ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๒๑๐] ดูกรท่านผู้เจริญ เทวดาชั้นดาวดึงส์พร้อมด้วยพระอินทร์ ย่อม บันเทิงใจ ถวายนมัสการพระตถาคต และความที่พระธรรมเป็นธรรมดี เห็นเทวดาผู้ใหม่ๆ มีวรรณะมียศประพฤติพรหมจรรย์ ในพระสุคตแล้ว มา ในที่นี้ เทวดาเหล่านั้นเป็นสาวกของ พระพุทธเจ้า ผู้ทรงพระปัญญากว้าง ขวาง บรรลุคุณวิเศษแล้ว รุ่งเรืองล่วงเทวดาเหล่าอื่น ณ ที่นี้ ด้วยวรรณะ ด้วยยศ และอายุ เทวดาชั้นดาวดึงส์พร้อมด้วยพระอินทร์ เห็นเช่นนี้แล้ว ย่อมยินดี ถวายนมัสการพระตถาคต และความที่พระธรรมเป็นธรรมดี ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
วิรูปกฺโข นาคราชา นาคานํ โกฏิสตสหสฺเสน ปริวุโต โกฏิสตสหสฺสมณิมยานิ มหาผลกานิ จ สุวณฺณสตฺติโย จ คาหาเปตฺวา ปจฺฉิมาย ทิสาย ปุรตฺถาภิมุโข ๒- ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวตา ปุรโต กตฺวา นิสินฺโน.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๒๑๑] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ได้ยินว่า เพราะเหตุนั้น เทวดาชั้นดาวดึงส์ จึงปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติและโสมนัสโดยยิ่งกว่าประมาณว่า ดูกรท่านผู้เจริญ กายทิพย์ย่อมบริบูรณ์หนอ อสุรกายย่อมเสื่อมไป ฯ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพทรงทราบความเบิกบาน ใจของเทวดา ชั้นดาวดึงส์ แล้วตรัสเรียกเทวดาชั้นดาวดึงส์มาว่า ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ ทั้งหลาย ท่านทั้งหลาย ปรารถนาจะฟังพระคุณตามที่มีจริง ๘ ประการ ของพระผู้มี พระภาคพระองค์นั้นหรือ เทวดาชั้น ดาวดึงส์ทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ ข้าพระองค์ทั้งหลายปรารถนาจะฟังพระคุณตามที่มีจริง ๘ ประการ ของพระผู้มี พระภาคพระองค์นั้น ฯ ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพทรงยกพระคุณตามที่มีจริง ๘ ประการของ พระผู้มีพระภาค ขึ้นแสดงแก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ว่า ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย เทวดา ชั้นดาวดึงส์จะสำคัญความข้อนี้ นั้นเป็นไฉน พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ทรงปฏิบัติ เพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุข แก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและ มนุษย์ทั้งหลายเพียงไร เรา ไม่เคยเห็นพระศาสดาผู้ประกอบด้วยองค์คุณเช่นนี้ ผู้ทรงปฏิบัติเพื่อ เกื้อกูลแก่ชน เป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย อย่างนี้ ในอดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้ก็ ไม่เห็นนอกจากพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ฯ อนึ่ง พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นตรัสดีแล้ว