ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๒๒๙] ม. ข้าแต่พรหม ในสัตว์ทั้งหลาย คนเหล่าไหนมีกลิ่น ร้าย ข้าพเจ้าไม่ทราบคนกลิ่นร้ายเหล่านี้ ท่านนักปราชญ์ ขอจงบอก ณ ที่นี้เถิด หมู่สัตว์อันอะไรร้อยแล้ว ย่อม เหม็นเน่าคลุ้งไปต้องไปอบาย มีพรหมโลก อันปิดแล้ว ฯ ส. ความโกรธ การพูดเท็จ การโกง ความประทุษร้ายมิตร ความเป็นคน ตระหนี่ ความเย่อหยิ่ง ความริษยา ความมักได้ ความลังเล การเบียดเบียน ผู้อื่น ความโลภ ความ คิด ประทุษร้าย ความเมา และความหลง สัตว์ผู้ประกอบ ในกิเลสเหล่านี้ จัดว่าไม่หมดกลิ่นร้ายต้องไปอบาย มี พรหมโลก อันปิดแล้ว ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ในเรือน คือ ที่เรือน.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๒๓๐] ม. ข้าพเจ้าเพิ่งทราบกลิ่นร้าย ต่อท่านซึ่งพูดถึงอยู่กลิ่น ร้ายเหล่านั้น อัน บุคคลผู้อยู่ครองเรือนไม่พึงย่ำยีได้ง่ายเลย ข้าพเจ้าจะออกจาก เรือนบวชเป็นบรรพชิต ฯ ส. ท่านโควินท์ ย่อมรู้กาลอันควรในบัดนี้เถิด ฯ ครั้งนั้น มหาโควินทพราหมณ์ เข้าไปเฝ้าพระเจ้าเรณูถึงที่ประทับ แล้ว กราบทูลว่า บัดนี้ ขอพระองค์จงแสวงหาปุโรหิตคนอื่น ที่จักแนะนำราชกิจต่อ พระองค์เถิด ข้าพระพุทธเจ้า ปรารถนาจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ด้วยว่า ข้าพระพุทธเจ้าได้สดับ กลิ่นร้ายมาต่อพรหม ผู้พูดถึงอยู่ กลิ่นร้ายเหล่านั้นอัน บุคคลผู้อยู่ครองเรือนไม่พึงย่ำยีได้โดยง่ายเลย ข้าพระพุทธเจ้าจึง จักออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิต ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ลำดับนั้น พระราชาตรัสถามมหาโควินท์นั้นว่า อมนุษย์มีวรรณะอย่างไร ได้กล่าวความอะไรกะท่านที่ท่านได้ฟังแล้ว ก็ทิ้งเรือนของพวกเรา และพวกข้าพเจ้าทั้งหมดไป.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๒๓๑] ม. ข้าพระพุทธเจ้าขอเชิญพระเจ้าแผ่นดิน ทรงพระนามว่าเรณู ขอพระองค์ทรงรับรู้ด้วยราชกิจเถิด ข้าพระพุทธเจ้า ไม่ยินดีในความ เป็นปุโรหิต ฯ เร. ถ้าท่านพร่องด้วยกามทั้งหลาย เราจะให้ท่านบริบูรณ์ อนึ่ง ผู้ใด เบียดเบียนท่าน เราผู้เป็นเจ้าแผ่นดินจะห้ามผู้นั้น ท่านเป็นบิดา ข้าพเจ้าเป็นบุตร ดูกรท่านโควินท์ ขอท่านอย่าสละเราเสียเลย ฯ ม. ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความบกพร่องด้วยกาม ไม่มีใครเบียด เบียน ข้าพระพุทธเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังคำของท่านผู้ไม่ ใช่มนุษย์เหตุ นั้น จึงไม่ยินดีในเรือน ฯ เร. ท่านผู้ไม่ใช่มนุษย์ มีวรรณอย่างไร ได้กล่าวข้อความอะไร กะท่าน ซึ่งท่านฟังแล้วจะละเรือนของเรา พวกเรา และ ชาวชมพูทวีปทั้งสิ้น เล่า ฯ ม. เมื่อข้าพระพุทธเจ้า อยู่โดดเดี่ยวเมื่อก่อนประสงค์จะเส้น สรวง ไฟสุมด้วยใบหญ้าคาลุกโพลงแล้ว ขณะนั้น สนัง กุมารพรหมมา จากพรหมโลก ปรากฏแก่ข้าพระพุทธเจ้าพรหมนั้นพยากรณ์ปัญหาปัญหาแก่ข้าพระพุทธเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าฟังปัญหานั้นแล้ว จึงไม่ ยินดีในเรือน ฯ เร. ดูกรท่านโควินท์ ท่านพูดคำใด ข้าพเจ้าเชื่อคำนั้นต่อท่าน ท่าน ฟังคำของท่านผู้ไม่ใช่มนุษย์แล้ว จะประพฤติโดย ประการอื่นอย่างไร ข้าพเจ้าทั้งหลายนั้นจักประพฤติตาม ท่าน ท่านโควินท์ ท่านเป็นครู ของเราทั้งหลาย แก้ว ไพฑูรย์ ไม่มีฝ้า ปราศจากราคี งาม ฉันใด ข้าพเจ้าทั้ง หลายจักเชื่อฟัง ประพฤติอยู่ในคำสั่งสอนของท่านโควินท์ ฉันนั้น ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทิ้งเรือนของพวกเราและพวกข้าพเจ้าทั้งหมดไป ความว่า พระราชา เมื่อจะทรงกระทำพระราชวังของพระองค์ด้วยอำนาจรวมถือเอาทั้งบ้านพราหมณ์ที่สมบูรณ์ด้วยสมบัติ จึงตรัสว่า ที่ท่านได้ฟังแล้ว ก็ทิ้งเรือนของพวกเรา พวกข้าพเจ้าและชาวชมพูทวีปทั้งหมดทั้งสิ้น คือไม่มีเหลือไป.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ลำดับนั้น เมื่อมหาบุรุษจะกราบทูลแด่พระราชาพระองค์นั้น จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าไปอยู่คราวก่อน ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เข้าไปอยู่ ความว่า เข้าไปถึงความเป็นผู้เดียวแล้วอยู่.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ต้องการบูชา ความว่า ข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ใคร่เพื่อเซ่นสรวง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ไฟที่เอาใบคามาเติมได้ลุกโชติช่วงแล้ว คือ ความในข้อนี้ว่า ข้าพระพุทธเจ้ายืนคิดอย่างนี้ว่า ไฟที่เอาใบหญ้าคามาเติมแล้วใส่เนยใสนมส้มและน้ำผึ้งเป็นต้นเข้าไป ได้เริ่มลุกโชติช่วงแล้ว เมื่อก่อไฟให้ลุกโชติช่วงอย่างนั้นเสร็จแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าจักให้ทานแก่มหาชน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ผู้เก่าแก่ ได้แก่ สนังกุมารพรหม. แต่นั้น แม้องค์พระราชาเองก็ทรงเป็นผู้อยากจะทรงผนวช จึงตรัสคำเป็นต้นว่า ข้าพเจ้าเชื่อ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทำไม ท่านจึงประพฤติเป็นอย่างอื่น ความว่า ท่านจักประพฤติโดยประการอื่นได้อย่างไร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกเราเหล่านั้นจักประพฤติตามท่าน ความว่า พวกเราเหล่านั้นจักประพฤติตาม คือจักบวชตามท่านนั่นแล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บาลีว่า จักไปตาม ดังนี้ก็มี ใจความของบาลีนั้นว่า จักดำเนินไปตาม.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ไม่ไอ คือ ไม่มีการไอ ไม่หยาบ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ในอนุศาสน์ของโควินท์ คือ ในคำสอนของท่านผู้ชื่อโควินท์. พระราชาตรัสว่า พวกเราจักทำโควินท์ผู้เจริญนั่นเองให้เป็นครูประพฤติ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เข้าเฝ้า กษัตริย์ ๖ พระองค์ถึงที่ประทับ ความว่า โควินท์สนับสนุนพระเจ้าเรณุว่า ดีแล้ว มหาราช! การอันยิ่งใหญ่ที่มหาราชผู้ทรงใคร่เพื่อจะทรงผนวช มาสละราชสิริอันยิ่งใหญ่อย่างนี้ ในเมื่อพวกสัตว์ฆ่าพ่อบ้างแม่บ้าง พี่น้องชายบ้าง พี่น้องหญิงเป็นต้นบ้างถือเอาราชสมบัติ ทรงกระทำแล้ว กระทำอุตสาหะของพระองค์ให้มั่นคงแล้ว จึงเข้าเฝ้า.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ทรงคิดพร้อมกันอย่างนั้น ความว่า กษัตริย์ ๖ พระองค์ทรงสำคัญอยู่ว่า บางที โภคะทั้งหลายของพราหมณ์เสื่อมรอบแล้วก็เป็นได้ จึงทรงคิดพร้อมกันโดยนัยที่พระราชาทรงคิดนั่นแล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกเราพึงศึกษาด้วยทรัพย์ ความว่า พวกเราพึงช่วยเหลือ คือพึงสงเคราะห์.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า จงให้นำมาเท่านั้น ความว่า พึงให้นำมา คือพึงให้ถือเอาเท่านั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
มีคำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ท่านพึงถือเอาเท่าจำนวนที่ท่านต้องการ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า สมบัติของท่านผู้เจริญทั้งหลาย ก็อย่างนั้น ความว่า สมบัติเกิดเป็นของเพียงพอแล้ว เพราะความที่ท่านทั้งหลายกระทำท่านผู้เจริญทั้งหลายให้เป็นปัจจัยให้แล้วนั่นเทียว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ถ้าพวกท่านละกามทั้งหลายได้ ความว่า ถ้าพวกท่านละวัตถุกามและกิเลสกามได้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ในกามไรเล่าที่ปุถุชนข้องแล้ว ติดแล้ว คือ ติดขัดแล้วในกามเหล่าใด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พวกท่านจงปรารภ จงเป็นผู้มั่นคง คือ เมื่อเป็นเช่นนี้ ขอให้พวกท่านจงปรารภความเพียร อธิษฐานความบากบั่นที่หย่อน จงเป็นผู้มั่นคง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เป็นผู้ตั้งมั่นในกำลัง คือ ความอดทน คือโควินท์ปลูกความอุตสาหะให้เกิดแก่พระราชาทั้งหลายว่า ขอให้พวกพระองค์จงเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยกำลัง คือความอดทน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า นั่นเป็นทางตรง ความว่า ทางแห่งฌานที่ประกอบด้วยความสงสารนั่น ชื่อว่าเป็นทางตรง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า นั่นเป็นทางอันยอดเยี่ยม ความว่า นั่นแหละ ชื่อว่าเป็นทางสูงสุดที่ไม่มีทางอื่นเหมือนเพื่อความเข้าถึงพรหมโลก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า พระสัทธรรมอันเหล่าสัตบุรุษรักษาแล้ว ความว่า ชื่อว่าพระธรรม นั่นแลชื่อว่าเป็นธรรมอันเหล่าพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระสาวกผู้ชื่อว่าเป็นสัตบุรุษรักษาแล้ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
โควินท์ย่อมกระทำถ้อยคำให้เป็นกรรมมั่นคงจริงๆ เพื่อประโยชน์การไม่กลับแห่งพระราชาเหล่านั้น แม้ด้วยการพรรณนาฌานที่ประกอบด้วยกรุณาด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ท่าน! ก็ใครหนอจะรู้ (คติ) ของชีวิตทั้งหลาย ความว่า ท่าน! ขึ้นชื่อว่าชีวิต มันก็เหมือนกับฟองน้ำ เหมือนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้า มีการแตกกระจายในทันทีเป็นธรรมดา ใครจะรู้คติของชีวิตนั้นได้มันจักแตกสลายในขณะใด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ภพหน้า จำต้องไป ความว่า ก็โลกหน้าเป็นของที่ต้องไปแน่นอนเทียว เพราะฉะนั้น กุลบุตรผู้เป็นบัณฑิตพึงรู้ ด้วยปัญญาในเรื่องนั้น. อธิบายว่า ปัญญา ท่านเรียกว่าความรู้ ต้องปรึกษา ต้องเข้าใจ ต้องพินิจพิจารณาด้วยปัญญานั้น. หรือคำว่า มนฺตาย นั้นเป็นสัตตมีวิภัติลงในอรรถตติยาวิภัติ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ต้องชี้ขาดลงไปด้วยความรู้ ความว่า ต้องรู้ด้วยความรู้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อธิบายว่า ต้องเข้าใจด้วยความรู้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ต้องรู้อะไร ต้องรู้ความที่ชีวิตรู้ได้ยาก และโลกหน้าเป็นที่จำต้องไปแน่นอน. ก็แลเมื่อรู้แล้ว ก็ต้องตัดความยุ่งทุกอย่างแล้วทำกุศล ต้องประพฤติพรหมจรรย์.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
เพราะอะไร เพราะผู้เกิดแล้วไม่ตายย่อมไม่มี.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า มีศักดิ์น้อย และมีลาภน้อย คือว่า (พระเจ้าเรณุย่อมตรัสว่า)
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ท่าน! ขึ้นชื่อว่าการบวช ชื่อว่ามียศน้อยทีเดียว เพราะคนเบียดเบียนแล้วเบียดเบียนเล่า ซึ่งผู้ที่สละราชสมบัติแล้วบวชตั้งแต่เวลาที่บวชแล้ว ย่อมพูดทำให้เลวทรามและไร้ที่พึ่ง และชื่อว่ามีลาภน้อย เพราะแม้เดินไปจนทั่วหมู่บ้าน ก็หาอาหารกลืนได้ยากนั่นแหละ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ส่วนความเป็นพราหมณ์นี้ชื่อว่ามีศักดิ์ใหญ่ เพราะความเป็นผู้มียศใหญ่ และชื่อว่ามีลาภใหญ่ เพราะความเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยลาภและสักการะที่ใหญ่. ในบัดนี้ ท่านผู้เจริญเป็นที่ปรึกษาชั้นยอดทั่วทั้งชมพูทวีป ทุกหนทุกแห่ง ย่อมได้แต่ที่นั่งประเสริฐ น้ำที่เลิศ อาหารที่ยอด กลิ่นที่เยี่ยม ระเบียบดอกไม้ที่เลิศ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที