ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๑๙๙] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สนังกุมารพรหมได้กล่าวเนื้อความนี้ เมื่อ สนังกุมาร พรหมกล่าวประกาศความข้อนี้ เทวดาทั้งหลายสำคัญว่า ผู้ที่นั่งบนบัลลังก์ ของเรานี้ผู้เดียวกล่าว ฉะนั้นพระโบราณจารย์จึงกล่าวว่า เมื่อสนังกุมารพรหมกล่าวผู้เดียว รูปนิรมิตทั้งหมดก็กล่าว เมื่อ สนังกุมาร พรหมนิ่งผู้เดียว รูปนิรมิตเหล่านั้นทั้งหมดก็นิ่ง เทวดาชั้นดาวดึงส์พร้อม ด้วยพระอินทร์ ย่อมสำคัญสนังกุมารพรหม นั้นว่า ผู้ที่นั่งบนบัลลังก์ของ เรานี้ ผู้เดียวเท่านั้นกล่าว ฯ

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในอิทธิบาททั้ง ๔ นั้น ฉันทิทธิบาทเป็นไฉน

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๐๐] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ครั้งนั้นแล สนังกุมารพรหมกลับคืนตน เป็นผู้เดียว แล้วนั่งบนบัลลังก์ของท้าวสักกะจอมเทพ แล้วเรียกเหล่าเทวดาชั้นดาว ดึงส์มากล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ทั้งหลาย เหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์จะสำคัญความข้อนั้น เป็นไฉน อิทธิบาท ๔ เหล่านี้ อันพระผู้ มีพระภาคผู้รู้ผู้เห็นเป็นพระอรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นทรงบัญญัติไว้แล้ว เพื่อความ ทำฤทธิ์ให้มาก เพื่อความทำ ฤทธิ์ให้วิเศษ เพื่อแสดงฤทธิ์ได้ อิทธิบาท ๔ เป็นไฉน ท่านผู้เจริญ ทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เจริญอิทธิบาทประกอบด้วยฉันทสมาธิ และปธานสังขาร เจริญอิทธิบาทประกอบด้วยวิริยสมาธิ และปธานสังขาร เจริญอิทธิบาทประกอบ ด้วยจิตตสมาธิ และปธานสังขาร เจริญอิทธิบาทประกอบด้วยวิมังสาสมาธิ และ ปธานสังขาร อิทธิบาท ๔ เหล่า นี้แล อันพระผู้มีพระภาคผู้รู้ ผู้เห็น เป็นพระอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติ ไว้แล้ว เพื่อความทำฤทธิ์ให้มาก เพื่อ ความทำฤทธิ์ให้วิเศษ เพื่อแสดงฤทธิ์ได้ สมณะหรือ พราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ในอดีตกาล แสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ทั้งหมด ทำ ได้ เพราะเจริญ เพราะให้มากซึ่งอิทธิบาท ๔ เหล่านี้แล สมณะหรือพราหมณ์ เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ในอนาคตกาล จักแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง สมณะหรือพราหมณ์ เหล่านั้น ทั้งหมดจักทำได้ เพราะเจริญ เพราะทำให้มากซึ่งอิทธิบาท ๔ เหล่านี้แล สมณะหรือพราหมณ์ เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ในปัจจุบันกาล แสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ทำได้เพราะเจริญ เพราะทำให้มากซึ่ง อิทธิบาท ๔ เหล่านี้แล เทวดาชั้นดาวดึงส์ทั้งหลาย ไม่เห็น อิทธานุภาพเห็นปานนี้ ของเราดอกหรือ ฯ เห็นแล้ว ท่านมหาพรหม ฯ แม้เรา มีฤทธิ์มากอย่างนี้ มี อานุภาพมากอย่างนี้ ก็เพราะเจริญ เพราะทำให้มากซึ่งอิทธิบาท ๔ เหล่านี้แล ฯ

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ภิกษุในศาสนานี้ ในสมัยใด เจริญโลกุตรฌานอันเป็นเครื่องออกจากทุกข์ อันเป็นอปจยคามี เพื่อละทิฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกามทั้งหลาย ฯลฯ เข้าถึงปฐมฌาน อันเป็นทุกขาปฏิปทา ทันธาภิญญาอยู่

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในสมัยนั้น ธัมมฉันทะใด ชื่อว่า ฉันทะ เพราะได้กระทำฉันทะแล้ว ชื่อว่ากุศลเพราะใคร่ที่จะกระทำ นี้เรียกว่า ฉันทิทธิบาท ธรรมที่เหลือสัมประยุตด้วยฉันทิทธิบาท.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ก็ธรรมเหล่านี้ มาแล้วด้วยอำนาจแห่งโลกุตตระ. ____________________________ ๑- อภิ. วิ. เล่ม ๓๕/ข้อ ๕๓๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในที่นี้ รัฐบาลเถระทำฉันทะเป็นธุระ ยังโลกุตตรธรรมให้เกิดแล้ว โสณเถระกระทำวิริยเป็นธุระ สัมภูตเถระกระทำจิตเป็นธุระ ท่านโมฆราชผู้มีอายุทำวิมังสาเป็นธุระ ยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้น.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในข้อนี้ ครั้นบุตรอำมาตย์ทั้ง ๔ คนปรารถนาฐานันดร เข้าไปอาศัยพระราชาอยู่ คนหนึ่งเกิดความพอใจในการบำรุงรู้อัธยาศัย และความชอบพระทัยของพระราชา คอยบำรุงทั้งกลางวันและกลางคืน ยังพระราชาให้พอพระราชหฤทัย แล้วได้ฐานันดรฉันใด พึงทราบพระภิกษุผู้ยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้นด้วยฉันทธุระฉันนั้น.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ส่วนคนหนึ่งคิดว่า ใครจะสามารถเพื่อบำรุงทุกวันๆ ได้เมื่อกิจเกิดขึ้น เราจะยังพระราชาให้พอพระทัยด้วยความพยายาม ครั้นปัจจันตชนบทเกิดจลาจลถูกพระราชาส่งไปปราบศัตรูด้วยความพยายาม ถึงแล้วซึ่งฐานันดรฉันใด ภิกษุนั้นให้โลกุตตรธรรมเกิดขึ้นด้วยวิริยธุระ พึงทราบฉันนั้น.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คนหนึ่งคิดว่า แม้การบำรุงทุกวันๆ เป็นภาระหนัก เหมือนลูกศรเฉียบอกทีเดียว เราจะยังพระราชาให้พอพระทัยด้วยอำนาจมนต์ จึงยังพระราชาให้พอพระหฤทัยด้วยการร่ายมนต์ เพราะวิชาภูมิศาสตร์ได้อบรมไว้แล้ว ถึงฐานันดรฉันใด ภิกษุนั้นผู้ยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้นด้วยจิตธุระ พึงทราบฉันนั้น.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บุตรอมาตย์คนอื่นคิดว่า ชื่อว่าพระราชาย่อมพระราชทานฐานันดรแก่ผู้ถึงพร้อมด้วยชาติ ด้วยการบำรุงเป็นต้นเหล่านี้ เมื่อทรงพระราชทานแก่บุคคลเช่นนั้น. ก็จะทรงพระราชทานแก่เรา อาศัยชาติสัมปทาอย่างเดียว ก็ถึงซึ่งฐานันดรฉันใด ภิกษุนั้นอาศัยวิมังสาอันบริสุทธิ์ดี ยังโลกุตตรธรรมเกิดขึ้นด้วยวิมังสาธุระ พึงทราบฉันนั้น.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อเนกวิหิตํ ความว่า วิธีไม่ใช่หนึ่ง.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อิทฺธิวิธํ ความว่า ส่วนของอิทธิ. โอกาสาธิคมวณฺณนา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า สุขสฺสาธิคมาย ความว่า เพื่อบรรลุถึงฌานสุข มรรคสุขและผลสุข.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า สํสฎฺโฐ ความว่า จิตตสัมปยุต.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อริยธมฺมํ ความว่า ธรรมอันพระอริยะ พระผู้มีพระภาคคือพระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า สุณาติ ความว่า ธรรมที่ภิกษุและภิกษุณีเป็นต้น แสดงต่อพระพักตร์พระศาสดา ชื่อว่าฟังอยู่.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า โยนิโสมนสิกโรติ ความว่า กระทำในใจโดยอุบาย โดยคัลลอง โดยเหตุการณ์ ด้วยอำนาจเป็นต้นว่า ไม่เที่ยง.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๐๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. ชนวสภสูตร”