บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[134] Cattārome ānanda thūpārahā . katame cattāro . Tathāgato arahaṃ sammāsambuddho thūpāraho paccekasambuddho thūpāraho tathāgatassa sāvako thūpāraho rājā cakkavatti thūpāraho . {134.1} Kiñcānanda atthavasaṃ paṭicca tathāgato arahaṃ sammāsambuddho thūpāraho . ayaṃ tassa bhagavato arahato sammāsambuddhassa thūpoti ānanda bahū janā cittaṃ pasādenti te tattha cittaṃ pasādetvā kāyassa bhedā parammaraṇā sugatiṃ saggaṃ lokaṃ upapajjanti idaṃ kho ānanda atthavasaṃ paṭicca tathāgato arahaṃ sammāsambuddho thūpāraho. {134.2} Kiñcānanda atthavasaṃ paṭicca paccekasambuddho thūpāraho . ayaṃ tassa paccekabuddhassa thūpoti ānanda bahū janā cittaṃ pasādenti te tattha cittaṃ pasādetvā kāyassa bhedā parammaraṇā sugatiṃ saggaṃ lokaṃ upapajjanti idaṃ kho ānanda atthavasaṃ paṭicca paccekasambuddho thūpāraho. {134.3} Kiñcānanda atthavasaṃ paṭicca tathāgatassa Sāvako thūpāraho . ayaṃ tassa bhagavato arahato sammāsambuddhassa sāvakathūpoti ānanda bahū janā cittaṃ pasādenti te tattha cittaṃ pasādetvā kāyassa bhedā parammaraṇā sugatiṃ saggaṃ lokaṃ upapajjanti idaṃ kho ānanda atthavasaṃ paṭicca tathāgatassa sāvako thūpāraho. {134.4} Kiñcānanda atthavasaṃ paṭicca rājā cakkavatti thūpāraho. Ayaṃ tassa dhammikassa dhammarañño thūpoti ānanda bahū janā cittaṃ pasādenti te tattha cittaṃ pasādetvā kāyassa bhedā parammaraṇā sugatiṃ saggaṃ lokaṃ upapajjanti idaṃ kho ānanda atthavasaṃ paṭicca rājā cakkavatti thūpāraho ime kho ānanda cattāro thūpārahāti.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า สทตฺเถ ฆฏถ ได้แก่ พยายามในพระอรหัตอันเป็นประโยชน์สูงสุด.
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[135] Athakho āyasmā ānando vihāraṃ pavisitvā kapisīsaṃ ālambitvā rodamāno aṭṭhāsi ahañca vatamhi sekkho sakaraṇīyo satthu ca me parinibbānaṃ bhavissati yo mama anukampakoti . athakho bhagavā bhikkhū āmantesi kahaṃ nu kho bhikkhave ānandoti . eso bhante āyasmā ānando vihāraṃ pavisitvā kapisīsaṃ ālambitvā rodamāno ṭhito ahañca vatamhi sekkho sakaraṇīyo satthu ca me parinibbānaṃ bhavissati yo mama anukampakoti. {135.1} Athakho bhagavā aññataraṃ bhikkhuṃ āmantesi ehi tvaṃ bhikkhu mama vacanena ānandaṃ āmantehi satthā taṃ āvuso ānanda āmantetīti. Evaṃ bhanteti kho so bhikkhu bhagavato paṭissutvā yenāyasmā ānando tenupasaṅkami upasaṅkamitvā āyasmantaṃ ānandaṃ Etadavoca satthā taṃ āvuso ānanda āmantetīti . evamāvusoti kho āyasmā ānando tassa bhikkhuno paṭissutvā yena bhagavā tenupasaṅkami upasaṅkamitvā bhagavantaṃ abhivādetvā ekamantaṃ nisīdi . Ekamantaṃ nisinnaṃ kho āyasmantaṃ ānandaṃ bhagavā etadavoca alaṃ ānanda mā soci mā paridevi na nu evaṃ ānanda mayā paṭikacceva akkhātaṃ sabbeheva piyehi manāpehi nānābhāvo vinābhāvo aññathābhāvo taṃ kutettha [2]- labbhā yantaṃ jātaṃ bhūtaṃ saṅkhataṃ palokadhammaṃ taṃ vata mā palujjīti netaṃ ṭhānaṃ vijjati dīgharattaṃ kho te ānanda tathāgato paccupaṭṭhito mettena kāyakammena hitena sukhena advayena appamāṇena mettena vacīkammena hitena sukhena advayena appamāṇena mettena manokammena hitena sukhena advayena appamāṇena katapuññosi tvaṃ ānanda padhānamanuyuñja khippaṃ hohipi anāsavoti. {135.2} Athakho bhagavā bhikkhū āmantesi yepi te bhikkhave ahesuṃ atītamaddhānaṃ arahanto sammāsambuddhā tesampi bhagavantānaṃ etaparamāyeva upaṭṭhākā ahesuṃ seyyathāpi mayhaṃ ānando yepi te bhikkhave bhavissanti anāgatamaddhānaṃ arahanto sammāsambuddhā tesampi bhagavantānaṃ etaparamāyeva upaṭṭhākā bhavissanti seyyathāpi mayhaṃ ānando paṇḍito [4]- bhikkhave ānando jānāti ayaṃ kālo tathāgataṃ dassanāya upasaṅkamituṃ ayaṃ kālo bhikkhūnaṃ ayaṃ kālo bhikkhunīnaṃ ayaṃ kālo Upāsakānaṃ ayaṃ kālo upāsikānaṃ ayaṃ kālo rañño rājamahāmattānaṃ ayaṃ kālo titthiyānaṃ ayaṃ kālo titthiyasāvakānanti.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อนุยุญฺชถ ได้แก่ จงประกอบเนืองๆ เพื่อบรรลุพระอรหัตนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อปฺปมตฺตา ได้แก่ ไม่อยู่ปราศจากสติ. ชื่อว่าผู้มีเพียร เพราะประกอบด้วยธรรมเครื่องย่างกิเลส คือความเพียร. ชื่อว่ามีตนส่งไป คือมีจิตส่งไปอยู่ เพราะเป็นผู้ไม่อาลัยในกายและชีวิต.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ด้วยบทว่า กถํ ปน ภนฺเต ท่านพระอานนท์ทูลถามว่า ชนเหล่านั้นมีกษัตริย์บัณฑิตเป็นต้น จะพึงปฏิบัติอย่างไร เขาจักสอบถามข้าพระองค์แน่แท้ว่า ท่านอานนท์ เราจะพึงปฏิบัติในพระสรีระของพระตถาคตอย่างไร ข้าพระองค์จะให้คำตอบแก่เขาอย่างไร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อหเตน วตฺเถน ได้แก่ ผ้าใหม่ที่ทำในแคว้นกาสี ไม่ซึมน้ำมัน เพราะเนื้อละเอียด แต่ผ้าสำลีซึม เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า วิหเตน กปฺปาเสน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อยสาย ได้แก่ รางทอง. ก็รางทอง ท่านประสงค์เอาว่า อยสํ ในที่นี้. ถูปารหปุคฺคลวณฺณนา
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ถามว่า ในคำว่า ราชา จกฺกวตฺติ เหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงอนุญาตการสร้างสถูปแก่พระราชาผู้อยู่กลางเรือนสวรรคตแล้ว ไม่ทรงอนุญาตสำหรับภิกษุผู้มีศีล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ตอบว่า เพราะไม่อัศจรรย์.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
แท้จริง เมื่อทรงอนุญาตสถูป สำหรับภิกษุปุถุชน ก็ไม่พึงมีโอกาสสำหรับสถูปทั้งหลายในเกาะสีหล ถึงในที่อื่นๆ ก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้น สถูปเหล่านั้นไม่อัศจรรย์ เพราะเหตุนั้น จึงไม่ทรงอนุญาต. พระเจ้าจักรพรรดิบังเกิดพระองค์เดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนั้น สถูปของพระองค์จึงอัศจรรย์. ส่วนสำหรับภิกษุปุถุชนผู้มีศีล จะทำสักการะแม้อย่างใหญ่ อย่างภิกษุผู้ปรินิพพานก็ควรเหมือนกัน. อานนฺทคุณกถาวณฺณนา
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ส่วนโรงกลม ท่านประสงค์เอาว่าวิหาร ในคำว่าวิหารนี้. เข้าไปสู่วิหารนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า กปิสีสํ ได้แก่ ไม้กลอนที่ตั้งอยู่ในที่ปลายเท้าแขนประตู.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า โรทมาโน อฎฺฐาสิ ความว่า ได้ยินว่า ท่านพระอานนท์คิดว่า พระศาสดาตรัสสถานที่อยู่ซึ่งให้เกิดความสังเวชแก่เรา ตรัสการจาริกไปในเจดีย์ว่า มีประโยชน์ ตรัสตอบปัญหาเรื่องที่จะพึงปฏิบัติในมาตุคาม ตรัสบอกการปฏิบัติในสรีระของพระองค์ ตรัสถูปารหบุคคล ๔ จำพวก วันนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแน่. เมื่อท่านคิดอย่างนี้แล้วก็เกิดโทมนัสอย่างรุนแรง. ครั้งนั้น ท่านปริวิตกอย่างนี้ว่า ชื่อว่าการร้องไห้ในที่ใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ผาสุก เราจักไปในที่ส่วนหนึ่ง บรรเทาความโศกให้เบาบาง. ท่านได้ทำเหมือนอย่างนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า พระอานนท์ยืนร้องไห้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อหญฺจ วตมฺหิ ตัดเป็น อหญฺจ วต อมฺหิ. ปาฐะว่า อหํ วตมฺหิ ดังนี้ก็มี.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า โย มม อนุกมฺปโก แปลว่า ผู้ใดอนุเคราะห์สั่งสอนเรา. พูดกันมาว่า ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เดี๋ยวนี้ เราจักถวายน้ำสำหรับล้างพระพักตร์แก่ใคร จะล้างพระบาทแก่ใคร จักปฏิบัติเสนาสนะแก่ใคร จักรับบาตรและจีวรของใคร จาริกไป.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อามนฺเตสิ ได้แก่ ไม่เห็นพระเถระในระหว่าง จึงตรัสเรียก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เมตฺเตน กายกมฺเมน ได้แก่ ด้วยกายกรรมมีอันถวายน้ำล้างพระพักตร์เป็นต้น ที่ปฏิบัติไปด้วยอำนาจจิตมีเมตตา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า หิเตน ได้แก่ อันกระทำไปเพื่อความเจริญแห่งประโยชน์เกื้อกูล. บทว่า สุเขน ได้แก่ อันกระทำไปด้วยอำนาจสุขกายสุขใจ. อธิบายว่า ไม่มีทุกข์กายทุกข์ใจ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อทฺวเยน ได้แก่ ไม่กระทำให้เป็น ๒ ส่วน. ท่านอธิบายว่า ทำต่อหน้าไม่ทำลับหลังอย่างหนึ่ง ทำลับหลังไม่ทำต่อหน้าอย่างหนึ่ง ทำไม่แบ่งแยกอย่างนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อปฺปมาเณน ได้แก่ เว้นจากประมาณ. ทรงแสดงว่า จริงอยู่ แม้จักรวาลคับแคบนัก แม้ภวัคคพรหมก็ต่ำนัก เพราะกายกรรมที่ท่านทำมา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เมตฺเตน วจีกมฺเมน ได้แก่ วจีกรรมมีบอกเวลาล้างพระพักตร์เป็นต้น ที่ปฏิบัติไปด้วยอำนาจจิตมีเมตตา. อีกอย่างหนึ่ง แม้ฟังโอวาทแล้วทูลว่า สาธุ ภนฺเต ดีละ พระเจ้าข้า. จัดเป็นเมตตาวจีกรรมเหมือนกัน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เมตฺเตน มโนกมฺเมน ความว่า ด้วยมโนกรรมที่ปฏิบัติแต่เช้าตรู่ แล้วนั่งบนอาสนะอันสงัดแล้วปฏิบัติอย่างนี้ว่า ขอพระศาสดาจงเป็นผู้ไม่มีโรค ไม่มีทุกข์เบียดเบียน จงเป็นสุขเถิด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ด้วยคำว่า กตปุญฺโญสิ ทรงแสดงว่า ท่านเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยอภินิหาร (บุญเก่า) ตลอดแสนกัป. ด้วยบทว่า กตปุญฺโญมฺหิ ทรงแสดงว่า ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ เธออย่าวางใจประมาท โดยที่แท้จงประกอบความเพียรเนืองๆ เธอประกอบความเพียรเนืองๆ อย่างนี้แล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะโดยฉับพลัน จักบรรลุพระอรหัตในเวลาสังคายนาธรรม ก็การปรนนิบัติที่เธอกระทำแก่พระพุทธเจ้าเช่นเรา ชื่อว่าไร้ผลหามิได้. ก็แลครั้นตรัสอย่างนี้แล้ว ทรงเริ่มพรรณนาคุณของพระอานนท์ ประหนึ่งแผ่ไปทั่วมหาปฐพี ประหนึ่งแผ่ไปทั่วอวกาศ ประหนึ่งยกสู่ยอดจักรวาลคีรี ประหนึ่งยกสิเนรุบรรพต ประหนึ่งจับต้นหว้าใหญ่เขย่า ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที