บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[174] Puna caparaṃ ānanda rājā mahāsudassano brāhmaṇagahapatikānaṃ piyo ahosi manāpo . seyyathāpi ānanda pitā puttānaṃ piyo hoti manāpo evameva kho ānanda rājā mahāsudassano brāhmaṇagahapatikānaṃ piyo ahosi manāpo . Rañño pana ānanda mahāsudassanassa brāhmaṇagahapatikā piyā ahesuṃ manāpā . seyyathāpi ānanda pitu puttā piyā honti manāpā evameva kho ānanda raññopi mahāsudassanassa brāhmaṇagahapatikā piyā ahesuṃ manāpā. {174.1} Bhūtapubbaṃ ānanda rājā mahāsudassano caturaṅginiyā senāya uyyānabhūmiṃ niyyāsi . athakho ānanda brāhmaṇagahapatikā rājānaṃ mahāsudassanaṃ upasaṅkamitvā evamāhaṃsu ataramāno deva yāhi yathā taṃ mayaṃ cirataraṃ passeyyāmāti. Rājāpi ānanda mahāsudassano sārathi āmantesi ataramāno sārathi rathaṃ pesehi yathā ahaṃ brāhmaṇagahapatike cirataraṃ passeyyanti . rājā ānanda mahāsudassano imāya catutthāya iddhiyā samannāgato ahosi . rājā ānanda mahāsudassano Imāhi catūhi iddhīhi samannāgato ahosi.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ตูลปิจุโน วา กปฺปาสปิจุโน วา ความว่า ดุจปุยนุ่น หรือปุยฝ้าย แห่งกายสัมผัส ซึ่งเอาไปวางไว้บนก้อนเนยใส แล้วแยกออกเจ็ดส่วน.
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[175] Athakho ānanda rañño mahāsudassanassa etadahosi yannūnāhaṃ imāsu tālantarikāsu dhanusate dhanusate pokkharaṇiyo māpeyyanti . māpesi kho ānanda rājā mahāsudassano tāsu tālantarikāsu dhanusate dhanusate pokkharaṇiyo . tā kho panānanda pokkharaṇiyo catunnaṃ vaṇṇānaṃ iṭṭhakāhi citā ahesuṃ ekā iṭṭhakā sovaṇṇamayā ekā rūpiyamayā ekā veḷuriyamayā ekā phalikamayā. {175.1} Tāsu kho panānanda pokkharaṇīsu cattāri sopāṇāni ahesuṃ catunnaṃ vaṇṇānaṃ ekaṃ sopāṇaṃ sovaṇṇamayaṃ ekaṃ rūpiyamayaṃ ekaṃ veḷuriyamayaṃ ekaṃ phalikamayaṃ . sovaṇṇamayassa sopāṇassa sovaṇṇamayā thambhā ahesuṃ rūpiyamayā suciyo ca uṇhīsañca . rūpiyamayassa sopāṇassa rūpiyamayā thambhā ahesuṃ sovaṇṇamayā suciyo ca uṇhīsañca . veḷuriyamayassa sopāṇassa veḷuriyamayā thambhā ahesuṃ phalikamayā suciyo ca uṇhīsañca . Phalikamayassa sopāṇassa phalikamayā thambhā ahesuṃ veḷuriyamayā suciyo ca uṇhīsañca . tā kho panānanda pokkharaṇiyo dvīhi vedikāhi parikkhittā ahesuṃ ekā vedikā sovaṇṇamayā ekā rūpiyamayā . sovaṇṇamayāya vedikāya sovaṇṇamayā thambhā ahesuṃ rūpiyamayā suciyo ca uṇhīsañca . rūpiyamayāya vedikāya rūpiyamayā thambhā ahesuṃ sovaṇṇamayā suciyo ca uṇhīsañca . athakho Ānanda rañño mahāsudassanassa etadahosi yannūnāhaṃ imāsu pokkharaṇīsu evarūpaṃ mālaṃ ropāpeyyaṃ uppalaṃ padumaṃ kumudaṃ puṇḍarīkaṃ sabbotukaṃ sabbajanassa anāvaṭṭanti . ropāpesi kho ānanda