ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๓๒๓] ดูกรบพิตร ถ้าเช่นนั้น อาตมภาพจักยกอุปมาถวายบพิตร บุรุษผู้เป็น วิญญูชนในโลกนี้บางพวก ย่อมทราบเนื้อความของคำพูดด้วยอุปมา ดูกร บพิตร เรื่องเคยมีมา แล้ว นักเลงสกาสองคนเล่นสกากัน คนหนึ่งกลืนกินเบี้ยแพ้ ที่แล้วๆ มาเสีย นักเลงสกาคน ที่สองได้เห็นนักเลงสกานั้นกลืนกินเบี้ยแพ้ที่แล้วๆ มา ครั้นแล้วได้พูดว่า ดูกรสหาย ท่านชนะข้างเดียว ท่านจงให้ลูกสกาแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจักเซ่นบูชา นักเลงสกาคนนั้นรับคำแล้ว จึง มอบลูกสกาให้นักเลงสกานั้น ลำดับนั้น นักเลงสกา [คนที่สอง] เอายาพิษทาลูกสกาแล้วพูด กะนักเลงสกา [คนที่หนึ่ง] ว่า มาเถิดสหาย เรามาเล่นสกากัน นักเลงสกา [คนที่หนึ่ง] รับคำ นักเลงสกา [คนที่สอง] แล้ว นักเลงสกาเหล่านั้นเล่นสกากันเป็นครั้งที่สอง แม้ในครั้ง ที่สองนักเลงสกา [คนที่หนึ่ง] ก็กลืนกินเบี้ยแพ้ที่แล้วๆ มาเสีย นักเลง สกาคนที่สอง ได้เห็น นักเลงสกาคนกลืนกินเบี้ยแพ้ที่แล้วๆ มา แม้ครั้งที่ สอง ครั้นแล้วได้พูดว่า
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า พีชนงฺคลํ แปลว่า พืช (เมล็ดพันธุ์) และไถ. คำว่า ทุกฺเขตฺเต แปลว่า ในนาเลว นาไร้สาระ. คำว่า ทุพฺภูเม แปลว่า พื้นดินไม่สม่ำเสมอ. คำว่า ปติฎฺฐาเปยฺย แปลว่า พึงทรงไว้.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๓๒๔] บุรุษกลืนกินลูกสกาซึ่งอาบด้วยยาพิษ มีฤทธิ์กล้ายังหารู้ สึกไม่ นักเลงชั่วเลวผู้น่าสงสารกลืนยาพิษเข้าไป ความเร่าร้อนจักมีแก่ท่าน ดังนี้ ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า ขณฺฑานิ คือ หักและแตก. คำว่า ปูตีนิ คือ ไร้สาระ. คำว่า วาตาตปหตานิ คือ ถูกลมและแดดกระทบอบอ้าว. คำว่า อสารทานิ คือ เขียวสด จนเว้นที่จะให้เมล็ดข้าวสารได้.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๓๒๕] ดูกรบพิตร บพิตรก็อย่างนั้นเหมือนกัน น่าจะปรากฏเหมือน นักเลงสกา ขอบพิตรจงทรงสละคืนทิฐิอันลามกนั้นเสียเถิด ขอบพิตรจงทรงปล่อย วางทิฐิอันลามกนั้นเสีย เถิด ทิฐิอันลามกนั้นอย่าได้มีแก่บพิตร เพื่อมิใช่ประโยชน์ เพื่อความทุกข์ สิ้นกาลนานเลย ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า อสุขสยิตานิ คือ พืชเหล่าใด ที่เขาทำให้แห้งแล้ว เกลี่ยไว้ในยุ้งฉาง พืชเหล่านั้น ชื่อว่าสุขสยิต. แต่พืชเหล่านั้นไม่เป็นเช่นนั้น.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๓๒๖] ท่านกัสสปกล่าวอย่างนั้นก็จริง ถึงอย่างนั้น ข้าพเจ้าก็ยังหาอาจ สละคืนทิฐิ อันลามกนี้เสียได้ไม่ พระราชาปเสนทิโกศลก็ดี พระราชาภายนอกทั้ง หลายก็ดี ทรงรู้จักข้าพเจ้า ว่า พญาปายาสิ มีวาทะอย่างนี้ มีทิฐิอย่างนี้ว่า แม้ เพราะเหตุนี้ โลกหน้าไม่มี เหล่าสัตว์ผู้ ผุดเกิดขึ้นไม่มี ผลวิบากของกรรมที่สัตว์ ทำดีทำชั่วไม่มี ท่านกัสสป ถ้าข้าพเจ้าจักสละคืนทิฐิ อันลามกนี้ ก็จักมีผู้ว่าข้าพเจ้า ได้ว่า พญาปายาสิ ช่างโง่เขลาเหลือเกิน ไม่เฉียบแหลม มีปรกติ ถือสิ่งที่ผิด ข้าพเจ้าก็จักยึดทิฐินั้นไว้ เพราะความโกรธบ้าง เพราะความลบหลู่บ้าง เพราะ ความ ตีเสมอบ้าง ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า น อนุปฺปเวจฺเฉยฺย คือ ฝนไม่หลั่งลงมา คือไม่ตกโดยชอบ (ถูกต้องตามฤดูกาล). อธิบายว่า ไม่ตกทุกกึ่งเดือน ทุกสิบวัน ทุกห้าวัน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า อปิ นุ ตานิ ความว่า เมื่อนามีพืชแลฝนเป็นโทษอยู่อย่างนี้ พืชเหล่านั้นจะพึงเติบโตสูงขึ้น งอกงามลงรากและแผ่ไพบูลย์โดยรอบด้วยหน่อรากและใบเป็นต้น ได้หรือ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า เอวรูโป โข ราชญฺญ ยญฺโญ ความว่า ดูก่อนท่านพระยา ทานเห็นปานนี้ ย่อมไม่มีผลมาก เพราะไม่บริสุทธิ์โดยปัจจัยที่การทำร้ายผู้อื่นก่อให้เกิดขึ้นบ้าง โดยทายกบ้าง โดยปฏิคาหกบ้าง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า เอวรูโป โข ราชญฺญ อญฺโญ ความว่า ดูก่อนท่านพระยา ทานเห็นปานนี้ย่อมมีผลมาก โดยปัจจัยที่เกิดขึ้น เพราะการไม่ทำร้ายผู้อื่นบ้าง โดยทายกผู้มีศีลเพราะไม่ทำร้ายผู้อื่นบ้าง โดยปฏิคาหกผู้ถึงพร้อมด้วยคุณมีสัมมาทิฏฐิเป็นต้นบ้าง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ก็ถ้าทานได้ปฏิคาหกผู้ออกจากนิโรธ ยิ่งยวดด้วยคุณ (คุณาติโรกสัมปทา) และเจตนาของทายกไพบูลย์ไซร้ ก็จะให้วิบากทันตาเห็นทีเดียว. ก็ท่านพระยาปายาสิสดับธรรมกถาของพระเถระ นิมนต์พระเถระถวายมหาทาน ๗ วัน ตั้งทานประจำแก่คนทั้งปวงตั้งแต่นั้นมา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ท่านหมายถึงทานนั้น จึงกล่าวว่า ครั้งนั้นแล ท่านพระยาปายาสิเป็นต้น
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาณาชิกํ คือข้าวที่หุงจากข้าวสารหักมีรำ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า พิลงฺคทุติยํ แปลว่า มีน้ำส้ม (พะอูม) เป็นที่สอง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า โจรกานิ จ วตฺถานิ แปลว่า ผ้าที่มีเส้นด้ายหยาบ. คำว่า คุฬวาลกานิ คือ ผ้าที่คลุกชิ้นน้ำอ้อยงบ. อธิบายว่า ผ้าผืนใหญ่ที่วางไว้เป็นกองๆ. คำว่า เอวมนุทฺทิสติ คือ ชี้แจงไว้อย่างนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า ปาทาปิ แปลว่า แม้ด้วยเท้า. คำว่า อสกฺกจฺจํ คือ เว้นศรัทธา ให้ทานด้วยไม่มีศรัทธา. คำว่า อสหตฺถา แปลว่า ไม่ใช่ด้วยมือของตนเอง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า อจิตฺตีกตํ คือเว้นการกระทำความยำเกรงให้ทาน. เข้าไปตั้งการกระทำความยำเกรง หามิได้ ให้ทานกระทำให้ประณีตหามิได้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า อปวิทฺธํ คือ ทิ้งขว้างตกแตกเรี่ยราด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า สุญฺญํ เสรีสกํ ความว่า เข้าไปสู่วิมานเงินที่ว่างเปล่าวิมานหนึ่ง ชื่อเสรีสกะ. นัยว่า มีต้นซึกขนาดใหญ่อยู่ใกล้ประตูวิมานนั้น เพราะเหตุนั้น วิมานนั้นจึงเรียกกันว่า เสรีสกะ. เรื่องท่านพระควัมปติ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
เล่ากันว่า พระเถระเป็นหัวหน้าเด็กเลี้ยงโคในมนุษย์โลก ในชาติก่อน แผ้วถางโคนต้นซึกขนาดใหญ่ เกลี่ยทรายไว้ นิมนต์พระเถระผู้ถือปิณฑปาติกธุดงค์รูปหนึ่ง ให้นั่งที่โคนต้น ถวายอาหารที่ตนได้มา จุติจากมนุษย์โลกนั้น ไปบังเกิดในวิมานเงินนั้น ด้วยอานุภาพของบุญนั้น. ต้นซึกตั้งอยู่ใกล้ประตูวิมาน. ๕๐ ปี ต้นซึกนั้นจึงผลิดผล. แต่นั้น เทพบุตรก็ถึงความสลดใจว่า ล่วงไป ๕๐ ปีแล้ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
สมัยต่อมา เทพบุตรนั้นไปบังเกิดในหมู่มนุษย์ ในสมัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าของเรา ฟังธรรมกถาของพระศาสดา ก็บรรลุพระอรหัต. แต่ด้วยอำนาจความเคยชิน พระเถระก็ไปยังวิมานนั้นนั่นแหละอยู่เนืองๆ เพื่อพักกลางวัน. นัยว่า วิมานนั้นเป็นที่มีสุขตามฤดูกาลของพระเถระนั้น ท่านหมายเอาเหตุอันนั้น จึงกล่าวว่า สมัยนั้นแล ท่านพระควัมปติ ดังนี้เป็นต้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที