บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๗๙] อถโข ภควา ปาฏลิคามิเย อุปาสเก อามนฺเตสิ ปญฺจิเม คหปตโย อาทีนวา ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ อิธ คหปตโย ทุสฺสีโล สีลวิปนฺโน ปมาทาธิกรณํ มหตึ โภคชานึ นิคจฺฉติ อยํ ปฐโม อาทีนโว ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา ฯ ปุน จปรํ คหปตโย ทุสฺสีลสฺส สีลวิปนฺนสฺส ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ อยํ ทุติโย อาทีนโว ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา ฯ ปุน จปรํ คหปตโย ทุสฺสีโล สีลวิปนฺโน ยญฺญเทว ปริสํ อุปสงฺกมติ ยทิ ขตฺติยปริสํ ยทิ พฺราหฺมณปริสํ ยทิ คหปติปริสํ ยทิ สมณปริสํ อวิสารโท อุปสงฺกมติ มงฺกุภูโต อยํ ตติโย อาทีนโว ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา ฯ ปุน จปรํ คหปตโย ทุสฺสีโล สีลวิปนฺโน สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ อยํ จตุตฺโถ อาทีนโว ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา ฯ ปุน จปรํ คหปตโย ทุสฺสีโล สีลวิปนฺโน กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ อยํ ปญฺจโม อาทีนโว ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา ฯ อิเม โข คหปตโย ปญฺจ อาทีนวา ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา ฯ

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในความว่า สทฺธา นั้น ศรัทธามี ๔ คืออาคมนียศรัทธา อธิคมศรัทธา ปสาทศรัทธา โอกัปปนศรัทธา.

บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๘๐] ปญฺจิเม คหปตโย อานิสํสา สีลวโต สีลสมฺปทาย ฯ กตเม ปญฺจ ฯ อิธ คหปตโย สีลวา สีลสมฺปนฺโน อปฺปมาทาธิกรณํ มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ อธิคจฺฉติ อยํ ปฐโม อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย ฯ ปุน จปรํ คหปตโย สีลวโต สีลสมฺปนฺนสฺส กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ อยํ ทุติโย อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย ฯ ปุน จปรํ คหปตโย สีลวา สีลสมฺปนฺโน ยญฺญเทว ปริสํ อุปสงฺกมติ ยทิ ขตฺติยปริสํ ยทิ พฺราหฺมณปริสํ ยทิ คหปติปริสํ ยทิ สมณปริสํ วิสารโท อุปสงฺกมติ อมงฺกุภูโต อยํ ตติโย อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย ฯ ปุน จปรํ คหปตโย สีลวา สีลสมฺปนฺโน อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ อยํ จตุตฺโถ อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย ฯ ปุน จปรํ คหปตโย สีลวา สีลสมฺปนฺโน กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ อยํ ปญฺจโม อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย ฯ อิเม โข คหปตโย ปญฺจ อานิสํสา สีลวโต สีลสมฺปทายาติ ฯ

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บรรดาศรัทธาทั้ง ๔ นั้น

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อาคมนียศรัทธา ย่อมมีแก่พระโพธิสัตว์ผู้สัพพัญญู.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อธิคมปสาทศรัทธา ย่อมมีแก่พระอริยบุคคลทั้งหลาย

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ส่วนเมื่อเขาว่า พุทฺโธ ธมฺโม สงฺโฆ ก็เลื่อมใส ชื่อว่าปสาทศรัทธา.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ส่วนความปักใจเชื่อ ชื่อว่าโอกัปปนศรัทธา.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ความเชื่อทั้ง ๒ นั้น ท่านประสงค์เอาในที่นี้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

จริงอยู่ ภิกษุผู้ประกอบด้วยศรัทธานั้น เป็นผู้น้อมไปในศรัทธาก็เป็นเช่นเดียวกับพระวักกลิเถระ. ความจริง พระวักกลิเถระเป็นอันทำเจติยังคณวัตร หรือว่าโพธิยังคณวัตร. บำเพ็ญวัตรทุกอย่าง มีอุปัชฌายวัตรและอาจริยวัตรเป็นต้น.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า หิริมนา ได้แก่ ผู้มีจิตประกอบด้วยหิริ อันมีลักษณะเกลียดบาป. บทว่า โอตฺตปฺปี ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยโอตตัปปะ อันมีลักษณะเกรงกลัวแต่บาป.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ก็ในบทว่า พหุสฺสุตา นี้ พหุสุตะมี ๒ คือ ปริยัตติพหุสุตะ ปฏิเวธพหุสุตะ. ปิฏก ๓ ชื่อว่าปริยัติ. การแทงตลอดสัจจะ ชื่อว่าปฏิเวธ. ก็ในที่นี้ ท่านประสงค์เอาปริยัติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ภิกษุผู้มีสุตะมาก ชื่อว่าพหุสุตะ. ก็ภิกษุพหุสุตะนี้นั้นมี ๔ คือนิสัยมุตตกะ ปริสูปัฎฐาปกะ ภิกขุโนวาทกะ สัพพัตถพหุสุตะ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ใน ๔ จำพวกนั้น. พหุสุตะ ๓ จำพวกพึงถือเอาได้ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในโอวาทวรรค ในอรรถกถาวินัยชื่อสมันตปาสาทิกา. จำพวกสัพพัตถพหุสุตะ ก็คล้ายกับพระอานนทเถระ. จำพวกสัพพัตถพหุสุตะนั้น ท่านประสงค์เอาในที่นี้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ชื่อว่าอารัทธวิริยา ได้แก่เหล่าภิกษุที่ปรารภความเพียรทางกายและทางใจ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในภิกษุเหล่านั้น ภิกษุเหล่าใดบรรเทาความคลุกคลีด้วยหมู่ อยู่ผู้เดียวในอิริยาบถทั้ง ๔ โดยอารัมภวัตถุ ๘ ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่าปรารภความเพียรทางกาย.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ภิกษุเหล่าใดบรรเทาความคลุกคลีทางจิต อยู่ผู้เดียวโดยสมาบัติ ๘ ไม่ยอมยืนเมื่อกิเลสที่เกิดในขณะเดินอยู่ ไม่ยอมนั่งเมื่อกิเลสที่เกิดในขณะยืนอยู่ ไม่ยอมนอนเมื่อกิเลสที่เกิดในขณะนั่งอยู่ ข่มกิเลสที่เกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นอีก ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่าปรารภความเพียรทางจิต.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อุปฎฺฐิตสติ ได้แก่ ระลึกถึง ตามระลึกถึงกิจที่ทำไว้แล้วแม้นานเป็นต้น เหมือนพระมหาคติมพอภัยเถระ พระทีฆกอภัยเถระ และพระติปิฏจุฬาภยเถระ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ได้ยินว่า พระมหาคติมพอภัยเถระเห็นนกกากำลังยื่นจะงอยปากไปที่ข้าวมธุปายาสที่เป็นมงคล ในวันที่ ๕ นับแต่ตนเกิด ก็ร้องเสียง ฮู ฮู. ต่อมา เมื่อเป็นพระเถระถูกพวกภิกษุถามว่า ท่านขอรับ ท่านระลึกได้แต่เมื่อไร. จึงกล่าวว่า ผู้มีอายุ ตั้งแต่ร้องขึ้น ในวันที่ ๕ นับแต่ตนเกิด.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

มารดาของพระทีฆกอภัยเถระ น้อมตัวลงหมายจะจุมพิต ตั้งแต่วันที่ ๙ นับแต่พระเถระเกิด. มวยผมของนางก็สยาย. ต่อนั้นดอกมะลิประมาณทะนานหนึ่ง ก็ตกไปที่อกของทารกทำให้เกิดทุกข์. เมื่อเป็นพระเถระท่านถูกพวกภิกษุถามว่า ท่านขอรับ ระลึกได้ตั้งแต่เมื่อไร. ตอบว่า ตั้งแต่วันที่ ๙ นับแต่ตนเกิด.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

พระติปิฏกจูฬาภัยเถระเล่าว่า เราปิดประตู ๓ ด้านในอนุราธบุรี ให้ผู้คนออกประตูเดียวแล้วถามว่า ท่านชื่อไร ท่านชื่อไร ถึงตอนเย็นก็ไม่ถามซ้ำสามารถระบุชื่อของผู้คนเหล่านั้นได้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ก็ท่านหมายเอาภิกษุเห็นปานนั้น จึงกล่าวว่า อุปฎฺฐิตสติ. บทว่า ปญฺญวนฺโต ได้แก่ ประกอบด้วยปัญญา กำหนดความเกิดดับของปัญจขันธ์เป็นอารมณ์. อีกอย่างหนึ่ง ด้วยสองบทนี้ ท่านกล่าวถึงสัมมาสติและวิปัสสนาปัญญา อันเป็นเหตุอุดหนุนวิปัสสนาของเหล่าภิกษุผู้เจริญวิปัสสนา.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

พึงทราบวินิจฉัยในสัตตกะที่ ๔ ดังต่อไปนี้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

สัมโพชฌงค์คือสติ ชื่อว่าสติสัมโพชฌงค์. ในทุกบท ก็นัยนี้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในสัมโพชฌงค์

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๔๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”