ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๒๕] ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ ท่านเป็นใครเล่า มีวรรณมียศ มีสิริ ข้าพเจ้า ไม่รู้จักจึงถามท่าน ไฉนข้าพเจ้าจะพึงรู้จักท่านได้ ฯ ส. เทวดาทั้งปวงรู้จักเราว่า กุมารเก่าในพรหมโลก เทวดาทั้ง ปวงรู้จักเรา ดูกรโควินท์ ท่านจงรู้จักเราอย่างนี้ ฯ ม. อาสนะ น้ำ น้ำมันทาเท้า น้ำผึ้งเคี่ยวไฟ ข้าพเจ้าเชื้อเชิญ ท่านด้วย ของควรค่า ขอท่านจงรับของควรค่าของข้าพเจ้า เถิด ฯ ส. ดูกรโควินท์ เราย่อมรับของควรค่าของท่าน ที่ท่านพูดถึง นั้น ท่าน ผู้ที่เราให้โอกาสแล้ว จงถามความที่ท่านปรารถนา เถิด เพื่อประโยชน์ เกื้อกูลในปัจจุบัน และสุขใน ภพหน้า ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กิตฺติสทฺทอพฺพุคฺคมนวณฺณนา

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๒๖] ครั้งนั้น มหาโควินทพราหมณ์มีความดำริว่า เรามีโอกาสอัน สนังกุมารพรหม ให้แล้ว เราจะพึงถามทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ หรือสัมปรายิกัตถ ประโยชน์ กะสนังกุมารพรหม ดีหนอ ลำดับนั้น มหาโควินทพราหมณ์มีความ ดำริว่า เราเป็นผู้ฉลาดในทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ แม้ชนเหล่าอื่นก็ถามทิฏฐธัมมิกัตถ ประโยชน์กะเรา ดังนั้น เราพึงถามสัมปรายิกัตถประโยชน์ กะสนังกุมาร พรหมเถิด ฯ ลำดับนั้น มหาโควินทพราหมณ์ได้กล่าวกะสนังกุมารพรหมด้วยคาถาว่า

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๓๑๑] อุปสงฺกมึสูติ "อมฺหากํ อยํ อิสฺสริยสมฺปตฺติ น อญฺญสฺสานุภาเวน, มหาโควินฺทสฺสานุภาเวน นิปฺผนฺนา. มหาโควินฺโท อเมฺห สตฺต ราชาโน สมคฺเค กตฺวา ชมฺพูทีปตเล ปติฏฺฐาเปสิ, ปุพฺพูปการิสฺส ปน น สุกรา ปฏิกิริยา กาตุํ. อเมฺห สตฺตปิ ชเน เอโสเยว อนุสาสตุ, เอตํเยว เสนาปตึ จ ปุโรหิตํ จ กโรม, เอวํ โน วุฑฺฒิ ภวิสฺสตี"ติ จินฺตยิตฺวา ๒- อุปสงฺกมึสุ. มหาโควินฺโทปิ "มยา เอเต สมคฺคา กตา, สเจ เอเตสํ อญฺโญ เสนาปติ จ ปุโรหิโต จ ภวิสฺสติ, ตโต อตฺตโน อตฺตโน เสนาปติปุโรหิตานํ วจนํ คเหตฺวา อญฺญมญฺญํ ภินฺทิสฺสนฺติ, อธิวาเสมิ เนสํ เสนาปติฏฺฐานํ จ ปุโรหิตฏฺฐานํ จา"ติ จินฺเตตฺวา "เอวํ โภ"ติ ปจฺจสฺโสสิ.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๒๗] ข้าพเจ้ามีความสงสัย จึงขอถามสนังกุมารพรหม ผู้ไม่มีความ สงสัย ในปัญหาของคนอื่น สัตว์ตั้งอยู่ในอะไร ศึกษาในอะไร จึงจะถึง พรหมโลกอันไม่ตาย ฯ ส. ดูกรพราหมณ์ สัตว์ละความยึดถือว่าเป็นของเรา ในสัตว์ ทั้งหลายที่ เกิดเป็นมนุษย์แล้วอยู่โดดเดี่ยว น้อมไปในกรุณา ไม่มีกลิ่นร้าย เว้น จากเมถุน สัตว์ตั้งอยู่ในธรรมนี้ และ ศึกษาอยู่ในธรรมนี้ ย่อม ถึงพรหมโลกอันไม่ตายได้ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สตฺต จ พฺราหฺมณมหาสาเลติ "อหํ สพฺพฏฺฐาเนสุ สมฺมุโข ภเวยฺยํ วา น วา, ยถาหํ สมฺมุโข น ภวิสฺสามิ, ตเถเต ๓- กตตพฺพํ กริสฺสนฺตี"ติ สตฺต อนุปุโรหิเต ฐเปสิ. เต สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ "สตฺต จ พฺราหฺมณมหาสาเล"ติ. ทิวสสฺส ติกฺขตฺตุํ ๔- วา สายํ ปาโต วา นฺหายนฺตีติ นฺหาตกา. วตฺตจริยาปริโยสาเน วา นฺหาตา, ตโต ปฏฺฐาย พฺราหฺมณา ๕- พฺราหฺมเณหิ สทฺธึ น ขาทนฺติ น ปิวนฺตีติ นฺหาตกา.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๒๘] ม. ข้าพเจ้าทราบต่อท่านว่า ละความยึดถือว่าเป็นของเรา คน บางคนใน โลกนี้ ละกองโภคสมบัติน้อยใหญ่ ละเครือญาติน้อยใหญ่ ปลงผมและ หนวด นุ่งห่มผ้ากาสาว พัสตร์ ออกบวชเป็นบรรพชิต ดังนี้ ชื่อว่า ละความ ยึดถือว่าเป็นของเรา ข้าพเจ้าทราบต่อท่าน ดังนี้ ฯ ข้าพเจ้าทราบต่อท่านว่า อยู่โดดเดี่ยว คนบางคนในโลกนี้ย่อมเสพ เสนาสนะอันสงัด คือป่า โคนไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ป่าช้า ป่าชัฏ ที่แจ้ง ลอมฟาง หลีกออกเร้นอยู่ ดังนี้ ชื่อว่า อยู่โดดเดี่ยว ข้าพเจ้าทราบต่อท่าน ดังนี้ ฯ ข้าพเจ้าทราบต่อท่านว่า น้อมไปในกรุณา คนบางคนในโลกนี้มีใจ สหรคตด้วยกรุณา แผ่ไปสู่ทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ก็เหมือนกัน ด้วยประการฉะนี้ ทั้งเบื้องบน เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ในที่ทุกสถาน มีใจสหรคต ด้วยกรุณา อันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ ไม่มีประมาณ ไม่มีเวร ไม่พยาบาท แผ่ไปทั่วโลก โดยประการทั้งปวง ดังนี้อยู่ ดังนี้ ชื่อว่า น้อมไปในกรุณา ข้าพเจ้าทราบต่อท่านดังนี้ แต่ข้าพเจ้าไม่ทราบคนมีกลิ่นร้าย ต่อท่านซึ่งพูดถึงอยู่ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม.,อิ. ทฺวิกฺขตฺตุํ ๕ ฉ.ม.,อิ. อยํ สทฺโท น ทิสฺสติ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๓๑๒] อพฺภุคฺคจฺฉีติ อภิอุคฺคจฺฉิ. ตทา กิร มนุสฺสานํ "น พฺรหฺมุนา สทฺธึ มนฺเตตฺวา สกฺกา เอวํ สกลชมฺพูทีปํ อนุสาสิตุนฺ"ติ นิสินฺนนิสินฺนฏฺฐาเน อยเมว กถา ปวตฺติตฺถ. น โข ปนาหนฺติ มหาปุริโส กิร "อยํ มยฺหํ อภูโต วณฺโณ อุปฺปนฺโน, วณฺณุปฺปตฺติ โข ปน น ภาริยา, อุปฺปนฺนสฺส จ วณฺณสฺส รกฺขนเมว ภาริยํ, อยํ จ เม อจินฺเตตฺวา อมนฺเตตฺวา กโรนฺตสฺเสว วณฺโณ อุปฺปนฺโนว, จินฺเตตฺวา มนฺเตตฺวา กโรนฺตสฺส ปน วิตฺถาริกตโร ภวิสฺสตี"ติ พฺรหฺมทสฺสเน อุปายํ ปริเยสนฺโต ตํ ทิสฺวา สุตํ โข ปน เม ตนฺติ อาทิเมตํ ๑- ปริวิตกฺเกสิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๓๑๓] เยน เรณุ ราชา, เตนุปสงฺกมีติ เอวเมว ๒- อนฺตรา ทฏฺฐุกาโม วา สลฺลปิตุกาโม วา น ภวิสฺสติ, ตโต ๓- ฉินฺนปลิโพโธ สุขํ วิหริสฺสามีติ ปลิโพธูปจฺเฉทนตฺถํ อุปสงฺกมิ, เอส นโย สพฺพตฺถ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๓๑๖] สาทิสิโยติ สมวณฺณา สมชาติกา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๓๑๗] นวํ สณฺฐาคารํ การาเปตฺวาติ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานจงฺกมนสมฺปนฺนํ วสฺสิเก จตฺตาโร มาเส วสนกฺขมํ พหิ นฬปริกฺขิตฺตํ วิจิตฺตอาวสถํ กาเรตฺวา. กรุณํ ฌานํ ฌายีติ กรุณาย ติกฺกจตุกฺกจตุกฺกชฺฌานํ ฌายิ, กรุณามุเขน ปเนตฺถ อวเสสาปิ ตโย พฺรหฺมวิหารา คหิตาว. อุกฺกณฺฐนา อหุ ปริตสฺสนาติ ฌานภูมิยํ ฐิตสฺส อนภิรติอุกฺกณฺฐนา วา ภยปริตสฺสนา วา นตฺถิ, พฺรหฺมุโน ปน อาคมนปฏฺฐนา อาคมนตณฺหา อหูติ อตฺโถ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

พฺรหฺมุนาสากจฺฉาวณฺณนา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๓๑๘] ภยนฺติ จิตฺตุตฺราสภยเมว. อชานนฺตาติ อชานมานา. กถํ ชาเนมุ ตํ มยนฺติ มยํ กินฺติ ตํ ชานาม, อยํ กตฺถ วาสิโก กึนาโม กึโคตฺโตติ อาทีนํ อาการานํ เกน อากาเรน ตํ ธารยามาติ อตฺโถ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

มํ เว กุมารํ ชานนฺตีติ มํ "เว กุมาโร"ติ "ทหโร"ติ ชานนฺติ. พฺรหฺมโลเกติ เสฏฺฐโลเก. สนนฺตนนฺติ จิรตนํ โปราณกํ. อหํ โส โปราณกุมาโร

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อาสนํ อุทกํ ปชฺชํ มธุปากญฺจ ๑- พฺรหฺมุโน

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อคฺเฆ ภวนฺตํ ปุจฺฉาม อคฺฆํ กุรุตุ โน ภวนฺติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอตฺถ อคฺฆนฺติ อติถิโน อุปนาเมตพฺพํ วุจฺจติ. เตเนว อิทมาสนํ ปญฺญตฺตํ, เอตฺถ นิสีทถ, อิทมุทกํ ปริสุทฺธํ, อิโต ปานียํ ปิวถ, ปาเท โธวถ, อิทํ ปชฺชํ ปาทานํ หิตตฺถาย อภิสงฺขตเตลํ, อิโต ปาเท มกฺเขถ, อิทํ มธุปากนฺติ. โพธิสตฺตสฺส พฺรหฺมจริยํ น อญฺเญสํ พฺรหฺมจริยสทิสํ โหติ, น โส "อิทํ เสฺว, อิทํ ตติยทิวเส ภวิสฺสตี"ติ สนฺนิธึ นาม กโรติ. มธุปากํ ปน อโลณํ อธูปนํ อตกฺกํ อุทเกน เสทิตสากํ, ตํ สนฺธาเยส "อิทํ คเหตฺวา ๒- ปริภุญฺชถา"ติ วทนฺโต "อคฺเฆ ภวนฺตํ ปุจฺฉามา"ติ อาทิมาห. อิเม สพฺเพปิ อคฺฆา พฺรหฺมุโนปิ อตฺถิ, เต อคฺเฆ ภวนฺตํ ปุจฺฉาม. เอวํ ปุจฺฉนฺตานํ อคฺฆํ กุรุตุ โน ภวํ, ปฏิคฺคณฺหาตุ โน ภวํ อิทมคฺฆนฺติ วุตฺตํ โหติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กึ ปเนส "อิโต เอกํปิ พฺรหฺมา น ภุญฺชตี"ติ อิทํ น ชานาตีติ. โน น ชานาติ, ชานนฺโตปิ อตฺตโน สนฺติเก อาคโต อติถิ ปุจฺฉิตพฺโพติ วตฺตสีเสน ปุจฺฉติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อถโข พฺรหฺมา "กึ นุโข ปณฺฑิโต มม ปริโภคกรณาภาวํ ญตฺวา ปุจฺฉติ, อุทาหุ โกหญฺเญ ฐตฺวา ปุจฺฉตี"ติ สมนฺนาหรนฺโต "วตฺตสีเส ฐิโต ปุจฺฉตี"ติ ญตฺวา ปฏิคฺคณฺหิตุํทานิ เม วฏฺฏตีติ ปฏิคฺคณฺหาม เต อคฺฆํ, ยํ ตฺวํ โควินฺท ภาสสีติ อาห. ยํ ตฺวํ โควินฺท ภาสสิ "อิทมาสนํ ปญฺญตฺตํ, เอตฺถ นิสีทถา"ติ อาทิ, ตตฺร เต มยํ อาสเน นิสินฺนา นาม โหม, ปานียํ ปีตา นาม โหม, ปาทาปิ เม โธตา นาม โหนฺตุ, เตเลนปิ มกฺขิตฺตา นาม โหนฺตุ, อุทกสากํปิ ปริภุตฺตํ นาม โหตุ, ตยา ทินฺนํ อธิวาสิตกาลโต ปฏฺฐาย ยํ ยํ ตฺวํ ภาสสิ, ตํ ตํ มยา ปฏิคฺคหิตเมว โหติ. เตน วุตฺตํ "ปฏิคฺคณฺหาม เต

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๓๑๙] กงฺขี อกงฺขึ ปรเวทิเยสูติ อหํ สวิจิกิจฺโฉ ภวนฺตํ ปเรน สยํ อภิสงฺขตตฺตา ปรสฺส ปากเฏสุ ปรเวทิเยสุ ปเญฺหสุ นิพฺพิจิกิจฺฉํ. หิตฺวา มมตฺตนฺติ อิทํ มม, อิทํ มมาติ อุปกรณตณฺหํ จชิตฺวา. ๑- มนุเชสูติ สตฺเตสุ, มนุเชสุ โยโกจิ มนุโช มมตฺตํ หิตฺวาติ อตฺโถ. เอโกทิภูโตติ เอกีภูโต, เอโก ติฏฺฐนฺโต เอโก นิสีทนฺโตติ อตฺโถ. วจนฏฺโฐ ปเนตฺถ เอโก อุเทติ ปวตฺตตีติ เอโกทิ, ตาทิโส ภูโตติ เอโกทิภูโต. กรุณาธิมุตฺโตติ ๒- กรุณาฌาเน อธิมุตฺโต, ตํ ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวาติ อตฺโถ. นิรามคนฺโธติ วิสฺสคนฺธวิรหิโต. เอตฺถฏฺฐิโตติ เอเตสุ ธมฺเมสุ ฐิโต. เอตฺถ จ สิกฺขมาโนติ เอเตสุ ธมฺเมสุ สิกฺขมาโน. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน อุปริ มหาโควินฺเทน จ พฺรหฺมุนา จ วุตฺโตเยว.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๓๒๐] ตตฺถ เอเต อวิทฺวาติ เอเต อามคนฺเธ อหํ อวิทฺธา, ๓- น ชานามีติ อตฺโถ. อิธ พฺรูหิ ธีราติ เตน ๔- เม ตฺวํ อิธ ธีร ปณฺฑิต พฺรูหิ วท. เกนานุฏา ๕- วาติ ปชา กุรุรูติ ๖- กตเมน กิเลสาวรเณน อาวุฏา ๗- ปชา ปูติกา วายติ. อาปายิกาติ อปายูปคา. นิวุตพฺรหฺมโลกาติ นิวุโต ปิหิโต พฺรหฺมโลโก อสฺสาติ นิวุตพฺรหฺมโลโก. กตเมน กิเลเสน ปชาย พฺรหฺมโลกมคฺโค ๘- นิวุโต ปิหิโต ปฏิจฺฉนฺโนติ ปุจฺฉติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

โกโธ โมสวชฺชํ นิกติ จ โทพฺโภติ ๙- กุชฺฌนลกฺขโณ โกโธ จ, ปรวิสํวาทนลกฺขโณ มุสาวาโท จ, สทิสํ ทสฺเสตฺวา วญฺจนลกฺขณา นิกติ จ, มิตฺตทุพฺภนลกฺขโณ โทพฺโภ จ. กทริยตา อติมาโน อุสุยาติ ถทฺธมจฺฉริยลกฺขณา กทริยตา จ, อติกฺกมิตฺวา มญฺญนลกฺขโณ อติมาโน จ, ปรสมฺปตฺติขียนลกฺขณา อุสุยา จ. อิจฺฉา วิวิจฺฉา ปรเหฐนา ๑๐- จาติ ตณฺหาลกฺขณา อิจฺฉา จ, มจฺฉริยลกฺขณา วิวิจฺฉา จ, วิหึสาลกฺขณา ปรเหฐนา จ. โลโภ จ โทโส จ มโท จ โมโหติ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๕ ฉ.ม. สี. เกนาวฏา ๖ ฉ.ม. กุรุตูติ ๗ ฉ.ม.,อิ. อาวริตา ๘ ฉ.ม.,อิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@ พฺรหฺมโลกูปโค มคฺโค ๙ ฉ.ม.,อิ. ทุพฺโภติ ๑๐ ม. ปรวิเหฐนา ยตฺถ กตฺถจิ ลุพฺภนลกฺขโณ โลโภ จ, ทุสฺสนลกฺขโณ โทโส จ, มชฺชนลกฺขโณ มโท จ, มุยฺหนลกฺขโณ โมโห จ. เอเตสุ ยุตฺตา อนิรามคนฺธาติ เอเตสุ จุทฺทสสุ กิเลเสสุ ยุตฺตา ปชา นิรามคนฺธา น โหติ, อามคนฺธา สกุณปคนฺธา ปูติคนฺธาเยวาติ วทติ. อปายิกา นีวุตพฺรหฺมโลกาติ เอสา ปน อาปายิกา เจว โหติ ปฏิจฺฉนฺนพฺรหฺมโลกมคฺคา จาติ ทสฺเสติ. ๑- อิทํ ปน สุตฺตํ กเถนฺเตน อามคนฺธสุตฺเตน ทีเปตฺวา กเถตพฺพํ, อามคนฺธสุตฺตมฺปิ อิมินา ทีเปตฺวา กเถตพฺพํ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เต น สุนิมฺมทยาติ เต อามคนฺธา สุนิมฺมทยา สุเขน นิมฺมเทตพฺพา ปหาตพฺพา น โหนฺติ, ทุปฺปชหา ทุชฺชหาติ ๒- อตฺโถ. ยสฺส ทานิ ภวํ โควินฺโท กาลํ มญฺญตีติ "ยสฺสา ปพฺพชฺชาย ภวํ โควินฺโท กาลํ มญฺญติ, อยเมว โหตุ, เอวํ สติ มยฺหํปิ ตว สนฺติเก อาคมนํ สฺวาคมนํ ภวิสฺสติ, กถิตธมฺมกถา สุกถิตา ภวิสฺสติ, ตฺวํ ตาต สกลชมฺพูทีเป อคฺคปุริโส ทหโร ปฐมวเย ฐิโต, เอวํ มหนฺตํ นาม สมฺปตฺติสิริวิลาสํ ปหาย ตว ปพฺพชฺชนํ นาม คนฺธหตฺถิโน อยพนฺธนํ ฉินฺทิตฺวา คมนํ วิย อติอุฬารํ, พุทฺธตนฺติ นาเมสา"ติ มหาปุริสสฺส ทฬฺหีกมฺมํ กตฺวา พฺรหฺมา สนงฺกุมาโร พฺรหฺมโลกเมว คโต.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เรณุราชอามนฺตนาวณฺณนา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๓๒๑] มหาปุริโสปิ "มม อิโตว นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชฺชนํ นาม น ยุตฺตํ, อหํ ราชกุลสฺส อตฺถํ อนุสาสามิ. ตสฺมา รญฺโญ อาโรเจสฺสามิ. สเจ โสปิ ปพฺพชิสฺสติ, สุนฺทรเมว. โน เจ ปพฺพชิสฺสติ, ปุโรหิตฏฺฐานํ นิยฺยาเทตฺวา ๓- อหํ ปพฺพชิสฺสามี"ติ จินฺเตตฺวา ราชานํ อุปสงฺกมิ, เตน วุตฺตํ "อถโข โภ มหาโควินฺโท ฯเปฯ นาหํ โปโรหจฺเจ รเม"ติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ ตฺวํ ปชานสฺสุ รชฺเชนาติ ตว รชฺเชน ตฺวเมว ปฏิชานาหิ. ๔- นาหํ โปโรหิจฺเจ รเมติ อหํ ปุโรหิตภาเว น รมามิ, อุกฺกณฺฐิโตสฺมิ, อญฺญํ อนุสาสกํ ชานาหิ, นาหํ โปโรหิจฺเจ รเมติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๑๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. มหาโควินทสูตร”