ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@มีศักดิ์น้อยใกล้ชิดกับตน และทำสักการะสมควรแก่ตน (วิ.อ. ๓/๒๘๖/๑๗๙)

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓ ฉ.ม., อิ. สํฆตฺเถโร จ ๔ ฉ.ม. ภิกฺขูติ สทฺโท น ทิสฺสติ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระผู้มีพระภาคทรงเห็นเทวดาจำนวนมากเหล่านั้น พากันจับจองที่เป็น พันๆ แห่ง ในปาฏลิคาม ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์เหนือมนุษย์ ครั้นในเวลาเช้า เมื่อเสด็จลุกขึ้น รับสั่งเรียกท่านพระอานนท์มาตรัสถามว่า “อานนท์ ใครจะสร้าง เมืองในปาฏลิคาม”

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺรีมานิ วตฺถูนิ:- เลณคิริวาสี ๑- ติสฺสตฺเถโร กิร มหาคิริคามํ อุปนิสฺสาย วิหรติ. ปญฺญาส มหาเถรา นาคทีปํ เจติยํ วนฺทนตฺถาย คจฺฉนฺตา คิริคาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา กิญฺจิ อลทฺธา นิกฺขมึสุ. เถโร ปน ปวิสนฺโต เต ทิสฺวา ปุจฺฉิ "ลทฺธํ ภนฺเต"ติ. วิจริมฺหา อาวุโสติ. โส เตสํ อลทฺธภาวํ ญตฺวา อาห "ภนฺเต ยาวาหํ อาคจฺฉามิ, ตาว อิเธว โหถา"ติ. มยํ อาวุโส ปญฺญาส ชนา ปตฺตเตมนมตฺตํปิ น ลภิมฺหาติ. ภนฺเต เนวาสิกา นาม ปฏิพลา โหนฺติ, อลภนฺตาปิ ภิกฺขาจารมคฺคสภาคํ ชานนฺตีติ. เถรา อาคเมสุํ. เถโร คามํ ปาวิสิ, ธูรเคเหเยว มหาอุปาสิกา ขีรภตฺตํ สชฺเชตฺวา เถรํ โอโลกยมานาว ฐิตา. อถ เถรสฺส ทฺวารํ สมฺปตฺตสฺเสว ปตฺตํ ปูเรตฺวา อทาสิ, โส ตํ อาทาย เถรานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา คณฺหถ ภนฺเตติ สํฆตฺเถรํ อาห. เถโร "อเมฺหหิ เอตฺตเกหิ กิญฺจิ น ลทฺธํ, อยํ สีฆเมว คเหตฺวา อาคโต, กึ นุโข"ติ เสสานํ มุขํ โอโลเกสิ. เถโร โอโลกนากาเรเนว ญตฺวา "ภนฺเต ธมฺเมน สเมน ลทฺธํ ปิณฺฑปาตํ ๒- นิกฺกุกฺกุจฺจา คณฺหถา"ติ อาทิโต ปฏฺฐาย สพฺเพสํ ยาวทตฺถํ ภตฺตํ ทตฺวา อตฺตนาปิ ยาวทตฺถํ ภุญฺชิ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “มหาอำมาตย์สุนีธะและมหาอำมาตย์วัสสการะ ชาวแคว้นมคธกำลังจะสร้างเมืองในปาฏลิคาม เพื่อป้องกันพวกเจ้าวัชชี พระพุทธเจ้าข้า”

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อถ นํ ภตฺตกิจฺจาวสาเน เถรา ปุจฉึสุ "กทาวุโส โลกุตฺตรธมฺมํ ปฏิวิชฺฌา"ติ. ๓- นตฺถิ เม ภนฺเต โลกุตฺตรธมฺโมติ. ฌานลาภีสิ อาวุโสติ. เอวํปิ ๔- ภนฺเต นตฺถีติ. นนุ อาวุโส ปาฏิหาริยนฺติ. สาราณียธมฺโม เม ภนฺเต ปูริโต, ตสฺส เม ธมฺมสฺส ปูริตกาลโต ปฏฺฐาย สเจปิ ภิกฺขุสตสหสฺสํ โหติ, ปตฺตคตํ น ขียตีติ. เต สุตฺวา "สาธุ สาธุ สปฺปุริส, อนุจฺฉวิกมิทํ ตุยฺหนฺ"ติ อาหํสุ. อิทํ ตาว "ปตฺตคตํ น ขียตี"ติ เอตฺถ วตฺถุ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มหาอำมาตย์สุนีธะและมหาอำมาตย์วัสสการะชาว แคว้นมคธ จะสร้างเมืองในปาฏลิคาม เพื่อป้องกันพวกเจ้าวัชชี เหมือนได้ปรึกษา กับพวกเทพชั้นดาวดึงส์แล้ว ณ ที่นี้ เราได้เห็นเทวดาจำนวนมากพากันจับจองที่ เป็นพันๆ แห่ง ในปาฏลิคาม ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์เหนือมนุษย์ จิตของ พระราชาและราชมหาอำมาตย์ที่มีศักดิ์ใหญ่ ย่อมน้อมไปเพื่อจะสร้างนิเวศน์ในที่ที่ เทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่จับจอง จิตของพระราชาและราชมหาอำมาตย์ที่มีศักดิ์ปานกลาง ย่อมน้อมไปเพื่อจะสร้างนิเวศน์ในที่ที่เทวดาผู้มีศักดิ์ปานกลางจับจอง จิตของพระราชา และราชมหาอำมาตย์ที่มีศักดิ์น้อย ย่อมน้อมไปเพื่อจะสร้างนิเวศน์ในที่ที่เทวดาผู้มี ศักกดิ์น้อยจับจอง ตราบใดที่ยังเป็นแดนที่อารยชนติดต่อกันอยู่ ตราบใดที่ยังเป็นเส้น ทางค้าขาย ตราบนั้น เมืองปาฏลีบุตรนี้ยังจะเป็นเมืองชั้นเยี่ยม เป็นย่านการค้าอยู่ ต่อไป แต่เมืองปาฏลีบุตรนั้นจะมีอันตราย ๓ อย่าง คือ อันตรายจากไฟ อันตราย จากน้ำ หรืออันตรายจากการแตกความสามัคคี”

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๒๔๕

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”