อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า พึงเสพ คือ โทมนัสที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจการออกจากเรือน ด้วยอำนาจวิปัสสนา ด้วยอำนาจการตามระลึกถึง ด้วยอำนาจฌานที่หนึ่งเป็นต้นนี้ ชื่อว่าเป็นโทมนัสที่พึงเสพ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เถโร "อิมสฺส ภิกฺขุโน ปริยตฺติยา กมฺมํ นตฺถิ, มยฺหํ ปน อนุสาสโก ภวิสฺสตีติ ๑- ญตฺวา "อิทานิ โอกาโส น ภวิสฺสติ, ปจฺจูสกาเล คมิสฺสามี"ติ ปตฺตจีวรํ สมีเป กตฺวา สพฺพํ ทิวสภาคํ ปฐมํ ยามํ มชฺฌิมํ ยามํ จ ธมฺมํ วาเจตฺวา ปจฺฉิมยาเม เอกสฺมึ เถเร อุทฺเทสํ คเหตฺวา นิกฺขมนฺเต ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา เตเนว สทฺธึ นิกฺขนฺโต. นิสินฺนอนฺเตวาสิกา อาจริโย เกนจิ ปปญฺเจน นิกฺขนฺโตติ มญฺญึสุ. นิกฺขนฺตตฺเถโร โกจิเทว สมานาจริยภิกฺขูติ สญฺญํ อกาสิ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ในคำเหล่านั้น คำว่า หากโทมนัสใด ยังมีความตรึก ยังมีความตรอง คือ ในโสมนัสทั้งสองอย่างแม้นั้น โทมนัสที่อาศัยเรือนเท่านั้น ที่ชื่อว่าโทมนัสยังมีความตรึก ยังมีความตรองอยู่. ส่วนโทมนัสที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจการออกจากเรือน ด้วยอำนาจวิปัสสนา ด้วยอำนาจการตามระลึกถึง ด้วยอำนาจฌานที่หนึ่งและฌานที่สอง พึงทราบว่าเป็นโทมนัสที่ยังมีความตรึกและยังมีความตรองอยู่. ส่วนโดยทำนองอย่างตรงขึ้นชื่อว่าโทมนัสที่ไม่มีความตรึกและไม่มีความตรองไม่มี. สำหรับอินทรีย์คือโทมนัส เป็นอกุศลโดยส่วนเดียวเท่านั้น และยังมีความตรึกและยังมีความตรองด้วย. แต่ด้วยอำนาจความเข้าใจของภิกษุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อินทรีย์คือโทมนัส ยังมีความตรึกและยังมีความตรอง และว่าที่ไม่มีความตรึกและไม่มีความตรอง ดังนี้.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เถโร กิร "มาทิสสฺส อรหตฺตํ นาม กึ, ๒- ทฺวีหตีเหเนว ปาปุณิตฺวา ปจฺจาคมิสฺสามี"ติ อนฺเตวาสิกานํ อนาโรเจตฺวาว อาสาฬฺหมาสสฺส ชุณฺหปกฺขเตรสิยา นิกฺขนฺโต คามนฺตปพฺภารํ คนฺตฺวา จงฺกมมารุยฺห กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺโต ตํทิวสํ อรหตฺตํ คเหตุํ นาสกฺขิ. อุโปสถทิวเส สมฺปตฺเต "ทฺวีหตีเหน อรหตฺตํ คณฺหิสฺสามีติ อาคโต, คเหตุํ นาสกฺขึ. ตโย มาสา ๓- ปน ตีณิ ทิวสานิ วิย ยาว มหาปวารณา ตาว ชานิสฺสามี"ติ วสฺสํ อุปคนฺตฺวาปิ คเหตุํ นาสกฺขิ. ปวารณาทิวเส จินฺเตสิ "อหํ ทฺวีหตีเหน อรหตฺตํ คณฺหิสฺสามีติ อาคโต, เตมาเสนาปิ นาสกฺขึ, สพฺรหฺมจาริโน ปน วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรนฺตี"ติ. ตสฺเสวํ จินฺตยโต อสฺสุธารา ปวตฺตนฺติ. ตโต "น มญฺเจ มยฺหํ จตูหิ อิริยาปเถหิ มคฺคผลํ อุปฺปชฺชิสฺสติ, อรหตฺตํทานิ อปฺปตฺวา เนว มญฺเจ ปิฏฺฐึ ปสาเรสฺสามิ. น ปาเท โธวิสฺสามี"ติ มญฺจํ อุสฺสาเปตฺวา ฐเปสิ. ปุน อนฺโตวสฺสํ ปตฺตํ, อรหตฺตํ คเหตุํ นาสกฺขิเยว. เอกูนตึสปวารณาสุ อสฺสุธารา ปวตฺตนฺติ. คามทารกา เถรสฺส ปาเทสุ ผาลิตฏฺฐานานิ กณฺฏเกหิ สิพฺพนฺติ, ทวํ ๔- กโรนฺตาปิ "อยฺยสฺส มหาสีวตฺเถรสฺส วิย ปาทา โหนฺตู"ติ ทวํ กโรนฺติ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ต่อไปนี้ เป็นนัยในเรื่องโทมนัสนั้น คือ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ในกรณีนี้ ภิกษุถือเอาธรรมที่ยังมีความตรึกและยังมีความตรอง และธรรมที่ไม่มีความตรึกและไม่มีความตรอง อันเป็นธรรมที่มีโทมนัสเป็นปัจจัย และธรรมคือมรรคและผลที่เกิดขึ้นมีโทมนัสเป็นปัจจัยนั่นเอง ว่าเป็นโทมนัสเพราะอำนาจเห็นการปฏิบัติของภิกษุเหล่าอื่นแล้วก็มาคิดว่า เมื่อไรหนอแล เราจึงจักเริ่มตั้งวิปัสสนาในโทมนัสที่ยังมีความตรึกและยังมีความตรองได้เสียที เมื่อไร เราจึงเริ่มตั้งวิปัสสนาในโทมนัสที่ไม่มีความตรึกและไม่มีความตรองได้เสียที และคิดอีกว่า เมื่อไรหนอแล เราจึงจักให้ผลสมาบัติในโทมนัสที่ยังมีความตรึกและยังมีความตรองเกิดได้เสียที เมื่อไรเราจึงจักให้ผลสมาบัติในโทมนัสที่ไม่มีความตรึกและไม่มีความตรองเกิดได้เสียที
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที