โคตฺเตน ภควโต มาริส อปฺปกํ อายุปฺปมาณํ ปริตฺตํ ลหุกํ โย จิรํ ชีวติ โส วสฺสสตํ อปฺปํ วา ภิยฺโย ภควา มาริส อสฺสตฺถสฺส มูเล อภิสมฺพุทฺโธ ภควโต มาริส สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานํ นาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ภควโต มาริส เอโก สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ อฑฺฒเตฬสานิ ภิกฺขุสตานิ ภควโต มาริส อยํ เอโก สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ สพฺเพสํเยว ขีณาสวานํ ภควโต มาริส อานนฺโท นาม ภิกฺขุ อุปฏฺฐาโก อคฺคุปฏฺฐาโก ภควโต มาริส สุทฺโธทโน นาม ราชา ปิตา มายา นาม เทวี มาตา ชเนตฺตี กปิลวตฺถุํ นาม นครํ ราชธานี ภควโต มาริส เอวํ อภินิกฺขมนํ อโหสิ เอวํ ปพฺพชฺชา เอวํ ปธานํ เอวํ อภิสมฺโพธิ เอวํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ เต มยํ มาริส ภควติ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา กาเมสุ กามฉนฺทํ วิราเชตฺวา อิธูปปนฺนาติ ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อธิบายว่า ก็ผู้ใดเป็นสมณะเบียดเบียนสัตว์อื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง ชื่อว่าเข้าไปทำร้ายผู้อื่น คือทำศีลของตนให้พินาศ ผู้นั้นไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อีกอย่างหนึ่ง ผู้ใดเข้าไปทำร้ายผู้อื่น เพราะไม่มีอธิวาสนขันติ ฆ่าสัตว์อื่นโดยที่สุดแม้เหลือบและยุง ผู้นั้นไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต. เพราะเหตุไร. เพราะยังเว้นมลทินไม่ได้. ดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า เพราะเว้นมลทินของตนได้ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่าบรรพชิต ดังนี้ นี้คือลักษณะของบรรพชิต.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
แม้ผู้ใด ไม่ทำร้าย ไม่ฆ่า แต่เบียดเบียนด้วยอาชญาเป็นต้น ผู้นั้นยังเบียดเบียนผู้อื่นอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะ. เพราะเหตุไร. เพราะไม่สงบจากการเบียดเบียน. ดังที่ท่านกล่าวว่า ผู้ที่เรียกว่าสมณะ เพราะบาปสงบ ดังนี้ นี้คือลักษณะของสมณะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พึงทราบในคาถาที่สอง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า สพฺพปาปสฺส ได้แก่ อกุศลทุกชนิด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อกรณํ คือ ไม่ให้เกิดขึ้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า กุสลสฺส ได้แก่ กุศลอันมีในภูมิ ๔.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อุปสมฺปทา คือ ได้เฉพาะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า สจิตฺตปริโยทปนํ คือ ยังจิตของตนให้สว่าง. ก็บทนั้นย่อมมีได้โดยความเป็นพระอรหันต์ ด้วยประการดังนี้ บรรพชิตควรละบาปทั้งปวงด้วยศีลสังวร ยังกุศลให้ถึงพร้อมด้วยสมถะและวิปัสสนาทั้งหลาย ยังจิตให้ผ่องแผ้วด้วยอรหัตผล นี้เป็นคำสอน คือเป็นโอวาท คือเป็นคำตักเตือนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พึงทราบในคาถาที่สาม บทว่า อนูปวาโท คือ ไม่เข้าไปกล่าวร้ายแก่ใครๆ ด้วยวาจา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อนูปฆาโต คือ ไม่ทำร้ายด้วยกาย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ปาฏิโมกฺเข แยกศัพท์เป็น ป อติ โมกฺขํ แปลว่า การพ้นทั่วยิ่ง คือศีลสูงสุด ย่อมรักษาด้วยความวิเศษคือสุคติ และย่อมให้พ้นจากภัยคือทุคติ หรือย่อมรักษาสุคติ ย่อมให้พ้นทุคติ เพราะฉะนั้น ศีลนั้นท่านเรียกว่า ปาฏิโมกฺขํ ผู้สำรวมในปาฏิโมกข์นั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า มตฺตญฺญุตา คือ รู้ประมาณด้วยสามารถการรับและการบริโภค.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ปนฺตญฺจ สยนาสนํ ความว่า เว้นการเบียดเสียดที่นอนและที่นั่ง. ในบทนั้นพึงทราบว่า เป็นอันท่านแสดงถึงความสันโดษในปัจจัย ๔ ด้วยปัจจัย ๒ เท่านั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที