บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[190] Athakho bhagavā acirapakkante āyasmante ānande pubbaṇhasamayaṃ nivāsetvā pattacīvaraṃ ādāya nādikaṃ piṇḍāya pāvisi nādike piṇḍāya caritvā pacchābhattaṃ piṇḍapātapaṭikkanto pāde pakkhāletvā giñjakāvasathaṃ pavisitvā māgadhike paricārake ārabbha aṭṭhikatvā manasikatvā sabbaṃ cetaso samannāharitvā paññatte āsane nisīdi gatiṃ nesaṃ jānissāmi abhisamparāyaṃ yaṃgatikā te bhavanto yaṃabhisamparāyāti . addasā kho bhagavā māgadhike paricārake yaṃgatikā te bhavanto yaṃabhisamparāyā . Athakho bhagavā sāyaṇhasamayaṃ paṭisallānā vuṭṭhito giñjakāvasathā nikkhamitvā vihāracchāyāyaṃ paññatte āsane nisīdi.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

พระเจ้าพิมพิสารพระองค์นั้นทรงสดับธรรมกถาของสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ ที่นั้น เป็นใหญ่แห่งชนหนึ่งแสนยิ่งด้วยสิบพัน บรรลุเป็นพระโสดาบัน เพราะฉะนั้น พระองค์จึงมีพระนามว่า ชนวสภะ.

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[191] Athakho āyasmā ānando yena bhagavā tenupasaṅkami upasaṅkamitvā bhagavantaṃ abhivādetvā ekamantaṃ nisīdi . ekamantaṃ Nisinno kho āyasmā ānando bhagavantaṃ etadavoca upasantapatisso bhante bhagavā bhātiriva bhagavato mukhavaṇṇo vippasannattā indriyānaṃ santena nūnajja bhante bhagavā vihārena vihāsīti . Yadeva kho me tvaṃ ānanda māgadhike paricārake ārabbha sammukhā parikathaṃ katvā uṭṭhāyāsanā pakkanto tadevāhaṃ nādike piṇḍāya caritvā pacchābhattaṃ piṇḍapātapaṭikkanto pāde pakkhāletvā giñjakāvasathaṃ pavisitvā māgadhike paricārake ārabbha aṭṭhikatvā manasikatvā sabbaṃ cetaso samannāharitvā paññatte āsane nisīdiṃ gatiṃ nesaṃ jānissāmi abhisamparāyaṃ yaṃgatikā te bhavanto yaṃabhisamparāyāti addasaṃ kho ahaṃ ānanda māgadhike paricārake yaṃgatikā te bhavanto yaṃabhisamparāyā {191.1} athakho ānanda antarahito yakkho saddamanussāvesi janavasabho ahaṃ bhagavā janavasabho ahaṃ sugatāti abhijānāsi no tvaṃ ānanda ito pubbe evarūpaṃ nāmadheyyaṃ sutaṃ yadidaṃ janavasabhoti . na kho ahaṃ bhante abhijānāmi ito pubbe evarūpaṃ nāmadheyyaṃ sutaṃ yadidaṃ janavasabhoti apica me bhante lomāni haṭṭhāni janavasabhoti nāmadheyyaṃ sutvā tassa mayhaṃ bhante etadahosi na hi nūna so orako yakkho bhavissati yadidaṃ evarūpaṃ nāmadheyyaṃ supaññattaṃ yadidaṃ janavasabhoti. Antarā kho ānanda saddassa pātubhāvo uḷāravaṇṇo me yakkho sammukhe Pāturahosi dutiyampi saddamanussāvesi bimbisāro ahaṃ bhagavā bimbisāro ahaṃ sugata idaṃ sattamaṃ kho ahaṃ bhante vessavaṇassa mahārājassa sahabyataṃ upapajjāmi so ito cuto manussesu rājā bhavituṃ pahomi

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อิโต สตฺต ความว่า จุติจากเทวโลกนี้เจ็ดครั้ง.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ตโต สตฺต ความว่า จุติจากมนุษย์โลกนั้นเจ็ดครั้ง.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า สํสรามิ จตุทฺทส ความว่า ตามลำดับขันธ์ทั้งหมด สิบสี่ครั้ง.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า นิวาสมภิชานามิ ความว่า เรารู้นิวาสด้วยอำนาจแห่งชาติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ยตฺถ เม วุสิตํ ปุเร ความว่า เราเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเวสวัณในเทวโลก และเป็นราชาในมนุษย์โลกอยู่แล้ว ในกาลก่อน แต่อัตภาพนี้ และเพราะได้อยู่อย่างนี้แล้ว บัดนี้ได้เป็นโสดาบัน กระทำบุญมากในวัตถุทั้ง ๓ แม้สามารถบังเกิดเบื้องสูงด้วยอานุภาพแห่งบุญนั้น จึงได้เกิดแล้วในที่นี้เทียว เพราะกำลังแห่งความใคร่ในสถานที่อยู่ตลอดกาลนาน.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ด้วยบทว่า อาสา จ ปน เม สนฺติฎฺฐติ นี้ ท่านแสดงว่า เราไม่หลับประมาทว่า เราเป็นโสดาบัน ยังกาลให้ล่วงแล้ว ก็เราได้เจริญวิปัสสนาเพื่อประโยชน์แก่พระสกทาคามี อยู่อย่างมีความหวังว่า เราจะบรรลุในวันนี้ๆ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ยทคฺเค ความว่า ท่านกล่าวมุ่งถึงวันบรรลุพระโสดาบันในปฐมทัศน์ที่สวนลัฏฐิวัน.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ตทคฺเค อหํ ภนฺเต ทีฆรตฺตํ อวินิปาโต อวินิปาตํ สญฺชานามิ ความว่า

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าได้ทำวันนั้นเป็นต้นเหตุ ไม่ตกต่ำเป็นเวลานาน นับได้ ๑๔ อัตภาพก่อน ได้จำธรรมที่ไม่ยังตนให้ตกต่ำที่บรรลุแล้ว ด้วยอำนาจโสดาปัตติมรรค ที่สวนลัฏฐิวัน.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อนจฺฉริยํ ความว่า อัศจรรย์เนืองๆ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

การที่เราไปด้วยกรณียกิจบางอย่าง ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าในระหว่างทาง เป็นการอัศจรรย์ที่คิดถึงบ่อยๆ และธรรมที่เราได้ฟังเฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสในบริษัทของมหาราชเวสวัณนั้น แม้ข้อนี้ก็เป็นการอัศจรรย์.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า เทฺว ปจฺจยา ความว่า ภาพที่เห็นในระหว่างทาง และความใคร่ที่จะบอกธรรมที่ได้ฟังต่อหน้าท้าวเวสวัณ. เทวสภาวณฺณนา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า สนฺนิปติตา ความว่า ประชุม เพราะเหตุอะไร.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ได้ยินว่า เทพเหล่านั้นประชุมด้วยเหตุ ๔ ประการ คือ เพื่อสงเคราะห์วันวัสสูปนายิกา เพื่อสงเคราะห์วันปวารณา เพื่อฟังธรรม เพื่อเล่นปาริฉัตรกีฬา.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในเหตุการณ์เหล่านั้น ในวันอาสาฬหปุณมี เหล่าเทพในเทวโลกทั้งสองประชุมในเทวสภา ชื่อสุธัมมา ว่า พรุ่งนี้เป็นวันวัสสูปนายิกา แล้วปรึกษากันว่า ในวิหารโน้นมีพระภิกษุเข้าพรรษาหนึ่งรูป ในวิหารโน้นมีพระภิกษุเข้าพรรษา ๒ รูป ๓ รูป ๔ รูป ๕ รูป ๑๐ รูป ๒๐ รูป ๓๐ รูป ๔๐ รูป ๕๐ รูป ๑๐๐ รูป ๑,๐๐๐ รูป ท่านทั้งหลายจงทำการรักษาอารามในที่นั้นๆ ให้ดี.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๙๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. ชนวสภสูตร”