อันบุคคล พึงเห็นเอง ไม่ ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชน พึงรู้เฉพาะตน เราไม่ เคยเห็นพระศาสดาผู้ประกอบด้วยองค์คุณเช่นนี้ ผู้ทรงแสดง ธรรมอันควรน้อมเข้ามาในตน อย่าง นี้ ในอดีตกาลเลย ถึงบัดนี้ก็ไม่เห็น นอกจาก พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น อนึ่ง พระผู้มีพระ ภาคพระองค์นั้นทรงบัญญัติไว้ดีแล้วว่า นี้กุศล นี้มีโทษ นี้ไม่มีโทษ นี้ควรเสพ นี้ไม่ควรเสพ นี้เลว นี้ประณีต นี้มีส่วนเทียบ ด้วยธรรมดำและธรรมขาว เราไม่เคยเห็นพระศาสดาผู้ประกอบ ด้วยองค์คุณเช่นนี้ ผู้ทรงบัญญัติธรรมอันเป็นกุศล อกุศล มีโทษ ไม่มีโทษ ควรเสพ ไม่ควร เสพ เลว ประณีต มีส่วนเทียบด้วยธรรมดำและธรรมขาว อย่างนี้ ในอดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้ ก็ไม่เห็น นอกจากพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ฯ อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ทรงบัญญัตินิพพานคามินีปฏิปทา เพื่อพระสาวก ทั้งหลายไว้ดีแล้ว พระนิพพานและปฏิปทาย่อมเทียบเคียงกันได้ ดุจน้ำในแม่น้ำคงคากับน้ำใน แม่น้ำยมุนา ย่อมไหลคลุกคละกันได้ฉะนั้น เราไม่เคย เห็นพระศาสดาผู้ประกอบด้วยองค์คุณ เช่นนี้ ทรงบัญญัตินิพพานคามินีปฏิปทา อย่างนี้ ในอดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้ก็ไม่เห็น นอกจาก พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ฯ อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ทรงได้พระเสขะผู้ดำรงอยู่ในปฏิปทา และพระขีณา สพผู้อยู่จบพรหมจรรย์เป็นสหาย เหตุนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเบา พระทัยประกอบความเป็นผู้ยินดี อยู่พระองค์เดียว เราไม่เคยเห็นพระศาสดาผู้ ประกอบด้วยองค์คุณเช่นนี้ ทรงประกอบความเป็นผู้ ยินดีอยู่พระองค์เดียวอย่างนี้ ในอดีตกาลเลยถึงในบัดนี้ก็ไม่เห็น นอกจากพระผู้มีพระภาค พระองค์นั้น ฯ อนึ่ง ลาภ ความสรรเสริญ เกิดแก่พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเห็นจะ ตลอดถึง กษัตริย์ทั้งหลายที่ยินดีอยู่ แต่พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นปราศจากความ เมา เสวยพระกระยาหาร เราไม่เคยเห็นพระศาสดาผู้ประกอบด้วยองค์คุณเช่นนี้ ผู้ปราศจากความเมา เสวยพระกระยาหาร อย่างนี้ ในอดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้ก็ไม่ เห็น นอกจากพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ฯ อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น มีปรกติตรัสอย่างใดทำอย่างนั้น ทำ อย่างใด ตรัส อย่างนั้น เหตุนั้น พระองค์จึงเชื่อว่า ตรัสอย่างใด ทำอย่างนั้น ทำอย่างใด ตรัสอย่างนั้น เราไม่เคยเห็นพระศาสดาผู้ประกอบด้วยองค์คุณเช่นนี้ ทรงปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมอย่างนี้ ใน อดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้ก็ไม่เห็น นอก จากพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ฯ อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ทรงข้ามความสงสัยได้แล้วปราศจาก ความคลางแคลง มีความดำริถึงที่สุด ด้วยพระอัธยาศัยเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ เราไม่เคยเห็นพระศาสดาผู้ ประกอบด้วยองค์คุณเช่นนี้ ผู้ทรงข้ามความสงสัยได้ แล้ว ปราศจากความคลางแคลง มีความดำริ ถึงที่สุด ด้วยพระอัธยาศัยเป็นเบื้อง ต้นแห่งพรหมจรรย์อย่างนี้ ในอดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้ก็ไม่ เห็นนอกจากพระผู้มี พระภาคพระองค์นั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท้าวสักกะจอมเทพ ทรงยกพระคุณตามที่มีจริง ๘ ประการนี้แล ของพระผู้มีพระภาค ขึ้นแสดงแก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เวสฺสวโณ ยกฺขราชา ยกฺขานํ โกฏิสตสหสฺเสน ปริวุโต โกฏิสตสหสฺสปวาฬมยานิ มหาผลกานิ จ สุวณฺณสตฺติโย จ คาหาเปตฺวา อุตฺตราย ทิสาย ทกฺขิณาภิมุโข ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวตา ปุรโต กตฺวา นิสินฺโนติ เวทิตพฺโพ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อถ ปจฺฉา อมฺหากํ อาสนํ โหตีติ เตสํ ปจฺฉโต อมฺหากํ นิสีทิตุํ โอกาโส ปาปุณาติ. ตโต ปรํ ปวิสิตุํ วา ปสฺสิตุํ วา น ลภาม.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สนฺนิปาตการณํ ปเนตฺถ ปุพฺเพ วุตฺตํ จตุพฺพิธเมว. เตสุ วสฺสูปนายิกสงฺคโห วิตฺถาริโต. ยถา ปน วสฺสูปนายิกาย, เอวํ มหาปวารณายปิ ปุณฺณมีทิวเส สนฺนิปติตฺวา "อชฺช กตฺถ คนฺตฺวา กสฺส สนฺติเก ปวาเรสฺสามา"ติ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เทวโลเก ปน อาสาวตี นาม ลตา อตฺถิ. สา ปุปฺผิสฺสตีติ เทวา วสฺสสหสฺสํ อุปฏฺฐานํ คจฺฉนฺติ. ปาริจฺฉตฺตเก ปุปฺผมาเน เอกวสฺสํ อุปฏฺฐานํ คจฺฉนฺติ. เต ตสฺส ปณฺฑุปลาสาทิภาวโต ปฏฺฐาย อตฺตมนา โหนฺติ. ยถาห:-
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
"ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย เทวานํ ตาวตึสานํ ปาริจฺฉตฺตโก โกวิฬาโร `ปณฺฑุปลาโส โหติ, อตฺตมนา ภิกฺขเว เทวา ตาวตึสา ตสฺมึ สมเย โหนฺติ `ปณฺฑุปลาโส ทานิ ปาริจฺฉตฺตโก โกวิฬาโร, น จิรสฺเสว ทานิ ฉินฺนปลาโส ๑- ภวิสฺสตี'ติ. ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย เทวานํ ตาวตึสานํ ปาริจฺฉตฺตโก โกวิฬาโร ฉินฺนปลาโส โหติ, ชาลกชาโต โหติ, ขารกชาโต โหติ, มกุลกชาโต ๒- โหติ, โกรกชาโต ๓- โหติ. อตฺตมนา ภิกฺขเว เทวา ตาวตึสา ตสฺมึ สมเย โหนฺติ `โกรกชาโต ทานิ ปาริจฺฉตฺตโก โกวิฬาโร น จิรสฺเสว สพฺพผาลิผุลฺโล ๔- ภวิสฺสตี'ติ ๕-
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สพฺพผาลิผุลฺลสฺส โข ปน ภิกฺขเว ปาริจฺฉตฺตกสฺส โกวิฬารสฺส สมนฺตา ปญฺญาส โยชนานิ อาภา ผุฏา ๖- โหติ, อนุวาตํ โยชนสตํ คนฺโธ คจฺฉติ, อยมานุภาโว ปาริจฺฉตฺตกสฺส โกวิฬารสฺสา"ติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ปุปฺผิเต ปาริจฺฉตฺตเก อาโรหณกิจฺจํ วา องฺกุสกํ คเหตฺวา นมนกิจฺจํ วา ปุปฺผาหรณตฺถํ จงฺโกฏกกิจฺจํ วา นตฺถิ, กนฺตนกวาโต อุฏฺฐหิตฺวา ปุปฺผานิ วณฺฏโต กนฺตติ, สมฺปฏิจฺฉนกวาโต สมฺปฏิจฺฉติ, ปเวสนกวาโต สุธมฺมาเทวสภํ ปเวเสสิ. ๗- สมฺมชฺชนกวาโต ปุราณานิ ปุปฺผานิ นีหรติ, สนฺถรกวาโต ปตฺตกณฺณิกเกสรานิ รเจนฺโต ๘- สนฺถรติ, มชฺฌฏฺฐาเน ธมฺมาสนํ โหติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๓ ม., อิ. โกกาสกชาโต. เอวมุปริปิ ๔ ฉ.ม. สพฺพปาลิผุลฺโล
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๕ องฺ. สตฺตก ๒๓/๖๖/๑๑๘ ปาริจฺฉตฺตกสุตฺต (สยา) ๖ ฉ.ม. อาภาย ผุฏํ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๗ ฉ.ม., อิ. ปเวเสติ ๘ ฉ.ม., อิ. นจฺจนฺโต โยชนปฺปมาโณ รตนปลฺลงฺโก อุปริ ติโยชเนน เสตจฺฉตฺเตน ธารยมาเนน, ตทนนฺตรํ สกฺกสฺส เทวรญฺโญ อาสนํ อตฺถริยติ. ตโต เตตฺตึสาย เทวปุตฺตานํ, ตโต อญฺญาสํ ๑- มเหสกฺขมเหสกฺขานํ เทวปุตฺตานํ. ๑- อญฺญาสํ ๒- เทวตานํ ๒- ปน ปุปฺผกณฺณิกาว อาสนํ โหติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เทวา เทวสภํ ปวิสิตฺวา นิสีทนฺติ. ปุปฺผเรณูวฏฺฏิ ๓- อุคฺคนฺตฺวา อุปริ กณฺณิกํ อาหจฺจ นิปตมานา เทวตานํ ติคาวุตปฺปมาณํ อตฺตภาวํ ลาขารสปริกมฺมสชฺชิตํ วิย กโรติ. เตสํ สา กีฬา จตูหิ มาเสหิ ปริโยสานํ คจฺฉติ. เอวํ ปาริจฺฉตฺตกกีฬานุภวนตฺถาย สนฺนิปตนฺติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
มาสสฺส ปน อฏฺฐ ทิวเส เทวโลเก มหาธมฺมสฺสวนํ โฆสติ. ๔- ตตฺถ สุธมฺมาย เทวสภาย สนงฺกุมาโร วา มหาพฺรหฺมา, สกฺโก วา เทวานมินฺโท, ธมฺมกถิกภิกฺขุ วา, อญฺญตโร วา ธมฺมกถิโก เทวปุตฺโต ธมฺมกถํ กเถติ. อฏฺฐมิยํ ปกฺขสฺส จตุนฺนํ มหาราชานํ อมจฺจา, จาตุทฺทสิยํ ปุตฺตา, ปณฺณรเส สยํ จตฺตาโร มหาราชาโน นิกฺขมิตฺวา สุวณฺณปฏํ จ ชาติหิงฺคุลกํ จ คณฺหิตฺวา คามนิคมราชธานิโย อนุวิจรนฺติ. เต "อสุกา นาม อิตฺถี วา ปุริโส วา พุทฺธํ สรณํ คโต, ธมฺมํ สรณํ คโต, สํฆํ สรณํ คโต, ปญฺจ สีลานิ รกฺขติ. มาสสฺส อฏฺฐ อุโปสเถ กโรติ. มาตุอุปฏฺฐานํ ปูเรติ. ปิตุอุปฏฺฐานํ ปูเรติ. อสุกฏฺฐาเน อุปฺปลหตฺถกสเตน ปุปฺผกุมฺเภน ปูชา กตา. ทีปสหสฺสํ อาโรปิตํ. อกาลธมฺมสฺสวนํ การิตํ. ฉตฺตเวทิกา มุทฺธิเวทิกา กุจฺฉิเวทิกา สีหาสนํ สีหโสปาณํ การิตํ. ตีณิ สุจริตานิ ปูเรติ. ทสกุสลกมฺมปเถ สมาทาย วตฺตตี"ติ สุวณฺณปเฏ ชาติหิงฺคุลเกน ลิขิตฺวา อาหริตฺวา ปญฺจสิขสฺส หตฺเถ เทนฺติ. ปญฺจสิโข มาตลิสฺส หตฺเถ เทติ. มาตลิสงฺคาหโก สกฺกสฺส เทวรญฺโญ เทติ.