ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๑๙] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ได้ยินว่า เพราะเหตุนั้นสนังกุมารพรหม จึงปลื้มใจ เบิกบาน เกิดปีติและโสมนัส เพราะได้สดับพระคุณตามที่มีจริง ๘ ประการ ของพระผู้มีพระภาคครั้งนั้นสนังกุมารพรหม นิมิตอัตตภาพใหญ่ยิ่ง เป็นเพศกุมารีแกละ ๕ แกละ ปรากฏแก่เทวดา ชั้นดาวดึงส์ สนังกุมารพรหม นั้นเหาะขึ้นยังเวหาส นั่งขัดสมาธิอยู่ในอากาศที่ว่าง เปรียบดัง บุรุษผู้มีกำลังนั่ง ขัดสมาธิอยู่บนบัลลังก์ที่ขลาดเรียบร้อย หรือบนภาคพื้นราบเรียบฉะนั้น แล้วเรียก เทวดาชั้นดาวดึงส์มาว่า ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย เทวดาชั้นดาวดึงส์จะสำคัญความ ข้อนั้นเป็นไฉน พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นผู้มีพระปัญญามากได้มีมาแล้ว สิ้นกาลนานเพียงไร ฯ ดูกรท่านผู้เจริญ เรื่องเคยมีมาแล้ว พระราชาทรงพระนามว่าทิสัมบดี พราหมณ์นามว่า โควินทะ เป็นปุโรหิตของพระเจ้าทิสัมบดีพระกุมารพระนามว่า เรณู เป็นโอรสของพระเจ้า ทิสัมบดี มาณพมีนามว่า โชติปาละ เป็นบุตรของ โควินทพราหมณ์ คน ๘ คนเหล่านี้คือ พระราช โอรสพระนามว่า เรณู ๑ โชติ ปาลมาณพ ๑ และกษัตริย์อื่นอีก ๖ พระองค์ เป็นสหายกันดังนี้ ครั้งนั้น โดย วันคืนล่วงไปๆ โควินทพราหมณ์ได้ทำกาละ เมื่อโควินทพราหมณ์กระทำกาละแล้ว พระเจ้าทิสัมบดีทรงพระรำพันว่า สมัยใด เรามอบราชกิจทั้งปวงไว้ในโควินทพราหมณ์ แล้ว สะพรั่งพร้อมด้วยเบญจกามคุณ บำเรออยู่ สมัยนั้น โควินทพราหมณ์ถึง อนิจจกรรมเสียแล้ว ฯ เมื่อท้าวเธอดำรัสอย่างนี้แล้ว เรณูราชโอรสได้กราบทูลพระเจ้าทิสัมบดีว่า ขอเดชะ เมื่อท่านโควินทพราหมณ์ถึงอนิจจกรรมแล้ว พระองค์อย่าทรงกรรแสง นักเลย โชติปาลมาณพบุตร ของโควินทพราหมณ์ยังมีอยู่ เขาฉลาดกว่าทั้งสามารถ กว่าบิดา บิดาของเขาสั่งสอนอรรถเหล่าใด แม้อรรถเหล่านั้น โชติปาลมาณพก็ สั่งสอนได้เหมือนกัน อย่างนั้นหรือ พ่อกุมาร อย่างนั้น ขอเดชะ ฯ ลำดับนั้น พระเจ้าทิสัมบดีจึงตรัสเรียกบุรุษคนหนึ่งมารับสั่งว่า มานี่เถิด บุรุษผู้เจริญ ท่านจงเข้าไปหาโชติปาลมาณพถึงที่อยู่ แล้วจงบอกกะโชติปาลมาณพ อย่างนี้ว่า ขอความเจริญจง มีแก่ท่านโชติปาลมาณพเถิด พระเจ้าทิสัมบดีรับสั่ง ให้ท่านโชติปาลมาณพเข้าไปเฝ้า พระเจ้าทิสัมบดี ทรงมีพระราชประสงค์จะทอด พระเนตรท่านโชติปาลมาณพ ฯ บุรุษนั้นทูลรับคำพระเจ้าทิสัมบดีแล้ว เข้าไปหาโชติปาลมาณพถึงที่อยู่ แล้วได้กล่าวว่า ขอความเจริญจงมีแก่ท่านโชติปาลมาณพเถิด พระเจ้าทิสัมบดี รับสั่งให้ท่านโชติปาลมาณพเข้าไปเฝ้า ทรงมีพระราชประสงค์จะทอดพระเนตร ท่านโชติปาลมาณพ ฯ โชติปาลมาณพรับคำบุรุษนั้น แล้วเข้าไปเฝ้าพระเจ้าทิสัมบดีถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับ พระเจ้าทิสัมบดี ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งพระเจ้าทิสัมบดีจึงตรัสว่า ขอท่านโชติปาลมาณพจงสั่ง สอนเรา อย่าบอกคืนในการสั่งสอนเราเลย เราจักแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนบิดา จักอภิเษกในตำแหน่งโควินทพราหมณ์ โชติปาลมาณพทูล รับสนองพระเจ้าทิสัมบดี ว่าอย่างนั้น ขอเดชะ ฯ ครั้งนั้น พระเจ้าทิสัมบดีทรงอภิเษกโชติปาลมาณพไว้ในตำแหน่ง โควินทพราหมณ์ ทรงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนบิดาโชติปาลมาณพผู้อันพระเจ้า ทิสัมบดีทรงอภิเษกในตำแหน่ง โควินทพราหมณ์ ทรงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน บิดาแล้ว ก็สั่งสอนอรรถที่บิดาของเขาสั่งสอน ไม่สั่งสอนอรรถที่บิดาของเขา ไม่สั่งสอน ย่อมจัดแจงการงานที่บิดาของเขาจัด ไม่จัดแจงการงาน ที่บิดาของเขา ไม่จัด มนุษย์ทั้งหลายกล่าวกะเขาอย่างนี้ว่า ดูกรท่านผู้เจริญ ท่านโควินทพราหมณ์ หนอ ดูกรท่านผู้เจริญ ท่านมหาโควินทพราหมณ์หนอ ดูกรท่านผู้เจริญ โดยปริยายนี้ นามสมญา ว่า มหาโควินท์ นั่นแล จึงเกิดมีแก่โชติปาลมาณพ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ติณฺณา ตริตา วิจิกิจฺฉา อสฺสาติ ติณฺณวิจิกิจฺโฉ. "กถมิทํ กถมิทนฺ"ติ เอวรูปา วิคตา กถํกถา อสฺสาติ วิคตกถํกโถ. ยถา หิ มหาชโน "อยํ รุกฺโข กึ รุกฺโข นาม, อยํ คาโม, อยํ ชนปโท, อิทํ รฏฺฐํ กึ รฏฺฐํ นาม, กสฺมา นุโข อยํ รุกฺโข อุชุกฺขนฺโธ, อยํ วงฺกกฺขนฺโธ, กสฺมา กณฺฏโก โกจิ อุชุโก โหติ, โกจิ วงฺโก, ปุปฺผํ กิญฺจิ สุคนฺธํ, กิญฺจิ ทุคฺคนฺธํ, ผลํ กิญฺจิ มธุรํ, กิญฺจิ อมธุรนฺ"ติ สกงฺโขว โหติ, น เอวํ สตฺถา. สตฺถา หิ "อิเมสํ นาม ธาตูนํ อุสฺสนฺนตฺตา ๕- อิทํ เอวํ โหตี"ติ วิคตกถํกโถว. ยถา จ ปฐมชฌานาทิลาภีนํ ทุติยชฺฌานาทีสุ กงฺขา โหติ. ปจฺเจกพุทฺธานํปิ หิ สพฺพญฺญุตญาเณน ๖- ยาถาวสนฺนิฏฺฐานาภาวโต โวหารวเสน กงฺขา นาม โหติเยว, น เอวํ พุทฺธสฺส. โส หิ ภควา สพฺพตฺถ วิคตกถํกโถติ ทสฺเสติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม.,อิ. ขาทิตฺถ ๕ ฉ.ม.,อิ. อุสฺสนฺนุสฺสนฺนตฺตา ๖ ฉ.ม.,อิ. สพฺพญฺญุตญาเณ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปริโยสิตสงฺกปฺโปติ ยถา เกจิ สีลมตฺเตน, เกจิ วิปสฺสนามตฺเตน, เกจิ ปฐมชฺฌาเนน ฯเปฯ เกจิ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยา, เกจิ โสตาปนฺนภาวมตฺเตน ฯเปฯ เกจิ อรหตฺตมคฺเคน, เกจิ สาวกปารมีญาเณน, เกจิ ปจฺเจกโพธิญาเณน ปริโยสิตสงฺกปฺปา ปริปุณฺณมโนรถา โหนฺติ, น เอวํ มม สตฺถา. มม ปน สตฺถา สพฺพญฺญุตญาเณน ปริโยสิตสงฺกปฺโปติ ทสฺเสติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อชฺฌาสยํ อาทิพฺรหฺมจริยนฺติ กรณฏฺเฐ ปจฺจตฺตวจนํ, อธิกาสเยน อุตฺตมนิสฺสยภูเตน อาทิพฺรหฺมจริเยน โปราณพฺรหฺมจริยภูเตน จ อริยมคฺเคน ติณฺณวิจิกิจฺโฉ วิคตกถํกโถ ปริโยสิตสงฺกปฺโปติ อตฺโถ. "ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ สามํ สจฺจานิ อภิสมฺพุชฺฌิ, ตตฺถ จ สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, พเลสุ จ วสีภาวนฺ"ติปิ วจนโต ปริโยสิตสงฺกปฺปตาปิ ภควโต อริยมคฺเคเนว นิปฺผนฺนาติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๒๙๗] ยถริว ภควาติ ยถา ภควา เอว, ๑- เอกสฺมึ ชมฺพูทีปตเล จตูสุ ทิสาสุ จาริกํ จรมานา อโห วต จตฺตาโร ชินา ธมฺมํ เทเสยฺยุนฺติ ปจฺจาสึสมานา ๒- วทนฺติ. อถาปเร ตีสุ มณฺฑเลสุ เอกโต วิจรณภาวํ อากงฺขมานา ตโย สมฺมาสมฺพุทฺธาติ อาหํสุ. อปเร "ทสปารมิโย นาม ปูเรตฺวา จตุนฺนํ ติณฺณํ วา อุปฺปตฺติ ทุลฺลภา, สเจ ปน เอโก นิพทฺธวาสํ วสนฺโต ธมฺมํ เทเสยฺย, เอโก จาริกํ จรนฺโต. เอวํปิ ชมฺพูทีโป โสเภยฺย เจว, พหุญฺจ หิตสุขมธิคจฺเฉยฺยา"ติ จินฺตยนฺตา ๓- อโห วต มาริสาติ อาหํสุ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๒๙๘] อฏฺฐานํ โข ปเนตํ มาริสา อนวกาโส, ยนฺติ ๔- เอตฺถ ฐานํ อวกาโสติ อุภยเมตํ การณาธิวจนเมว. การณํ หิ ติฏฺฐติ เอตฺถ ตทายตฺตวุตฺติตาย ผลนฺติ ฐานํ. โอกาโส วิย จสฺส ตํ เตน วินา อญฺญตฺถ อภาวโตติ อวกาโส. ยนฺติ กรณฏฺเฐ ปจฺจตฺตวจนํ. ๕- อิทํ วุตฺตํ โหติ "เยน การเณน เอกิสฺสา โลกธาตุยา เทฺว พุทฺธา เอกโต อุปฺปชฺเชยฺยุํ, ตํ การณํ นตฺถี"ติ เอตฺถ จ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

"ยาวตา จนฺทิมสุริยา ปริหรนฺติ ทิสา ภนฺติ วิโรจนา

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๑๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. มหาโควินทสูตร”