บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[111] Tatrapi sudaṃ bhagavā bhaṇḍagāme viharanto etadeva bahulaṃ bhikkhūnaṃ dhammiṃ kathaṃ karoti iti sīlaṃ iti samādhi iti paññā sīlaparibhāvito samādhi mahapphalo hoti mahānisaṃso samādhiparibhāvitā paññā mahapphalā hoti mahānisaṃsā paññāparibhāvitaṃ cittaṃ sammadeva āsavehi vimuccati seyyathīdaṃ kāmāsavā bhavāsavā [2]- avijjāsavāti.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี ความว่า เว้นจากบริกรรมสัญญาในรูปภายใน เพราะยังไม่ได้ หรือเพราะไม่ต้องการ.

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[112] Athakho bhagavā bhaṇḍagāme yathābhirantaṃ viharitvā āyasmantaṃ ānandaṃ āmantesi āyāmānanda yena hatthigāmo ambagāmo jambugāmo yena bhoganagaraṃ tenupasaṅkamissāmāti . evaṃ bhanteti kho āyasmā ānando bhagavato paccassosi . athakho bhagavā mahatā bhikkhusaṅghena saddhiṃ yena bhoganagaraṃ tadavasari . tatra sudaṃ bhagavā bhoganagare viharati ānande cetiye . tatra kho bhagavā bhikkhū āmantesi cattārome bhikkhave mahāpadese desessāmi taṃ suṇātha sādhukaṃ manasikarotha bhāsissāmīti . evaṃ bhanteti kho te bhikkhū bhagavato paccassosuṃ. Bhagavā etadavoca

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ความว่า ทั้งบริกรรมทั้งนิมิตของผู้ใดเกิดขึ้นในภายนอกอย่างเดียว ผู้นั้นมีความสำคัญว่าอรูปในภายใน ด้วยอำนาจบริกรรมและอัปปนา ในภายนอกอย่างนี้เรียกว่า เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ผู้เดียวเห็นรูปในภายนอก.

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[113] Idha bhikkhave bhikkhu evaṃ vadeyya sammukhā metaṃ āvuso bhagavato sutaṃ sammukhā paṭiggahitaṃ ayaṃ dhammo ayaṃ vinayo idaṃ satthu sāsananti tassa bhikkhave bhikkhuno bhāsitaṃ neva abhinanditabbaṃ nappaṭikkositabbaṃ . anabhinanditvā appaṭikkositvā tāni padabyañjanāni sādhukaṃ uggahetvā sutte osāretabbāni vinaye sandassetabbāni . tāni ce sutte osāriyamānāni vinaye sandassiyamānāni na ceva sutte osaranti na ca vinaye sandissanti. Niṭṭhamettha gantabbaṃ addhā idaṃ na ceva tassa bhagavato vacanaṃ imassa ca bhikkhuno duggahitanti iti hetaṃ bhikkhave chaḍḍeyyātha . Tāni ce sutte osāriyamānāni vinaye sandassiyamānāni sutte Ce osaranti vinaye ce sandissanti. Niṭṭhamettha gantabbaṃ addhā idaṃ tassa bhagavato vacanaṃ imassa ca bhikkhuno sugahitanti idaṃ bhikkhave paṭhamaṃ mahāpadesaṃ dhāreyyātha.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ข้อที่เหลือในคำนั้นมีนัยกล่าวแล้ว ในอภิภายตนะที่ ๔ ทั้งนั้น.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ก็ในอภิภายตนะ ๔ เหล่านี้ ปริตตอภิภายตนะมาด้วยอำนาจวิตกจริต อัปปมาณอภิภายตนะมาด้วยอำนาจโมหจริต สุวรรณอภิภายตนะมาด้วยอำนาจโทสจริต ทุพพรรณอภิภายตนะมาด้วยอำนาจราคจริต.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

จริงอยู่ อภิภายตนะเหล่านี้เป็นสัปปายะของผู้มีจริตเหล่านี้. แม้ความที่อภิภายตนะเป็นสัปปายะนั้น กล่าวไว้พิสดารแล้วในจริตนิเทส ในวิสุทธิมรรค.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

พึงทราบวินัยในอภิภายตนะที่ ๕ เป็นต้นดังต่อไปนี้

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า นีลานิ ท่านกล่าวไว้โดยรวมทั้งหมด. บทว่า นีลวณฺณานิ ท่านกล่าวโดยวรรณะ. บทว่า นีลนิทสฺสนานิ ท่านกล่าวโดยตัวอย่าง ท่านอธิบายว่า วรรณะที่ไม่เจือกัน ที่ไม่ปรากฏช่องว่าง ปรากฏว่ามีสีเขียวเป็นอันเดียวกัน.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ส่วนคำว่า นีลนิภาสานิ นี้ ท่านกล่าวไว้โดยอำนาจโอภาส. อธิบายว่า มีแสงสีเขียว คือประกอบด้วยรัศมีเขียว. ด้วยบทนี้ ท่านแสดงความที่วรรณะเหล่านั้นบริสุทธิ์. จริงอยู่ ท่านกล่าวว่าอภิภายตนะ ๔ เหล่านี้ไว้โดยวรรณบริสุทธิ์เท่านั้น.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อุมฺมารปุปฺผํ ความว่า จริงอยู่ ดอกไม้นี้สนิทอ่อนนุ่ม แม้ที่เห็นๆ กันอยู่ ก็สีเขียวทั้งนั้น ส่วนดอกกัณณิกาเขาเป็นต้นที่เห็นๆ กันอยู่ ก็ขาว เพราะฉะนั้น ท่านจึงถือเอาดอกผักตบนี้เท่านั้น ดอกกัณณิกาเขา ท่านหาถือเอาไม่.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า พาราณเสยฺยกํ แปลว่า ที่เกิดในกรุงพาราณสี

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ได้ยินว่า ในกรุงพาราณสีนั้น ทั้งฝ้ายก็อ่อน ทั้งคนกรอด้าย ทั้งช่างทอก็ฉลาด. แม้น้ำก็สะอาดสนิท เพราะฉะนั้น ผ้านั้นจึงเกลี้ยงทั้งสองข้าง คือในข้างทั้งสอง ก็เกลี้ยงปรากฏว่าอ่อนสนิท.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

แม้ในคำว่า ปิตานิ เป็นต้น ก็พึงทราบเนื้อความโดยนัยนี้แล. เมื่อจะกำหนดนีลกสิณ ย่อมกำหนดนิมิตในสีเขียว. ก็การกระทำกสิณก็ดี การบริกรรมก็ดี อัปปนาวิธีก็ดี ในที่นี้มีอาทิว่า ปุปฺผสฺมึ วา วตฺถสฺมึ วา วณฺณธาตุยา วา ทั้งหมดมีนัยที่กล่าวไว้โดยพิสดารแล้วในวิสุทธิวรรค.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อภิภายตนะ ๘ เหล่านี้ ท่านนำมาก็เพื่อแสดงความเป็นผู้ไม่กลัว.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสอภิภายตนะแม้เหล่านี้ แล้วจึงตรัสอย่างนี้ว่า อานนท์ ความกลัว หรือความกล้าไม่มีแก่ตถาคตผู้กำลังเข้าสมาบัติแม้เหล่านี้ และกำลังออก ใครเล่าควรจะเกิดความเข้าใจอย่างนี้ว่า ตถาคตเห็นมารผู้เดียวพึงกลัว อานนท์ ตถาคตไม่กลัว ไม่ขลาด มีสติสัมปชัญญะปลงอายุสังขาร. อฏฺฐวิโมกฺขวณฺณนา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

กถาว่าด้วยเรื่องวิโมกข์ มีความง่ายทั้งนั้น.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

วิโมกข์ ๘ เหล่านี้ ท่านนำมาเพื่อความเป็นผู้ไม่กลัวเหมือนกัน.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสวิโมกข์แม้เหล่านี้แล้ว จึงตรัสอย่างนี้ว่า ดูก่อนอานนท์ ความกลัวหรือความกล้าไม่มีแก่ตถาคตผู้กำลังเข้าสมาบัติแม้เหล่านี้ และกำลังออก ฯลฯ ปลงอายุสังขาร. แม้บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ไม่ประทานโอกาสแก่พระอานนท์เถระเลย ทรงเริ่มเทศนาแม้อย่างอื่นอีก โดยนัยมีว่า เอกมิทาหํ เป็นต้น.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ ได้แก่ เป็นผู้ตรัสรู้ครั้งแรกทีเดียว คือในสัปดาห์ที่ ๘.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า โอสฺสฎฺโฐ แปลว่า ปล่อยสละ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ได้ยินว่า ครั้นกล่าวอย่างนี้ จึงกล่าวว่า เพราะเหตุนั้น หมื่นโลกธาตุจึงไหว. อานนฺทยาจนกถาวณฺณนา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า อลํ นี้ เป็นคำปฏิเสธ. บทว่า โพธึ ได้แก่แทงตลอดด้วยมรรคญาณ ๔.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ด้วยบทว่า สทฺทหสิ ตฺวํ ท่านกล่าวว่า เธอเชื่อว่า ตถาคตกล่าวอย่างนี้ไหม.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ด้วยบทว่า ตสฺมาติหานนฺท พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า เพราะเหตุที่เธอเชื่อคำนี้ ฉะนั้น ข้อนี้จึงเป็นการทำไม่ดีของเธอเอง พระผู้มีพระภาคเจ้าเริ่มคำว่า เอกมิทาหํ เป็นต้น เพื่อจะยกโทษของพระเถระแต่ผู้เดียวโดยประการต่างๆ เพื่อจะบรรเทาความโศกอย่างนี้ว่า เรามิได้เรียกเธอมาในที่นี้อย่างเดียวเท่านั้นดอก. แม้ในเวลาอื่นๆ เราก็เรียกมาทำนิมิตอย่างหยาบ เธอก็มิได้ล่วงรู้นิมิตแม้นั้น อันนี้ก็เป็นความผิดพลาดของเธอผู้เดียว.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ปิเยหิ มนาเปหิ ความเป็นต่างๆ โดยชาติ ความละเว้นเพราะมรณะ ความเป็นอย่างอื่นเพราะภพ (พลัดพราก) จากมารดา บิดา พี่ชาย พี่หญิงเป็นต้น.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า ตํ ในคำว่า ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา แปลว่า เพราะฉะนั้น. อธิบายว่า เพราะจะต้องพลัดพรากจากสัตว์และสังขารอันเป็นที่รักที่พอใจทั้งสิ้นแล ฉะนั้น ตถาคตบำเพ็ญบารมี ๑๐ ก็ดี บรรลุสัมโพธิญาณก็ดี ประกาศธรรมจักรก็ดี แสดงยมกปาฏิหาริย์ก็ดี ลงจากเทวโลกก็ดี สรีระนั้นใดที่เกิดแล้วเป็นแล้ว ถูกปรุงแต่งแล้วมีความสลายไปเป็นธรรมดา ขอสรีระแม้แห่งพระตถาคตนั้นอย่าสลายไปเลยหนอ. นั่นไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ทั้งผู้ร้องไห้ทั้งผู้คร่ำครวญก็สามารถจะได้ฐานะอันนั้น.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ปุน ปจฺจาคมิสฺสติ ความว่า สิ่งที่ตถาคตสละแล้ว คายแล้ว สิ่งนั้นก็จักกลับปรากฏอีกไม่ได้ดอก.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ยถยิทํ พฺรหฺมจริยํ แปลว่า คือ สาสนพรหมจรรย์ที่สงเคราะห์ด้วยสิกขา ๓.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อทฺธนียํ แปลว่า ทนอยู่นาน.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า จิรฎฺฐิติกํ ได้แก่ ตั้งอยู่นานด้วยอำนาจเป็นนาน.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า จตฺตาโร สติปฎฺฐานา เป็นอาทิ ทั้งหมด ท่านกล่าวโดยเป็นโลกิยะและโลกุตตระ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ส่วนการวินิจฉัยในโพธิปักขิยธรรมเหล่านี้ ท่านกล่าวไว้ในปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธินิทเทส ในวิสุทธิมรรคโดยอาการทั้งปวง.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำที่เหลือในที่นี้ง่ายทั้งนั้นแล. จบกถาพรรณนาตติยภาณวาร

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

นาคาปโลกิตวณฺณนา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า นาคาวโลกิตํ ความว่า เหมือนอย่างว่า กระดูกของมหาชนเอาปลายจดปลายตั้งอยู่ เหมือนอัฏฐิของพระปัจเจกพุทธเจ้าที่เกี่ยวกัน เหมือนขอช้างฉันใด อัฏฐิของพระพุทธเจ้าหาเหมือนฉันนั้นไม่. ด้วยว่า อัฏฐิของพระพุทธเจ้าติดเป็นอันเดียวกัน เหมือนแท่งทองคำ เพราะฉะนั้น ในเวลาเหลียวหลัง จึงไม่สามารถเอี้ยวพระศอได้.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๖๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”