ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๑๓] ท้าวจาตุมหาราชเหล่านั้นรับคำแล้ว รับคำพร่ำสอนแล้ว มีใจ ผ่องใส ประทับสงบอยู่บนอาสนะของตนๆ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ขนฺติวาทิตาปสกาเล จูฬธมฺมปาลกุมารกาเล ฉทฺทนฺตนาคราชกาเล ภูริทตฺตจมฺเปยฺยสงฺขปาลนาคราชกาเล มหากปิกาเล จ ตาทิสานิ ทุกฺกรานิ กโรนฺโตปิ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺโน. เวสฺสนฺตรตฺตภาเว ฐตฺวา สตฺตสตกมหาทานํ ๒-

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๑๔] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ครั้งนั้น แสงสว่างอย่างมากปรากฏใน ทิศอุดร โอภาส ปรากฏล่วงเทวานุภาพของเทวดาทั้งหลายลำดับนั้น ท้าวสักกะ จอมเทพจึงตรัสเรียกเทวดาชั้นดาว ดึงส์มาว่า ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย นิมิต ปรากฏ แสงสว่างเกิด โอภาสปรากฏ ฉันใด พรหมจักปรากฏ ฉันนั้น การ ที่แสงสว่างเกิด โอภาสปรากฏนี้ เป็นบุพพนิมิตที่พรหมจะปรากฏ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๑๕] นิมิตปรากฏ ฉันใด พรหมจักปรากฏ ฉันนั้นการที่ โอภาสอัน ไพบูลย์มากปรากฏนี้ เป็นบุพพนิมิตที่พรหมจะ ปรากฏ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ ปญฺจ ปุพฺพนิมิตฺตานิ ทิสฺวา ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตาหิ ยาจิโต ปญฺจ มหาวิโลกนานิ วิโลเกตฺวา เทวานํ สงฺคหตฺถาย ปฏิญฺญํ ทตฺวา ตุสิตปุรา จวิตฺวา มาตุ กุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺโตปิ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺโน.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๑๖] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ครั้งนั้น เทวดาชั้นดาวดึงส์นั่งบนอาสนะ ตามที่ของตนๆ ด้วยความหวังว่า เราทั้งหลายจักรู้โอภาสนี้ วิบากอันใดจักมี เราทั้งหลายจักทำวิบากนั้นให้แจ้ง เสียก่อน แล้วจึงจะไป แม้ท้าวจาตุมหาราชก็นั่ง อยู่บนอาสนะตามที่ของตนๆ ด้วยความหวังว่า เราทั้งหลายจักรู้โอภาสนี้ วิบาก อันใดจักมี เราทั้งหลายจักทำวิบากนั้นให้แจ้งเสียก่อน แล้วจึงจะ ไปเทวดาชั้น ดาวดึงส์ ฟังความข้อนี้แล้วไม่ระส่ำระสาย สงบอยู่ ด้วยหวังกันว่า เราทั้งหลาย รู้โอภาสนี้ วิบากอันใดจักมี เราทั้งหลายจักทำวิบากนั้นให้แจ้งเสียก่อน แล้ว จึงจะไป ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญเมื่อใดสนังกุมารพรหมปรากฏแก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ เมื่อนั้น สนังกุมารพรหม นิรมิตอัตตภาพอันยิ่งใหญ่ปรากฏ ก็วรรณปรกติของพรหม อันเทวดาเหล่าอื่นไม่พึงถึง ปรากฏในคลองจักษุของเทวดาชั้นดาวดึงส์เมื่อสนังกุมาร พรหมปรากฏแก่เทวดาชั้นดาวดึงส์นั้น ย่อมรุ่งเรือง ล่วงเทวดาเหล่าอื่นด้วยวรรณ และยศ เหมือนกายเทวดาย่อมรุ่งเรืองล่วงกายมนุษย์ ฉะนั้น เมื่อ สนังกุมาร พรหมปรากฏแก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ นั้นเทวดาไหนๆ ในบริษัทนั้น ไม่ไหว้ ไม่ ลุกรับ และไม่เชื้อเชิญด้วยอาสนะ เทวดาทั้งหมดนั่งประณมมือนิ่งอยู่บนบัลลังก์ ด้วยความดำริว่า บัดนี้ สนังกุมารพรหมปรารถนาบัลลังก์ของเทวดาผู้ใด จักนั่ง บนบัลลังก์ของเทวดาผู้นั้น ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญสนัง กุมารพรหมนั่งบนบัลลังก์ ของเทวดาใด เทวดาผู้นั้นย่อมได้ความยินดี ได้โสมนัส อย่างยิ่ง ดังพระราชาผู้ กษัตริย์ได้มูรธาภิเษกแล้ว เสวยราชสมบัติใหม่ๆ ย่อม ได้ความยินดี ได้ ความ โสมนัสอย่างยิ่งฉะนั้น ฯ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ครั้งนั้น สนังกุมารพรหมทราบความเบิกบานใจ ของเทวดาชั้น ดาวดึงส์หายไปแล้ว บันเทิงตามด้วยคาถาเหล่านี้ว่า

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ทส มาเส มาตุ กุจฺฉิยํ วสิตฺวา ลุมฺพินีวเน มาตุ กุจฺฉิโต นิกฺขมนฺโตปิ, เอกูนตึส วสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิตฺวา มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา อโนมานทีตีเร ปพฺพชนฺโตปิ, ฉ ๑- วสฺสานิ มหาปธาเนน ๑- อตฺตานํ กิลเมตฺวา โพธิปลฺลงฺกํ อารุยฺห สพฺพญฺญุตญาณํ ปฏิวิชฺฌนฺโตปิ, สตฺตสตฺตาหํ โพธิมณฺเฑ ยาเปนฺโตปิ, อิสิปตนํ อาคมฺม อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตนฺโตปิ, ยมกปาฏิหาริยํ กโรนฺโตปิ, เทโวโรหณํ โอโรหนฺโตปิ, พุทฺโธ หุตฺวา ปญฺจจตฺตาลีสวสฺสานิ ติฏฺฐนฺโตปิ, อายุสงฺขารํ โอสฺสชฺเชนฺโตปิ, ๒- ยมกสาลานํ อนฺตเร อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายนฺโตปิ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺโน. ยาวสฺส สาสปมตฺตาปิ ธาตุโย ธรนฺติ, ตาว พหุชนหิตาย ปฏิปนฺโนติ เวทิตพฺโพ เสสปทานิ เอตสฺเสว เววจนานิ, ตตฺถ ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ ปุริมสฺส ปุริมสฺส อตฺโถ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เนว อตีตํเส สมนุปสฺสาม. น ปเนตรหีติ อตีเตปิ พุทฺธโต อญฺญํ น สมนุปสฺสาม, อนาคเตปิ น สมนุปสฺสาม, เอตรหิ ปน อญฺญสฺส สตฺถุโน อภาวโตเยว อญฺญตฺร เตน ภควตา น สมนุปสฺสามาติ อยเมตฺถ อตฺโถ. อฏฺฐกถายํปิ หิ "อตีตานาคตา พุทฺธา อมฺหากํ สตฺถารา สทิสาเยว, กึ สกฺโก กเถตี"ติ วิจาเรตฺวา "เอตรหิ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺโน สตฺถา อมฺหากํ สตฺถารํ มุญฺจิตฺวา อญฺโญ โกจิ นตฺถิ, ตสฺมา น ปสฺสามาติ กเถตี"ติ วุตฺตํ. ยถา จ เอตฺถ, เอวํ อิโต ปเรสุปิ ปเทสุ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. สฺวากฺขาตาทีนิ ๓- จ อิทํ กุสลนฺติ ๓- อาทีนิ จ ๓- วุตฺตตฺถาเนว.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓-๓ ฉ.ม., อิ. สฺวากฺขาตาทีนิ จ กุสลาทีนิ จ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

คงฺโคทกํ ยมุโนทเกนาติ คงฺคายมุนานํ สมาคมฏฺฐาเน อุทกํ วณฺเณนปิ คนฺเธนปิ รเสนปิ สํสนฺทติ สเมติ, มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณํ วิย เอกสทิสเมว โหติ, น มหาสมุทฺทอุทเกน สํสฏฺฐกาเล วิย วิสทิสํ ปริสุทฺธสฺส นิพฺพานสฺส ปฏิปทาปิ ปริสุทฺธาว. น หิ ทหรกาเล เวชฺชกมฺมาทีนิ ๑- กตฺวา อโคจเร จริตฺวา มหลฺลกกาเล นิพฺพานํ ทฏฺฐุํ สกฺกา, นิพฺพานคามินี ปน ปฏิปทา ปริสุทฺธาว วฏฺฏติ อากาสูปมา. ยถา หิ อากาสมฺปิ อลคฺคํ ปริสุทฺธํ จนฺทิมสุริยานํ อากาเส อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐานํ คจฺฉนฺตานํ วิย นิพฺพานํ คจฺฉนฺตสฺส ภิกฺขุโน ปฏิปทาปิ กุเล วา คเณ วา อลคฺคา อพทฺธา อากาสูปมา วฏฺฏติ. สา ปเนสา ตาทิสาว ภควตา ปญฺญตฺตา กถิตา เทสิตา. เตน วุตฺตํ "สํสนฺทติ นิพฺพานญฺจ ปฏิปทา จา"ติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปฏิปนฺนานนฺติ ๒- ปฏิปทาย ฐิตานํ. วุสิตวตนฺติ วุฏฺฐวาสานํ. เอเตสํ ลทฺธสหาโยติ เอเตสํ ตตฺถ ตตฺถ สห อยนโต สหาโย. "อทุติโย อสหาโย อปฺปฏิสโม"ติ อิทํ ปนสฺส อสทิสฏฺเฐน วุตฺตํ. อปนุชฺชาติ เตสํ มชฺเฌปิ ผลสมาปตฺติยา วิหรนฺโตปิ จิตฺเตน เต อปนุชฺช, อปนุชฺเชน ๓- เอการามตํ อนุยุตฺโต วิหรตีติ อตฺโถ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อภินิปฺผนฺโน ๔- โข ปน ตสฺส ภควโต ลาโภติ ตสฺส ภควโต มหาลาโภ อุปฺปนฺโน. กทา ปฏฺฐาย อุปฺปนฺโน? อภิสมฺโพธึ ปตฺวา สตฺตสตฺตาหํ อติกฺกมิตฺวา อิสิปตเน ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตฺวา อนุกฺกเมน เทวมนุสฺสทมนํ กโรนฺตสฺส ตโย ชฏิเล ปพฺพาเชตฺวา ราชคหํ คตสฺส พิมฺพิสารทมนโต ปฏฺฐาย อุปฺปนฺโน. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ "เตน โข ปน สมเยน ภควา สกฺกโต โหติ ครุกโต มานิโต ปูชิโต อปจิโต ลาภี จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานนฺ"ติ. ๕- สตสหสฺสกปฺปาธิเกสุ จตูสุ อสงฺเขยฺเยสุ อุสฺสนฺนปุญฺญนิสฺสนฺเทน สมุปฺปนฺโน ลาภสกฺกาโร มโหโฆ วิย อชฺโฌตฺถรมาโน อาคจฺฉติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอกสฺมึ กิร สมเย ราชคเห สาวตฺถิยํ สาเกเต โกสมฺพิยํ พาราณสิยํ ภควโต ปฏิปาฏิภตฺตํ นาม อุปฺปนฺนํ, ตตฺเถโก "อหํ สตํ วิสชฺเชตฺวา ทานํ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ อิ. อภินิปฺปนฺโน ๕ สํ นิ. ๑๖/๗๐/๑๑๖ สุสิมปริพฺพาชกสุตฺต ทสฺสามี"ติ ปณฺณํ ลิขิตฺวา วิหารทฺวาเร พนฺธิ. อญฺโญ อหํ เหฺว สตานิ. อญฺโญ อหํ ปญฺจ สตานิ. อญฺโญ อหํ สหสฺสํ. อญฺโญ อหํ เหฺว สหสฺสานิ. อญฺโญ อหํ ปญฺจ. ทส. วีสติ. ปญฺญาสํ. อญฺโญ อหํ สตสหสฺสํ. อญฺโญ อหํ เทฺว สตสหสฺสานิ วิสชฺเชตฺวา ทานํ ทสฺสามีติ ปญฺณํ ลิขิตฺวา วิหารทฺวาเร พนฺธิ. ชนปทจาริกํ จรนฺตํปิ โอกาสํ ลภิตฺวา "ทานํ ทสฺสามี"ติ สกฏานิ ปูเรตฺวา มหาชโน อนุพนฺธิเยว. ยถาห "เตน โข ปน สมเยน ชานปทา มนุสฺสา พหุํ โลณมฺปิ เตลมฺปิ ตณฺฑุลมฺปิ ขาทนียมฺปิ สกเฏสุ อาโรเปตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสํฆสฺส ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธา โหนฺติ `ยทา ๑- ปฏิปาฏึ ลภิสฺสาม, ตทา ๑- ภตฺตํ กริสฺสามา"ติ ๒- เอวํ อญฺญานิปิ ขนฺธเก จ วินเย จ พหูนิ วตฺถูนิ เวทิตพฺพานิ. อสทิสทาเน ปเนส ลาโภ มตฺถกํ ปตฺโต.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอกสฺมึ กิร สมเย ภควติ ชนปทจาริกํ จริตฺวา เชตวนํ สมฺปตฺเต ราชา นิมนฺเตตฺวา ทานํ อทาสิ. ทุติยทิวเส นาครา อทํสุ. ปุน เตสํ ทานโต อติเรกํ ราชา, ตสฺส ทานโต อติเรกํ นาคราติ เอวํ พหูสุ ทิวเสสุ คเตสุ ราชา จินฺเตสิ "อิเม นาครา ทิวเส ทิวเส อติเรกตรํ กโรนฺติ, ปฐวิสฺสโร ปน ราชา นาคเรหิ ทาเนน ๓- ชิโตติ ๓- ครหา ภวิสฺสตี"ติ. อถสฺส มลฺลิกา อุปายํ อาจิกฺขิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

โส ราชงฺคเณ สาลกลฺยาณิปทเรหิ มณฺฑปํ กาเรตฺวา ตํ นีลุปฺปเลหิ ฉาเทตฺวา ปญฺจ อาสนสตานิ ปญฺญาเปตฺวา ปญฺจ หตฺถิสตานิ อาสนานํ ปจฺฉาภาเค ฐเปตฺวา เอเกเกน หตฺถินา เอเกกสส ภิกฺขุโน เสตจฺฉตฺตํ ธาราเปสิ. ทฺวินฺนํ ทวินฺนํ อาสนานํ อนฺตเร สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตา เอเกกา ขตฺติยธีตา จตุชฺชาติกคนฺธํ ๔- ปึสติ. ๔- อปรา ๕- ขตฺติยธีตา ๕- นิฏฺฐิตํ นิฏฺฐิตํ มชฺฌฏฺฐาเน คนฺธมฺพเณ ปกฺขิปติ, ตํ อปรา ขตฺติยธีตา นีลุปฺปลหตฺถเกน สมฺปริวฏฺเฏติ. เอวํ เอเกกสฺส ภิกฺขุโน ติสฺโส ติสฺโส ขตฺติยธีตโร ปริวารา, อปรา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตา อิตฺถี ตาลปณฺณํ คเหตฺวา วีชติ, ๖- อญฺญา ธมฺมกรกํ คเหตฺวา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓-๓ ฉ.ม.,อิ. ทาเน ปราชิโตติ ๔-๔ ฉ.ม. จตุชฺชาติยคนฺธํ ปิสติ. อิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@ จตุชฺชาติคนฺธํ ปึสติ ๕-๕ ฉ.ม.,อิ. อิเม ปาฐา น ทิสฺสนฺติ ๖ ฉ.ม. พีชติ อุทกํ ปริสสาเวติ, อญฺญา ปตฺตโต อุทกํ อาหรติ. ๑- ภควโต จตฺตาริ อนคฺฆานิ อเหสุํ. ปาทกฐลิกา อาธารโก อปสฺเสนผลกํ ฉตฺตปาทมณีติ อิมานิ จตฺตาริ อนคฺฆานิ อเหสุํ. สํฆนวกสฺส เทยฺยธมฺโม สตสหสฺสํ อคฺฆติ. ตสฺมึ จ ทาเน องฺคุลิมาลตฺเถโร สํฆนวโก อโหสิ. ตสฺส อาสนสมีเป อานีโต อานีโต หตฺถี ตํ อุปคนฺตุํ นาสกฺขิ. ตโต รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา ๒- "อญฺญํ หตฺถึ อาเนถา"ติ อาห. อานีโต อานีโต น สกฺโกติเยว. ๒- ราชา "อญฺโญ หตฺถี นตฺถี"ติ. ทุฏฺฐหตฺถี ปน อตฺถิ, อาเนตุํ น สกฺกาติ. ราชา ๓- ตถาคตํ ปุจฺฉิ "โก ภนฺเต สํฆนวโก"ติ. องฺคุลิมาโล มหาราชาติ. ๓- เตน หิ ตํ ทุฏฺฐหตฺถึ อาเนตฺวา ฐเปตุ มหาราชาติ. ทุฏฺฐหตฺถึ ๔- มณฺฑยิตฺวา อานยึสุ. โส เถรสฺส เตเชน นาสาวาตสญฺจรณมตฺตํปิ กาตุํ นาสกฺขิ. เอวํ นิรนฺตรํ สตฺต ทิวสานิ ทานํ ทียิตฺถ. สตฺตเม ทิวเส ราชา ทสพลํ วนฺทิตฺวา "ภควา มยฺหํ ธมฺมํ เทเสถา"ติ อาห.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตสฺสญฺจ ปริสติ กาโฬ จ ชุโณฺห จาติ เทฺว อมจฺจา โหนฺติ. กาโฬ จินฺเตสิ "นสฺสติ ราชกุลสฺส สนฺตกํ, กึ นาเมเต เอตฺตกา ชนา กริสฺสนฺติ, ภุญฺชิตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา นิทฺทายิสฺสนฺเตว, อิทํ ปน เอโก ราชปุริโส ลภิตฺวา กึ นาม น กเรยฺย, อโห นสฺสติ รญฺโญ สนฺตกนฺ"ติ. ชุโณฺห จินฺเตสิ "มหนฺตํ อิทํ ราชตฺตนํ นาม, โก อญฺโญ อิทํ กาตุํ สกฺขิสฺสติ. กึ ราชา นาม โส, โย ราชตฺตเน ฐิโตปิ เอวรูปํ ทานํ ทาตุํ น สกฺโกตี"ติ. ภควา ปริสาย อชฺฌาสยํ โอโลเกนฺโต เตสํ ทฺวินฺนํ อชฺฌาสยํ วิทิตฺวา "สเจ อชฺช ชุณฺหสฺส อชฺฌาสเยน ธมฺมํ เทเสมิ, ๕- กาฬสฺส มุทฺธา สตฺตธา ผลิสฺสติ. มยา โข ปน สตฺตานุทยตาย ปารมิโย ปูริตา. ชุโณฺห อญฺญสฺมึปิ ทิวเส มยิ ธมฺมํ กเถนฺเต ๕- มคฺคผลํ ปฏิวิชฺฌิสฺสติ, อิทานิ ปน กาฬํ โอโลเกสฺสามี"ติ รญฺโญ จตุปฺปทิกเมว คาถํ อภาสิ:-

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓-๓ ฉ.ม., อิ. สมฺมาสมฺพุทฺโธ สํฆนวโก กตโร มหาราชาติ. องฺคุลิมารตฺเถโร ภควาติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม., อิ. หตฺถึ ๕ ฉ.ม., อิ. ธมฺมกถํ กเถมิ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

น เว กทริยา เทวโลกํ วชนฺติ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

พาลา หเว นปฺปสํสนฺติ ทานํ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ธีโร จ ทานํ อนุโมทมาโน

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เตเนว โส โหติ สุขี ปรตฺถาติ. ๑-

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ราชา อนตฺตมโน หุตฺวา "มยา มหาทานํ ทินฺนํ, สตฺถา จ เม มนฺทเมว ธมฺมํ กเถติ, ๒- นาสกฺขึ มญฺเญ ทสพลสฺส จิตฺตํ คเหตุนฺ"ติ. โส ภุตฺตปาตราโส วิหารํ คนฺตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปุจฺฉิ "มยา ภนฺเต มหนฺตํ ทานํ ทินฺนํ, อนุโมทนา จ เม น มหตี กตา, โก นุ โข เม ภนฺเต โทโส"ติ. นตฺถิ มหาราช ตว โทโส, ปริสา ปน อปริสุทฺธา, ตสฺมา ธมฺมํ น เทเสมีติ. ๓- กสฺมา ปน ภควา ปริสา น ปริสุทฺธาติ. ๔- สตฺถา ทฺวินฺนํ อมจฺจานํ ปริวิตกฺกํ อาโรเจสิ. ราชา กาฬํ ปุจฺฉิ "เอวํ ตาต กาฬา"ติ. เอวํ มหาราชาติ. มยิ มม สนฺตกํ ททมาเน ตว กตรํ ฐานํ รุชฺชติ, ๕- น ตํ สกฺโกมิ ปสฺสิตุํ, ปพฺพาเชถ นํ มม รฏฺฐโตติ อาห. ตโต ชุณฺหํ ปกฺโกสาเปตฺวา ปุจฺฉิ "เอวํ กิร ตาต จินฺเตสี"ติ. อาม มหาราชาติ. ตว จิตฺตานุรูปเมว โหตูติ ตสฺมึเยว มณฺฑเป เอวํ ปญฺญตฺเตสุเยว อาสเนสุ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ นิสีทาเปตฺวา ตาเยว ขตฺติยธีตโร ปริวาราเปตฺวา ราชเคหโต ธนํ คเหตฺวา มยา ทินฺนสทิสเมว สตฺต ทิวสานิ ทานํ เทหีติ โส ตถา อทาสิ. ทตฺวา สตฺตเม ทิวเส "ธมฺมํ เม ภควา เทเสถา"ติ อาห.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สตฺถา ทฺวินฺนํปิ ทานานํ อนุโมทนํ เอกโต กตฺวา เทฺว มหานทิโย เอโกฆปุณฺณา กุรุมาโน วิย มหาธมฺมเทสนํ เทเสสิ. เทสนาปริโนสาเน ชุโณฺห โสตาปนฺโน อโหสิ. ราชา ปสีทิตฺวา ทสพลสฺส ปาวายวตฺถํ ๖- นาม อทาสิ. เอวํ อภินิปฺผนฺโน โข ปน ตสฺส ภควโต ลาโภติ เวทิตพฺโพ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อภินิปฺผนฺโน สิโลโกติ วณฺณคุณกิตฺตนํ. โสปิ ภควโต ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนโต ปฏฺฐาย อภินิปฺผนฺโน. ตโต ปฏฺฐาย หิ ภควโต ขตฺติยาปิ วณฺณํ กเถนฺติ. พฺราหฺมณาปิ คหปตโยปิ นาคา สุปณฺณา คนฺธพฺพา เทวตา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม., อิ. สุทฺธาติ ๕ ม. ทุสฺสติ ๖ ฉ.ม., อิ.พาหิรวตฺถุํ พฺรหฺมาโนปิ กิตฺตึ วตฺวา "อิติปิ โส ภควา"ติ อาทินา. อญฺญติตฺถิยาปิ วรโรชสฺส สหสฺสํ ทตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส อวณฺณํ กเถหีติ อุยฺโยเชสุํ. โส สหสฺสํ คเหตฺวา ทสพลํ ปาทตลโต ปฏฺฐาย ยาว เกสคฺคา ๑- อวโลกยมาโน ลิกฺขามตฺตํปิ วชฺชํ อทิสฺวา "วิปฺปกิณฺณทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขเณ อสีติอนุพฺยญฺชนวิภูสิเต พฺยามปฺปภาปริกฺขิตฺเต สุผุลฺลิตปาริจฺฉตฺตก ตารกคณสมุชฺชลิตอนฺต- ลิกฺขวิจิตฺตกุสุมสสฺสิรีกนนฺทวนสทิเส เอวํ ๒- อนวชฺเช อตฺตภาเว อวณฺณํ วทนฺตสฺส มุขํปิ วิปริวตฺเตยฺย, มุทฺธาปิ สตฺตธา ผเลยฺย, อวณฺณํ วตฺตุํ อุปาโย นตฺถิ, วณฺณเมว วทิสฺสามี"ติ ปาทตลโต ปฏฺฐาย ยาว เกสคฺคา อติเรกปทสหสฺเสน วณฺณเมว กเถสิ. ยมกปาฏิหาริเย ปเนส วณฺโณ นาม มตฺถกํ ปตฺโต. เอวํ อภินิปฺผนฺโน สิโลโกติ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๑๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. มหาโควินทสูตร”