ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ว่า “พระสงฆ์ สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติ ถูกต้อง ปฏิบัติสมควร ได้แก่ อริยบุคคล ๔ คู่ คือ ๘ บุคคล พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคนี้ เป็นผู้ควรแก่ของที่เขา นำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก”

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. ประกอบด้วยศีลที่พระอริยะชอบใจ ๑- ที่ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไท ท่านผู้รู้สรรเสริญ ไม่ถูกตัณหาและทิฏฐิ ครอบงำ เป็นไปเพื่อสมาธิ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@ ปาฐา น ทิสฺสนฺติ, อิ. สํสิตํ สํสริตํ. ๔ ฉ.ม. นาติกาติ...เอวมุปริปิ. โอรมฺภาคิยานิ. ตตฺถ กามจฺฉนฺโท, พฺยาปาโทติ อิมานิ เทฺว สมาปตฺติยา วา อวิกฺขมฺภิตานิ, มคฺเคน วา อสมุจฺฉินฺนานิ นิพฺพตฺติวเสน อุทฺธํภาคํ รูปภวญฺจ อรูปภวญฺจ คนฺตุํ น เทนฺติ. สกฺกายทิฏฺฐิอาทีนิ ตีณิ ตตฺถ นิพฺพตฺตํปิ อาเนตฺวา ปุน อิเธว นิพฺพตฺตาเปนฺตีติ สพฺพานิปิ โอรมฺภาคิยาเนว. อนาวตฺติธมฺมาติ ปฏิสนฺธิวเสน อนาคมนสภาวา. ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตาติ เอตฺถ กทาจิ กรหจิ อุปฺปตฺติยา จ, ปริยุฏฺฐานมนฺทตาย จาติ เทฺวธาปิ ตนุภาโว เวทิตพฺโพ. สกทาคามิสฺส หิ ปุถุชฺชนานํ วิย อภิณฺหํ ราคาทโย น อุปฺปชฺชนฺติ, กทาจิ กรหจิ อุปฺปชฺชนฺติ. อุปฺปชฺชมานา ปน ปุถุชฺชนานํ วิย พหลพหลา น อุปฺปชฺชนฺติ, มจฺฉิกปตฺตํ วิย ตนุกตนุกา อุปฺปชฺชนฺติ. ทีฆภาณกมหาสิวตฺเถโร ๑- ปนาห "ยสฺมา สกทาคามิสฺส ปุตฺตธีตโร โหนฺติ, โอโรธา จ โหนฺติ, ตสฺมา พหลาว กิเลสา. อิทํ ปน ภวตนุกวเสน กถิตนฺ"ติ. ตํ อฏฺฐกถายํ "โสตาปนฺนสฺส สตฺต ภเว ฐเปตฺวา อฏฺฐเม ภเว ภวตนุกํ นตฺถิ. สกทาคามิสฺส เทฺว ภเว ฐเปตฺวา ปญฺจสุ ภเวสุ ภวตนุกํ นตฺถิ. อนาคามิสฺส รูปารูปภเว ฐเปตฺวา กามภเว ภวตนุกํ นตฺถิ. ขีณาสวสฺส กิสฺมิญฺจิ ภเว ภวตนุกํ นตฺถี"ติ วุตฺตตฺตา ปฏิกฺขิตฺตํ โหติ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

อานนท์ นี้แล คือหลักธรรมที่ชื่อว่าแว่นธรรมเป็นเครื่องมือให้อริยสาวกมีไว้ เมื่อประสงค์ก็จะพึงพยากรณ์ตนได้ด้วยตนเองว่า ‘เราหมดสิ้นเหตุที่ให้ไปเกิดในนรก หมดสิ้นเหตุที่ให้ไปเกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หมดสิ้นเหตุที่ให้ไปเกิดในแดนเปรต หมดสิ้นเหตุที่ให้ไปเกิดในอบาย ทุคติ และวินิบาตแล้ว เราเป็นพระโสดาบัน ไม่มีทาง ตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า’

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อิมํ โลกนฺติ อิทํ กามาวจรโลกํ สนฺธาย วุตฺตํ. อยญฺเจตฺถ อธิปฺปาโย, สเจ หิ มนุสฺเสสุ สกทาคามิผลปฺปตฺโต เทเวสุ นิพฺพตฺติตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉิกโรติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. อสกฺโกนฺโต ปน อวสฺสํ มนุสฺสโลกํ อาคนฺตฺวา สจฺฉิกโรติ. เทเวสุ สกทาคามิผลปฺปตฺโตปิ สเจ มนุสฺเสสุ นิพฺพตฺติตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉิกโรติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. อสกฺโกนฺโต ปน อวสฺสํ เทวโลกํ คนฺตฺวา สจฺฉิกโรตีติ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคเมื่อประทับอยู่ในตำหนักอิฐในนาทิกคามนั้น ทรงแสดง ธรรมีกถาเป็นอันมากแก่ภิกษุทั้งหลายอย่างนี้ว่า “ศีลมีลักษณะอย่างนี้ สมาธิมี ลักษณะอย่างนี้ ปัญญามีลักษณะอย่างนี้ สมาธิอันบุคคลอบรมโดยมีศีลเป็นฐาน ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ปัญญาอันบุคคลอบรมโดยมีสมาธิเป็นฐาน ย่อมมี ผลมาก มีอานิสงส์มาก จิตอันบุคคลอบรมโดยมีปัญญาเป็นฐาน ย่อมหลุดพ้น โดยชอบจากอาสวะทั้งหลาย คือ กามาสวะ ภวาสวะ และอวิชชาสวะ”

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๒๗๒

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”