rājā mahāsudassano tāsu pokkharaṇīsu evarūpaṃ mālaṃ uppalaṃ padumaṃ kumudaṃ puṇḍarīkaṃ sabbotukaṃ sabbajanassa anāvaṭṭaṃ . Athakho ānanda rañño mahāsudassanassa etadahosi yannūnāhaṃ imāsaṃ pokkharaṇīnaṃ tīre nhāpake purise ṭhapeyyaṃ ye āgatāgataṃ janaṃ nhāpessantīti . ṭhapesi kho ānanda rājā mahāsudassano tāsaṃ pokkharaṇīnaṃ tīre nhāpake purise ye āgatāgataṃ janaṃ nhāpesuṃ . {175.2} Athakho ānanda rañño mahāsudassanassa etadahosi yannūnāhaṃ imāsaṃ pokkharaṇīnaṃ tīre evarūpaṃ dānaṃ paṭṭhapeyyaṃ annaṃ annatthikassa pānaṃ pānatthikassa vatthaṃ vatthatthikassa yānaṃ yānatthikassa sayanaṃ sayanatthikassa itthiṃ itthitthikassa hiraññaṃ hiraññatthikassa suvaṇṇaṃ suvaṇṇatthikassāti . paṭṭhapesi kho ānanda rājā mahāsudassano tāsaṃ pokkharaṇīnaṃ tīre evarūpaṃ dānaṃ annaṃ annatthikassa pānaṃ pānatthikassa vatthaṃ vatthatthikassa yānaṃ yānatthikassa sayanaṃ sayanatthikassa itthiṃ itthitthikassa hiraññaṃ hiraññatthikassa suvaṇṇaṃ suvaṇṇatthikassāti.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า สีเต ความว่า อบอุ่น ในการที่พระราชาเย็น. บทว่า อุณฺเห ความว่า เย็น ในเวลาที่พระราชาร้อน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า จนฺทนคนฺโธ ความว่า กลิ่นจันทร์แดงอันประกอบด้วยชาติสี่ชนิด ยังใหม่บดละเอียดดีตลอดกาล ย่อมระเหยออกจากกาย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อุปฺปลคนฺโธ ความว่า กลิ่นหอมอย่างยิ่งแห่งนีลุบล ซึ่งบานแย้มขณะนั้น ย่อมพุ่งออกจากปากในเวลาไอหรือพูด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ก็เพื่อทรงแสดงอาจาระอันสมควรแห่งสรีรสมบัติ ประกอบด้วยสัมผัสสมบัติและคันธสมบัติอย่างนี้ จึงตรัสว่า ตํ โข ปน เป็นต้น. ในอาจาระนั้น อิตถีรัตนะเห็นพระราชาแล้วลุกขึ้นก่อนทีเดียว จากอาสนะที่นั่ง เหมือนคนถูกไฟไหม้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ปุพฺพุฎฺฐายินี
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ครั้นพระราชานั้นประทับนั่งแล้ว อิตถีรัตนะกระทำกิจมีพัดด้วยใบตาลเป็นต้นแก่พระราชานั้น แล้วจึงพัก คือนั่งที่หลัง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ปัจฉานิปาตินี. อิตถีรัตนะย่อมขวนขวายกิจอันพึงทำด้วยวาจาว่า ข้าแต่เทวะ หม่อมฉันจะทำอะไรแก่พระองค์ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กึการปฏิสาวีนี. อิตถีรัตนะย่อมประพฤติ ย่อมกระทำสิ่งที่พอพระราชหฤทัยของพระราชาเท่านั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า มนาปจารินี. อิตถีรัตนะย่อมกล่าวคำที่น่ารักแก่พระราชาเท่านั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ปิยวาทินี.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ตํ โข ปน เป็นต้น เพื่อทรงแสดงว่า อาจาระของอิตถีรัตนะนี้นั้น บริสุทธิ์ถ่ายเดียว โดยไม่มีสาไถยะเลย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โน อติจารี ความว่า ไม่ประพฤติล่วงเกิน. ท่านกล่าวว่า อิตถีรัตนะไม่ปรารถนาชายอื่น แม้ด้วยจิตนอกจากพระราชา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ในบทนั้น อาจาระเหล่าใดของอิตถีรัตนะนั้น ท่านกล่าวว่า อภิรูปา เป็นต้น ในเบื้องต้น และกล่าวว่า ปุพพุฏฐายินิ ในที่สุด อาจาระเหล่านั้นเป็นคุณโดยปกติเท่านั้นเอง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ก็สมบัติเป็นต้นว่า อติกฺกนฺตา มานุสวณฺณํ พึงทราบว่า บังเกิดขึ้นแล้วด้วยอานุภาพกรรมเก่า ตั้งแต่จักรรัตนะปรากฏขึ้น เพราะอาศัยบุญของพระเจ้าจักรพรรดิ. หรือสมบัติว่า อภิรูปตา เป็นต้นเกิดบริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง ตั้งแต่จักรรัตนะปรากฏแล้ว. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เอวรูปํ อิตฺถีรตนํ ปาตุรโหสิ ดังนี้. คหปติรตนวณฺณนา
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ก็คหบดีรัตนะ เพื่อให้กิจทั้งหลายที่พึงกระทำด้วยทรัพย์ เป็นไปโดยสะดวก ย่อมปรากฏแก่พระเจ้าจักรพรรดิผู้มีอิตถีรัตนะ ปรากฏแล้วอย่างนี้. คหบดีนั้น โดยปกติมีโภคะมากเกิดในตระกูลมีโภคะมาก เจริญด้วยกองทรัพย์ของพระราชา เป็นเศรษฐีคหบดี. ก็ทิพยจักษุอันเป็นเหตุเห็นขุมทรัพย์ภายในหนึ่งโยชน์แม้ในภายในปฐพี ซึ่งเกิดแต่ผลกรรม สงเคราะห์ด้วยอานุภาพจักรรัตนะ ย่อมปรากฏแก่คหบดีรัตนะนั้น คหบดีรัตนะนั้นเห็นสมบัตินั้น แล้วดีใจ ไปปวารณาพระราชาด้วยทรัพย์ รับทำกิจทั้งหลาย ที่จะพึงทำด้วยทรัพย์ทั้งหมดให้สำเร็จ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คหบดีรัตนะแม้ของพระเจ้ามหาสุทัสสนจักรพรรดิ ก็ยังกิจอันพึงทำทรัพย์ให้สำเร็จอย่างนั้น เหมือนกัน. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า ปุน จปรํ อานนฺท ฯเปฯ เอวรูปํ คหปติรตนํ ปาตุรโหสิ ดังนี้. ปริณายกรตนวณฺณนา
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ก็ปริณายกรัตนะซึ่งสามารถจัดแจงสรรพกิจ ย่อมปรากฏแก่พระเจ้าจักรพรรดิผู้มีคหบดีรัตนะ ปรากฏแล้วอย่างนี้. ปริณายกรัตนะนั้นเป็นพระราชโอรสองค์ใหญ่ของพระราชานั่นเทียว. โดยปกติทีเดียว ปริณายกรัตนะนั้นเป็นบัณฑิต เฉลียวฉลาด มีปัญญาอาศัยบุญญานุภาพของพระราชา ย่อมเข้าถึงญาณรู้จิตของบุคคลอื่นด้วยอานุภาพแห่งกรรมของตน ซึ่งเป็นเหตุให้รู้วาระจิตแห่งบริษัท ประมาณสิบสองโยชน์ สามารถกำหนดรู้หิตะประโยชน์และอหิตะประโยชน์แก่พระราชาได้. ปริณายกรัตนะแม้นั้น เห็นอานุภาพของตนนั้น ดีใจปวารณาพระราชาด้วยการบริหารกิจทั้งหมด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ปริณายกรัตนะปวารณาแม้พระเจ้ามหาสุทัสสนจักรพรรดิอย่างนั้นเหมือนกัน. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ปุนจปรํ อานนฺท ฯเปฯ ปริณายกรตนํ ปาตุรโหสิ ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ในบทเหล่านั้น บทว่า ฐเปตพฺพํ ฐเปตุํ ความว่า เพื่อตั้งให้ดำรงในฐานันดรนั้นๆ . จตุอิทฺธิสมนฺนาคตวณฺณนา
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที