ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๐๑] สนังกุมารพรหมได้กล่าวเนื้อความนี้ ครั้นแล้วเรียกเทวดาชั้น ดาวดึงส์มากล่าว ว่า ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย เทวดาชั้นดาวดึงส์ จะสำคัญความ ข้อนั้นเป็นไหน การบรรลุโอกาส ๓ ประการ ที่พระผู้มีพระภาคผู้รู้ ผู้เห็น เป็น พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตรัสรู้ แล้ว เพื่อบรรลุถึงความสุข การ บรรลุโอกาส ๓ ประการ เป็นไฉน ฯ

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อธิบายว่า ภิกษุปรารภกรรมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ที่ท่านกล่าวอย่างนี้ว่า ชื่อว่าโยนิโสมนสิการ คือการกระทำไว้ในใจโดยอุบาย การกระทำไว้ในใจโดยคัลลอง หรือการระลึก การผูก การรวบรวมพร้อมแห่งจิต การกระทำไว้ในใจ โดยอนุโลมสัจจะ ในความไม่เที่ยงว่าไม่เที่ยง ในความไม่สวยงามว่าไม่สวยงาม ในทุกข์ว่าทุกข์ ในความเป็นอนัตตาว่าเป็นอนัตตา นี้เรียกว่าโยนิโสมนสิการ.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๐๒] ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ยังเกี่ยวข้อง ด้วยกาม คลุกคลีด้วยอกุศลธรรมอยู่ สมัยอื่น เขาฟังธรรมของพระอริยเจ้า มนสิการโดยแยบคาย ปฏิบัติ ธรรมสมควรแก่ธรรม เขาอาศัยการฟังธรรมของ พระอริยเจ้าและการมนสิการโดยแยบคาย ปฏิบัติ ธรรมสมควรแก่ธรรม ไม่เกี่ยวข้อง ด้วยกาม ไม่คลุกคลีด้วยอกุศลธรรมอยู่ สุขย่อมเกิดแก่เขา ผู้ไม่เกี่ยวข้องด้วยกาม ไม่คลุกคลีด้วยอกุศลธรรม โสมนัสอันยิ่งกว่าสุขก็เกิดขึ้น ดุจความ ปราโมทย์ เกิดต่อจากความบันเทิงใจฉะนั้น ท่านผู้เจริญทั้งหลาย การบรรลุโอกาสนี้เป็นประการ ที่ ๑ ที่พระผู้มีพระภาคผู้รู้ ผู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตรัสรู้แล้วเพื่อ บรรลุถึงความสุข ฯ

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อสํสฎฺโฐ ความว่า ไม่คลุกคลีอยู่กับวัตถุกามบ้าง กิเลสกามบ้าง.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๐๓] ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย อีกประการหนึ่ง กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร ส่วนหยาบ ของคนบางคนในโลกนี้ ยังไม่สงบระงับ สมัยอื่น เขาฟัง ธรรมของพระอริยเจ้า มนสิการโดยแยบคาย ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม เมื่อเขา อาศัยการฟังธรรมของพระอริยเจ้า มนสิการโดยแยบคาย ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ ธรรมอยู่ กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร ที่ หยาบๆ ย่อมสงบระงับ เพราะ กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร ที่หยาบๆ สงบระงับ สุข ย่อมเกิดแก่เขา โสมนัสอันยิ่งกว่าสุขก็เกิดขึ้น ดุจความปราโมทย์ เกิดต่อจากความบันเทิงใจ ฉะนั้น ท่านผู้เจริญทั้งหลาย การบรรลุโอกาสนี้เป็นประการที่ ๒ ที่พระผู้มีพระภาค ผู้รู้ ผู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตรัสรู้แล้ว เพื่อบรรลุถึง ความสุข ฯ

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อุปฺปชฺชติ สุขํ ความว่า ปฐมฌานสุขย่อมเกิดขึ้น.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๐๔] ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย อีกประการหนึ่ง คนบางคนในโลกนี้ ไม่รู้ชัดตาม เป็นจริงว่า นี้กุศล นี้อกุศล นี้มีโทษ นี้ไม่มีโทษ นี้ควรเสพ นี้ไม่ควรเสพ นี้เลว นี้ประณีต นี้เป็นส่วนธรรมดำและธรรมขาว สมัยอื่น เขาฟังธรรมของพระ อริยเจ้า มนสิการโดยแยบคาย ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม เขาอาศัยการฟังธรรม ของพระอริยเจ้า มนสิการโดยแยบคาย ปฏิบัติ ธรรมสมควรแก่ธรรม ย่อมรู้ชัด ตามเป็นจริงว่า นี้กุศล นี้อกุศล นี้มีโทษ นี้ไม่มีโทษ นี้ควร เสพ นี้ไม่ควรเสพ นี้เลว นี้ประณีต นี้เป็นส่วนธรรมดำและธรรมขาว เมื่อเขารู้เห็นอย่างนี้ ย่อมละอวิชชาได้ขาด วิชชาย่อมเกิดขึ้น เพราะปราศจากอวิชชา เพราะวิชชาเกิดขึ้น สุขย่อม เกิดแก่เขา โสมนัสยิ่งกว่าสุขก็เกิดขึ้น ดุจความปราโมทย์เกิดต่อจากความ บันเทิงใจฉะนั้น ดูกร ท่านผู้เจริญทั้งหลาย การบรรลุโอกาสนี้เป็นประการที่ ๓ ที่พระผู้มีพระภาค ผู้รู้ ผู้เห็น เป็น พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตรัสรู้ แล้วเพื่อบรรลุถึงความสุข ท่านผู้เจริญทั้งหลาย การบรรลุโอกาส ๓ ประการ เหล่านี้แล อันพระผู้มีพระภาค ผู้รู้ ผู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ตรัสรู้แล้ว เพื่อบรรลุถึงความสุข ฯ

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า สุขา ภิยฺโย โสมนสฺสํ ความว่า โสมนัสอื่นๆ เพราะฌานสุขเป็นปัจจัยย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้ออกจากสมาบัติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ปมุทา คือ ปีติซึ่งมีกำลังน้อยกว่าอาการของตุฏฐี.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า ปาโมชฺชํ คือ ปีติและโสมนัสมีกำลัง.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ปฐโม โอกาสาธิคโม ความว่า ปฐมฌานข่มนิวรณห้า ถือโอกาสของตนดำรงอยู่ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปฐโม โอกาสาธิคโม (การบรรลุโอกาสอันแรก).

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในบทว่า โอฬาริกา นั่น กายสังขารและวจีสังขารยังหยาบ จิตตสังขารจะหยาบอย่างไร. เพราะจิตตสังขารยังไม่ละ. ก็กายสังขารย่อมละด้วยจตุตถฌาน. วจีสังขารละด้วยทุติยฌาน. จิตตสังขารละด้วยนิโรธสมาบัติ. ครั้นกายสังขารและวจีสังขารแม้ละแล้ว จิตตสังขารทั้งหลายนั้นก็ตั้งอยู่ด้วยประการฉะนี้ จึงเป็นโอฬาริกะ เพราะยังละไม่ได้ โดยยึดกายสังขารวจีสังขารที่ละได้แล้ว.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า สุขํ ความว่า ผลสมาบัติสุขอันเกิดแต่จตุถฌาน ซึ่งเกิดแก่ผู้ออกจากนิโรธ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า สุขา ภิยฺโย โสมนสฺสํ ความว่า โสมนัสอื่นๆ แก่ผู้ออกแล้วจากผลสมาบัติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ทุติโย โอกาสาธิคโม ความว่า จตุตถฌานข่มสุขทุกข์ ถือโอกาสตนตั้งอยู่ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ทุติโย โอกาสาธิคโม. ส่วนทุติยฌาน และตติยฌาน ท่านถือเอาแล้วในจตุตถฌานนั่น เพราะฉะนั้น ท่านจึงไม่กล่าวแยกต่างหาก.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในบทว่า อิทํ กุสลํ เป็นต้น มีอรรถาธิบาย ดังนี้. กุสลกรรมบถสิบ ชื่อว่ากุสล.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อกุสลํ ได้แก่อกุศลกรรมบถสิบ. แม้สาวัชชทุกเป็นต้น พึงทราบด้วยสามารถแห่งอกุศลกรรมบถสิบเหล่านั่นเทียว. ก็นั่นทั้งหมดเป็นกัณหะ สุกะ และสปฏิภาค จึงชื่อว่า กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคํ. ก็นิพพานเท่านั้นเป็นอัปปฏิภาค.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อวิชฺชา ปหียติ ความว่า อวิชชา ซึ่งปกปิดวัฏฏะ ย่อมละได้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า วิชฺชา อุปฺปชฺชติ ความว่า อรหัตตมรรควิชา ย่อมเกิดขึ้น.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า สุขํ คือ สุขอันเกิดแต่อรหัตตมรรคและผล.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า สุขา ภิยฺโย โสมนสฺสํ ความว่า โสมนัสอื่นๆ ของผู้ออกแล้วจากผลสมาบัติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ตติโย โอกาสาธิคโม ความว่า อรหัตตมรรคข่มกิเลสทั้งหมด ถือโอกาสตนแล้วตั้งอยู่ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ตติโย โอกาสาธิคโม. ส่วนมรรคที่เหลือ เมื่ออรหัตตมรรคถือเอาแล้ว ก็ประมวลเข้ากันได้ จึงไม่กล่าวแยกต่างหาก.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ส่วนโอกาสาธิคม ๓ ประการนี้ พึงกล่าวอย่างพิสดารด้วยสามารถอารมณ์ ๓๘ ประการ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อย่างไร.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ท่านกำหนดอารมณ์ทั้งหมดด้วยสามารถอุปจารและอัปปนา โดยนัยที่กล่าวแล้วในวิสุทธิมรรคนั่นเทียว กล่าวถึงปฐมฌานในฐานะ ๒๔ ประการว่า ปฐโม โอกาสาธิคโม. ท่านกำหนดทุติยฌานและตติยฌานในฐานะ ๑๓ ประการ และจตุตถฌานในฐานะ ๑๕ ประการ ให้ถึงนิโรธสมาบัติกล่าวว่า ทุติโย โอกาสาธิคโม. ส่วนอุปจารฌาน ๑๐ ประการเป็นปทัฏฐานแห่งมรรครวมเข้ากับโอกาสาธิคมที่ ๓.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อนึ่งพึงกล่าวแม้ด้วยอำนาจสิกขา อย่างนี้ ในสิกขา ๓ ประการ อธิสีลสิกขารวมเข้ากับปฐมโอกาสาธิคมะ อธิจิตตสิกขารวมเข้ากับทุติยโอกาสาธิคมะ อธิปัญญาสิกขารวมเข้ากับตติยโอกาสาธิคมะ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

แม้ในสามัญญผล ท่านกล่าวแม้ด้วยสามารถแห่งสามัญญผลสูตร อย่างนี้ว่า ตั้งแต่จุลศีลจนถึงปฐมฌานเป็นโอกาสาธิคมะที่ ๑ ตั้งแต่ทุติยฌานจนถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะเป็นโอกาสาธิคมะที่ ๒ ตั้งแต่วิปัสสนาจนถึงอรหัตต์เป็นโอกาสาธิคมะที่ ๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ส่วนในปิฎก ๓ ประการ พึงกล่าวแม้ด้วยสามารถปิฎกอย่างนี้ว่า วินัยปิฎกบวกเข้ากับปฐมโอกาสาธิคมะ สุตตันตปิฎกบวกเข้ากับทุติยโอกาสาธิคมะ อภิธรรมปิฎกบวกเข้ากับตติยโอกาสาธิคมะ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ได้ยินว่า พระมหาเถระในกาลก่อน ย่อมตั้งพระสูตรนี้เท่านั้นในวันวัสสูปนายิกา.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

เพราะเหตุไร.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

เพราะพวกเราจักจำแนกปิฎก ๓ กล่าว. เพราะเมื่อรวมพระไตรปิฎกกล่าว พระสูตรก็กล่าวได้ยาก เพราะฉะนั้น ใครๆ ก็ไม่อาจกล่าวได้. สูตรนี้ที่จำแนกไตรปิฎกกล่าว ก็จะกล่าวได้ง่าย. จตุสติปฏฺฐานวณฺณนา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า กุสลสฺสาธิคมาย ความว่า เพื่อประโยชน์บรรลุมรรคกุศลและผลกุศล.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

จริงอยู่ ทั้งสองอย่างนั่น ชื่อว่าเป็นกุศล ด้วยอรรถว่าไม่มีโทษ หรือด้วยอรรถว่า เกษม.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ตตฺถ สมฺมา สมาธิยติ ความว่า ภิกษุตั้งมั่นชอบในกายภายในนั้น ก็จะเป็นเอกัคคจิต.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า พหิทฺธา ปรกาเย ญาณทสฺสนํ อภินิพฺพตฺเตติ ความว่า ส่งญาณอันมุ่งต่อกายคนอื่น จากกายตน.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในบททั้งปวงก็มีนัยนี้.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๐๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. ชนวสภสูตร”