บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[244] Ye nāgarāje sahasā haranti dibbā dijā pakkhi visuddhacakkhū vehāyasā te vanamajjhapattā citrā supaṇṇā iti tesa nāmaṃ abhayantadā nāgarājānamāsī supaṇṇato khemamakāsi buddho saṇhāhi vācāhi upavhayantā nāgā supaṇṇā saraṇamakaṃsu buddhaṃ. Jitā vajirahatthena samuddaṃ asurā sitā bhātaro vāsavassete iddhimanto yasassino. Kālakañjā mahābhismā asurā dānaveghasā vepacitti sucitti ca pahārādo namucī saha. Satañca baliputtānaṃ sabbe verocanāmakā sannayhitvā baliṃ senaṃ rāhubhaddamupāgamuṃ samayodāni bhaddante bhikkhūnaṃ samitiṃ vanaṃ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกอริฏฐกะ และพวกโรชะ คือ พวกอริฏฐกเทพ และพวกโรชเทพ.
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[245] Āpo ca devā paṭhavī ca tejo vāyo tadāgamuṃ varuṇā vāruṇā devā somo ca yasasā saha. Mettākaruṇākāyikā āgū devā yasassino dasete dasadhā kāyā sabbe nānattavaṇṇino iddhimanto jutimanto vaṇṇavanto yasassino modamānā abhikkāmuṃ bhikkhūnaṃ samitiṃ vanaṃ. Veṇḍū ca devā sahalī ca asamā ca duve yamā candassūpanisā devā candamāgū purakkhitā. Suriyassūpanisā devā suriyamāgū purakkhitā nakkhattāni purakkhatvā āgū mandavalāhakā vasūnaṃ vāsavo seṭṭho sakko pāga purindado. Dasete dasadhā kāyā sabbe nānattavaṇṇino iddhimanto jutimanto vaṇṇavanto yasassino modamānā abhikkāmuṃ bhikkhūnaṃ samitiṃ vanaṃ. Athāgū sahabhū devā jalamaggisikhāriva ariṭṭhakā ca rojā ca ummāpupphanibhāsino varuṇā sahadhammā ca accutā ca anejakā sūleyyarucirā āgū āgū vāsavanesino. Dasete dasadhā kāyā sabbe nānattavaṇṇino iddhimanto jutimanto vaṇṇavanto yasassino modamānā abhikkāmuṃ bhikkhūnaṃ samitiṃ vanaṃ. Samānā mahāsamānā mānusā mānusuttamā Khiḍḍāpadūsikā āgū āgū manopadūsikā athāgū harayo devā ye ca lohitavāsino pāragā mahāpāragā āgū devā yasassino. Dasete dasadhā kāyā sabbe nānattavaṇṇino iddhimanto jutimanto vaṇṇavanto yasassino modamānā abhikkāmuṃ bhikkhūnaṃ samitiṃ vanaṃ. Sukkā karumhā aruṇā āgū veghanasā saha. Odātagayhā pāmokkhā āgū devā vicakkhaṇā sadāmattā hāragajā missakā ca yasassino thanayaṃ āgā pajunno yo disā abhivassati. Dasete dasadhā kāyā sabbe nānattavaṇṇino iddhimanto jutimanto vaṇṇavanto yasassino modamānā abhikkāmuṃ bhikkhūnaṃ samitiṃ vanaṃ. Khemiyā tusitā yāmā kaṭṭhakā ca yasassino lambitakā lāmaseṭṭhā jotināmā ca āsavā nimmānaratino āgū athāgū paranimmitā. Dasete dasadhā kāyā sabbe nānattavaṇṇino iddhimanto jutimanto vaṇṇavanto yasassino modamānā abhikkāmuṃ bhikkhūnaṃ samitiṃ vanaṃ. Saṭṭhete devanikāyā sabbe nānattavaṇṇino nāmanvayena āgañchuṃ ye caññe sadisā saha pavutthajātimakkhīlaṃ oghatiṇṇamanāsavaṃ dakkhemoghataraṃ nāgaṃ candaṃva asitātitaṃ .
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า มีรัศมีเหมือนดอกผักตบ คือ พวกเทวดาเหล่านั้น ชื่อว่าพวกเทพดอกผักตบ. เพราะว่า แสงตัวเทวดาเหล่านั้นเหมือนกับดอกผักตบ ฉะนั้น จึงเรียกว่า อุมฺมาปุปฺผนิภาสี - มีรัศมีเหมือนดอกฝักตบ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า วรุณและสหธรรม คือ เทพทั้งสององค์เหล่านี้ด้วย. คำว่า อัจจุตะและอเนชกะ คือ เหล่าอัจจุตเทพและเหล่าอเนชกเทพ. คำว่า สุไลยและรุจิระก็มา คือ พวกเทวดาชื่อสุไลย และพวกเทวดาชื่อรุจิระก็มา. คำว่า วาสวเนสีก็มา คือ พวกเทวดาวาสวเนสี ก็มา. คำว่า หมู่เทพทั้ง ๑๐ เหล่านี้ คือ หมู่เทพทั้ง ๑๐ แม้เหล่านี้มาแล้วโดยส่วนสิบทีเดียว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า สมานะ มหาสมานะ คือ พวกเทพชื่อสมานะและพวกเทพชื่อมหาสมานะ. คำว่า มานุสะ มานุสุตตมะ คือ พวกเทพชื่อมานุสะและพวกเทพชื่อมานุสุตตมะ. คำว่า พวกขิฑฑาปทูสิกะก็มา พวกมโนปทูสิกะก็มา คือ พวกเทพที่มีการเล่น ประทุษร้าย และพวกเทพที่มีใจประทุษร้ายก็มา. คำว่า ถัดไปพวกหริเทพก็มา คือ พวกที่ชื่อหริเทพก็มา. คำว่า และพวกใด ชื่อโลหิตวาสี คือ และเทพพวกโลหิตวาสีก็มา. และเทพสองพวกเหล่านี้ คือพวกที่ชื่อปารคะ และพวกที่ชื่อมหาปารคะก็มา. คำว่า หมู่เทพทั้งสิบเหล่านี้ คือ หมู่เทพทั้งสิบแม้เหล่านี้มาแล้วโดยส่วนสิบเทียว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า พวกเทพชื่อสุกกะ ชื่อกรุมหะ ชื่ออรุณะ ชื่อเวฆนัส ก็มาด้วยกัน คือ พวกเทพทั้งสามมีพวกสุกกะเป็นต้น และเทพพวกเวฆนัส ก็มาพร้อมกับเทพเหล่านั้น. คำว่า พวกเทพผู้หัวหน้าชื่อโอทาตคัยหะ คือ พวกเทพผู้เป็นหัวหน้าชื่อโอทาตคัยหะ ก็มา. คำว่า พวกวิจักขณเทพก็มา คือ พวกเทพชื่อวิจักขณะก็มา. คำว่า พวกสทามัตตะ พวกหารคชะ คือ พวกเทพชื่อสทามัตตะและพวกเทพชื่อหารคชะ. คำว่า และพวกมิสสกะผู้มียศ คือ พวกชื่อมิสสกเทพถึงพร้อมด้วยยศ. คำว่า ปัชชุนคำรามอยู่ก็มา คือ และเทวราชชื่อปัชชุน คำรามอยู่ก็มา. คำว่า ผู้ให้ฝนตกทั่วทิศ คือ ผู้ที่ไปทิศใดๆ ฝนตกในทิศนั้นๆ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า หมู่เทพทั้งสิบเหล่านี้ คือ หมู่เทพทั้งสิบแม้เหล่านี้มาแล้วโดยส่วนสิบเทียว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า พวกเทพชั้นดุสิตผู้มีความเกษมและพวกชั้นยามา ได้แก่ พวกเทพผู้มีความเกษมอยู่ดุสิตบุรี และพวกเทพที่อยู่ในยามาเทวโลก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า และพวกกถกา ผู้มียศ ได้แก่ พวกเทพชื่อกถกะ ผู้สมบูรณ์ด้วยยศด้วย. ส่วนในบาลีเขียนว่า กัฏฐกะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า ลัมพิตกะ (และ) ลามเสฏฐะ ได้แก่ พวกเทพชื่อลัมพิตกะและพวกเทพชื่อลามเสฏฐะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า โชตนามและอาสวะ ความว่า มีพวกเทวดาชื่อโชติเทพ โชติช่วงเหมือนกองไฟอ้อที่ก่อบนยอดภูเขา และพวกอาสาเทพก็มา. แต่ในบาลีเขียน โชตินาม ท่านเรียกอาสาเทพว่าอาสวะ ด้วยอำนาจฉันท์. เทวดาชั้นนิมมานรดีก็มา ถัดมาเทวดาชั้นปรนิมมิตาก็มา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า หมู่เทพทั้งสิบเหล่านี้ ได้แก่ หมู่เทพทั้งสิบแม้เหล่านี้มาแล้วโดยส่วนสิบทีเดียว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า หมู่เทพ ๖๐ เหล่านี้ ได้แก่ เทพ ๑๐ หมู่ ๖ ครั้ง เริ่มแต่อาโปเป็นต้นไป ก็เป็นหมู่เทพ ๖๐ หมู่. เทพทั้งหมดมีผิวพรรณแตกต่างกัน ด้วยอำนาจสีเขียวเป็นต้น. คำว่า มาแล้วโดยกำเนิดชื่อ ได้แก่ มาแล้วโดยภาคแห่งชื่อ คือโดยส่วนแห่งชื่อนั่นเทียว. คำว่า และเทพเหล่าอื่นใดที่เช่นกันกับ ได้แก่ และแม้เทพในจักรวาลที่เหลือเหล่าอื่นใดที่เช่นกันกับเทพเหล่านี้ คือเป็นเช่นนั้นเหมือนกันทั้งโดยผิวพรรณ ทั้งโดยชื่อ เทพเหล่านั้นมาแล้วเทียว ดังนี้
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
เป็นอันว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงเทวดาทั้งหมด เหมือนรวบยอดมัดเป็นกลุ่มๆ ด้วยบทเดียวเท่านั้น. ครั้นทรงแสดงหมู่เทวดาในหมื่นโลกธาตุอย่างนี้เสร็จแล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงความต้องการที่เทวดาเหล่านั้นมา จึงตรัสคาถาเป็นต้นว่า มีชาติ (ความเกิด) ที่อยู่แล้ว ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พึงทราบใจความของคาถานั้น พระอริยสงฆ์ชื่อว่า มีชาติที่อยู่แล้ว เพราะชาติของท่าน ท่านอยู่แล้วปราศไปแล้ว. ท่านผู้มีชาติที่อยู่แล้วนั้น. พวกเราจะดู คือจะเห็นพระอริยสงฆ์ที่ชื่อว่าไม่มีตาปู เพราะตาปูคือ ราคะ โทสะและโมหะ ไม่มี. ชื่อว่า ข้ามโอฆ (ห้วงน้ำ) แล้ว เพราะข้ามโอฆะทั้งสี่ได้แล้ว ตั้งอยู่. ชื่อว่า หาอาสวะมิได้ เพราะไม่มีอาสวะทั้ง ๔ ชื่อว่าผู้ข้ามโอฆะ เพราะข้ามโอฆะเหล่านั้นนั่นเองได้แล้ว. ชื่อว่านาคะ เพราะไม่ทำความชั่ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า ผู้ล่วงกรรมดำ คือ และพวกเราจะดู คือจะเห็นพระทศพลที่ทรงรุ่งเรืองอยู่ด้วยพระสิริ เหมือนพระจันทร์ที่ล่วงความดำ (คือเมฆวลาหก) ฉะนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
เทพเหล่านั้นและเทพเหล่าอื่นใดที่เช่นเดียวกันกับเทพเหล่านั้น แม้ทั้งหมดมาแล้วด้วยการระบุชื่อเพื่อประโยชน์นั้น ด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงถึงพวกพรหม จึงตรัสคำเป็นต้นว่า สุพรหมและปรมัตต (ปรมาตมัน) พรหม ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุพรหม ได้แก่ พรหมประเสริฐองค์หนึ่งและพรหมชื่อปรมัตตะ. บทว่า เป็นบุตรของท่านผู้มีฤทธิ์กับ ได้แก่ อริยพรหมเหล่านี้เป็นบุตรของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าผู้มีฤทธิ์มาด้วยกันทีเดียว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า สนังกุมารและติสสะ ได้แก่ สนังกุมารองค์หนึ่ง ๑ ติสสมหาพรหมองค์ ๑.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า แม้เขาก็มา ได้แก่ แม้ติสสมหาพรหมนั้นก็มา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
มีพระดำรัสในเรื่องพรหมนี้ว่า
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
มหาพรหมเข้าถึงพรหมโลกมีความรุ่งเรือง
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
มีร่างใหญ่โต มียศ ปกครองพรหมโลกพันหนึ่ง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พรหมโลกพันหนึ่ง ได้แก่ พรหมชั้นผู้ใหญ่พันองค์มาแล้ว สามารถทำแสงสว่างในพันจักรวาลด้วยนิ้วพระหัตถ์นิ้วเดียว ในหมื่นจักรวาลด้วยนิ้วพระหัตถ์สิบนิ้ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า มหาพรหมปกครอง ได้แก่ พรหมชั้นผู้ใหญ่แต่ละองค์ครอบงำพรหมเหล่าอื่นแล้วตั้งอยู่ในที่ใด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เข้าถึง ได้แก่ เกิดในพรหมโลก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า มีความรุ่งเรือง ได้แก่ สมบูรณ์ด้วยอานุภาพ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า มีร่างใหญ่โต ได้แก่ มีร่างกายใหญ่มีขนาดร่างกายเท่ากับสองสามเขตหมู่บ้านชาวมคธ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า มียศ ได้แก่ ประกอบพร้อมด้วยยศกล่าวคือ สิริแห่งอัตภาพ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พรหมสิบองค์เป็นอิสระในพรหมพันหนึ่งนั้น มีอำนาจเป็นไปเฉพาะก็มา ได้แก่ มหาพรหมเป็นอิสระสิบองค์เห็นปานนั้น ยังอำนาจให้เป็นไปโดยเฉพาะๆ ก็มา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า และพรหมชื่อหาริตะ อันบริวารแวดล้อมแล้วก็มาในท่ามกลางพรหมเหล่านั้น ความว่า ก็มหาพรหมชื่อหาริตะ มีพรหมแสนองค์เป็นบริวาร ก็มาในท่ามกลางพรหมเหล่านั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า และเห็นพวกเทวดาที่มานั้นหมด ทั้งพระอินทร์พร้อมทั้งพระพรหม ความว่า พวกเทวดา แม้ทั้งหมดนั้นทำท้าวสักกเทวราชให้เป็นหัวหน้าแล้วมา และพวกพรหมก็ทำหาริตมหาพรหมให้เป็นหัวหน้าแล้วมา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า กองทัพมารก็มา ความว่า กองทัพมาร ก็เข้ามา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกท่านจงดูความเขลาของกฤษณะ (มารผู้ดำ) ความว่า พวกท่านจงดูความโง่ของมารผู้ดำ พญามารสั่งบริษัทของตนอย่างนี้ว่า พวกท่านจงมาจับผูกไว้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า การผูกด้วยราคะ จงมีแก่พวกท่าน ความว่า เทวมณฑลของท่านทั้งหมดนี้ จงเป็นอันผูกไว้แล้วด้วยราคะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกท่านจงแวดล้อมไว้โดยรอบ บรรดาพวกท่าน ใครๆ อย่าปล่อยเขาไป ความว่า บรรดาพวกท่าน แม้ผู้หนึ่งอย่าปล่อยไปแม้แต่ผู้เดียวในพวกนี้ ปาฐะว่า มา โว มุญฺจิตฺถ พวกท่านอย่าปล่อยไป ใจความก็อย่างนี้เหมือนกัน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า แม่ทัพใหญ่บังคับกองทัพกฤษณะในที่ประชุมนั้นดังนี้ ความว่า มารผู้เป็นแม่ทัพใหญ่บังคับกองทัพมารในที่ประชุมนั้นอย่างนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เอามือตบพื้น ความว่า ตบพื้นแผ่นดินด้วยมือ. บทว่า ทำเสียงน่ากลัว ความว่า และทำเสียงที่น่ากลัว เพื่อแสดงเสียงที่น่ากลัวของมาร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เหมือนเมฆที่หลั่งฝน คำรามอยู่เป็นไปกับด้วยฟ้าแลบ ความว่า เหมือนเมฆหลั่งน้ำฝน เป็นไปกับด้วยฟ้าแลบขู่คำรามอย่างใหญ่.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ครั้งนั้น มารนั้นกลับไปแล้ว ความว่า สมัยนั้น ครั้นแสดงสิ่งที่น่ากลัวนั้นเสร็จแล้ว มารนั้นก็กลับไป.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เดือดดาลกับผู้ที่ไม่เป็นไปในอำนาจตน ความว่า เมื่อไม่อาจเพื่อจะให้ใครๆ เป็นไปในอำนาจของตนได้ ก็แสนเดือดดาลพลุ่งพล่านเอากับผู้ที่ไม่อยู่ในอำนาจตัว หมดอยากด้วยอำนาจของตนแล้วก็กลับไป.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
เล่ากันมาว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงทราบว่า มารนี้เห็นสมาคมนี้ใหญ่ คิดว่าจะทำอันตรายแก่การบรรลุมรรคผลประชุมที่สำคัญ จึงส่งกองทัพมารไปแสดงสิ่งอันน่ากลัวเป็นพักๆ ก็แล ปกติของพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็คือ ในที่ใดจะไม่มีการบรรลุมรรคผล ในที่นั้น พระองค์จะไม่ทรงห้ามมารที่แสดงสิ่งอันน่ากลัวของมาร แต่ในที่ใดจะมีการบรรลุมรรคผล ในที่นั้น พระองค์จะทรงอธิษฐานไม่ให้บริษัทเห็นรูป ไม่ให้ยินเสียงมาร ก็เพราะในสมัยนี้จะมีการตรัสรู้มรรคผลใหญ่ ฉะนั้น จึงทรงอธิษฐานโดยประการที่พวกเทวดาจะไม่เห็น จะไม่ยินเสียงของมารนั้น. เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ครั้งนั้น มารนั้นแสนเดือดดาลกับผู้ที่ไม่เป็นไปในอำนาจตน ได้กลับไปแล้ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พระศาสดาผู้มีดวงตา ทรงพิจารณาและทรงทราบเหตุนั้นทั้งหมดแล้ว ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบและทรงพิจารณาเหตุนั้นทั้งหมดแล้ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า กองทัพมารเข้ามาแล้ว ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงรู้จักพวกเขา ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย กองทัพมารเข้ามาแล้ว พวกเธอจงรู้จักพวกเขาตามสมควรแก่ตน พวกเธอจงเข้าผลสมาบัติ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ได้กระทำความเพียรแล้ว ความว่า ภิกษุเหล่านั้นปรารภความเพียรเพื่อประโยชน์เข้าผลสมาบัติ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า หลีกไปจากท่านปราศจากราคะแล้ว ความว่า มารและผู้เที่ยวไปตามมาร ได้หลีกไปอย่างไกลจากเหล่าพระอริยะผู้ปราศจากราคะแล้วเทียว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า แม้แต่ขนของพวกท่านก็ไม่ไหว ความว่า แม้แต่ขนของท่านผู้ปราศจากราคะเหล่านั้นก็ไม่หวั่นไหว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ครั้งนั้น มารปรารภหมู่ภิกษุแล้วได้กล่าวคาถานี้ว่า
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
เหล่าสาวกของพระองค์ทั้งหมด พิชิตสงครามได้แล้ว
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ล่วงความกลัวเสียได้แล้ว มียศปรากฏในประชุมชน บันเทิง
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อยู่กับหมู่พระอริยะผู้เกิดแล้ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า บันเทิงอยู่กับภูตทั้งหลาย ความว่า บันเทิง คือบันเทิงทั่วกับหมู่พระอริยะอันเกิดแล้ว (ภูต) คือเกิดพร้อมแล้วในศาสนาของพระทศพล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที