ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๔๙] เมื่อปัญจสิขคันธรรพบุตรกล่าวอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคได้ ตรัสกะปัญจ สิขคันธรรพบุตรว่า ดูกรปัญจสิขะ เสียงสายของท่านเทียบได้กับ เสียงเพลงขับ และเสียงเพลง ขับของท่านเทียบได้กับเสียงสาย ก็เสียงสายของ ท่าน ไม่เกินเสียงเพลงขับ และเสียงเพลง ขับ ไม่เกินเสียงสาย ก็คาถาเหล่านี้ อันเกี่ยวด้วยพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พระอรหันต์ และกาม ท่าน ประพันธ์ขึ้นเมื่อไร ฯ ปัญจสิขคันธรรพบุตรทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ประพันธ์ ขึ้นเมื่อสมัยที่ พระผู้มีพระภาคแรกตรัสรู้ ประทับอยู่ใต้ต้นไม้อชปาลนิโครธ แทบ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ในอุรุเวลา ประเทศ ก็สมัยนั้น ข้าพระองค์ได้รักใคร่ธิดาของ ท้าวติมพรุคันธรรพราชผู้มีนามว่า ภัททาสุริย วัจฉสา แต่นางรักใคร่กับผู้อื่นเสีย คือรักใคร่บุตรของมาตลีสังคาหกเทวบุตร นามว่า สิขัณฑิ เมื่อข้าพระองค์ไม่ได้ นางนั้นโดยปริยายอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว จึงถือเอาพิณมีสีเหลืองดังผลมะตูม เข้า ไปยังนิเวศน์ของท้าวติมพรุคันธรรพราช ครั้นแล้วจึงถือพิณมีสีเหลืองดังผลมะตูม บรรเลงขึ้น และได้กล่าวคาถาเหล่านี้ อันเกี่ยวด้วยพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พระอรหันต์ และ กามว่าดูกรแม่ภัททาสุริยวัจฉสา ฉันขอไหว้เท้าติมพรุบิดาเธอ โดยเหตุ ที่เธอเกิด เป็นนางงาม ปลูกความปลื้มให้แก่ฉัน ฯลฯ ดูกรแม่ ผู้เฉลียวฉลาด ท่าน ผู้ใดมีธิดาเช่นนี้ ฉันขอน้อมไหว้ท่านผู้นั้น ซึ่งเป็นบิดาของเธอ ซึ่งเป็น ประดุจสาลพฤกษ์เผล็ดดอกไม่นาน ฉะนั้น ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปริโต คาเมสุ มนุสฺสาติ สมนฺตา คาเมสุ มนุสฺสา. ปกติสายมาสกาเลเยว กิร คามมชฺเฌ ทารเกสุ กีฬนฺเตสุ ตตฺถ สกฺโก อคมาสิ, ตสฺมา มนุสฺสา ปสฺสิตฺวา เอวมาหํสุ. นนุ จ มชฺฌิมยาเม เทวตา ภควนฺตํ อุปสงฺกมนฺติ, อยํ กสฺมา ปฐมยามสฺสาปิ ปุริมภาเคเยว อาคโตติ. มรณภเยเนว สนฺตชฺชิตตฺตา. กึสุ นามาติ กึสุ นาม โภ เอตํ, โก นุ โข อชฺช มเหสกฺโข เทโว วา พฺรหฺมา วา ภควนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ ธมฺมํ โสตุํ อุปสงฺกมนฺโต, กถํสุ นาม โภ ภควา ปญฺหํ วิสชฺเชสฺสติ ธมฺมํ เทเสสฺสติ, ลาภา อมฺหากํ, เยสํ โน เอวํ เทวตานํ กงฺขาวิโนทโก สตฺถา อวิทูเร วิหาเร วสติ, เย ลภาม ถาลกภิกฺขํปิ กฏจฺฉุภิกฺขํปิ ทาตุนฺติ สํวิคฺคา โลมหฏฺฐชาตา อุทฺธคฺคโลมา หุตฺวา ทสนขสโมธานสมุชฺชลํ อญฺชลึ สิรสิ ปติฏฺฐเปตฺวา นมสฺสมานา อฏฺฐํสุ.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๕๐] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อข้าพระองค์กล่าวอย่างนี้แล้ว นางภัททาสุริยวัจฉสา ได้กล่าวกะข้าพระองค์ว่า ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ ฉันมิได้เห็น พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นในที่เฉพาะ พระพักตร์เลย เป็นแต่ฉันเคยได้ยินเมื่อ เข้าไปฟ้อนในสุธรรมาสภาของเทวดาชั้นดาวดึงส์เท่านั้น เมื่อท่านแสดงพระผู้มี พระภาคพระองค์นั้นได้แล้ว วันนี้จงมาร่วมสมาคมกับพวกเราเถิด ข้าแต่ พระองค์ ผู้เจริญ ข้าพระองค์ก็ได้ร่วมสมาคมกับนางนั้น หลังจากนั้น ข้าพระองค์มิได้พูด ฯ ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพได้ทรงพระดำริว่า ปัญจสิขคันธรรพบุตร ได้ปราศรัยกับ พระผู้มีพระภาค และพระผู้มีพระภาคก็ทรงปราศรัยกับปัญจสิขคันธรรพบุตร ดังนี้แล้ว ตรัสเรียก ปัญจสิขคันธรรพบุตรมาตรัสว่า พ่อปัญจสิขะ พ่อ จงถวายบังคมพระผู้มีพระภาคตามคำของเราว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท้าวสักกะ จอมเทพ พร้อมด้วยอำมาตย์และบริษัท ขอถวายบังคมพระบาท ของพระผู้มีพระภาค ด้วยเศียรเกล้า ปัญจสิขคันธรรพบุตรทูลรับท้าวสักกะจอมเทพแล้วถวายบังคม พระผู้มีพระภาค แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท้าวสักกะจอมเทพ พร้อมด้วยอำมาตย์ และบริษัท ขอถวายบังคมพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรปัญจสิขะ ท้าวสักกะจอมเทพ พร้อมด้วย อำมาตย์และ บริษัท จงมีความสุขอย่างนั้นเถิด เพราะว่าพวกเทวดา มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ และชน เป็นอันมากเหล่าอื่นใด ซึ่งปรารถนาสุขมีอยู่ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๓๔๗] ทุรุปสงฺกมาติ ทุปฺปยิรุปาสิยา. อหํ สราโค สโทโส สโมโห. สตฺถา วีตราโค วีตโทโส วีตโมโห, ตสฺมา ทุปฺปยิรุปาสิยา ตถาคตา มาทิเสน. ฌายีติ ลกฺขณูปนิชฺฌาเนน จ อารมฺมณูปนิชฺฌาเนน จ ฌายี. ตสฺมึเยว ฌาเน รตาติ ฌานรตา. ตทนนฺตรํ ๑- ปฏิสลฺลีนาติ ตทนนฺตรํ ปฏิสลฺลีนา สมฺปติ ปฏิสลฺลีนา วา. ตสฺมา น เกวลํ ฌายี ฌานรตาติ ทุรุปสงฺกมา, อิทานิเมว ปฏิสลฺลีนาติปิ ทุรุปสงฺกมา. ปสาเทยฺยาสีติ อาราเธยฺยาสิ, โอกาสํ เม กาเรตฺวาว ทเทยฺยาสีติ วทติ. เวฬุวปณฺฑุวีณํ อาทายาติ นนุ ปุพฺเพ จ อาทินฺนาติ. อาม อาทินฺนา, มคฺคคมนวเสน ปน อํสกูเฏ ลคฺคิตา, อิทานิ นํ วามหตฺเถ ฐเปตฺวา วาทนสชฺชํ กตฺวา อาทิยิ. เตน วุตฺตํ "อาทายา"ติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปญฺจสิขคีตคาถาวณฺณนา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๓๔๘] อสฺสาเวสีติ สาเวสิ. พุทฺธูปสญฺหิตาติ พุทธํ อารพฺภ พุทฺธํ นิสฺสยํ กตฺวา ปวตฺตาติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

วนฺเท เต ปิตรํ ภทฺเท ติมฺพรุํ สุริยวจฺฉเสติ เอตฺถ สุริยวจฺฉสาติ สุริยสมานสรีรา. ตสฺสา กิร เทวธีตาย ปาทนฺเต ๑- รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา เกสนฺตํ อาโรหติ, ตสฺมา พาลสุริยมณฺฑลสทิสา ขายติ, อิติ นํ "สุริยวจฺฉสา"ติ สญฺชานนฺติ. ตํ สนฺธายาห "ภทฺเท สุริยวจฺฉเส "ตว ปิตรํ ติมฺพรุํ คนฺธพฺพเทวราชานํ วนฺทามี"ติ. เยน ชาตาสิ กลฺยาณีติ เยน การณภูเตน ยํ ติมฺพรุเทวราชานํ นิสฺสาย ตฺวํ ชาตา กลฺยาณี สพฺพงฺคโสภนี. ๒- อานนฺทชนนี มมาติ มยฺหํ ปีติโสมนสฺสวฑฺฒนี.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

วาโตว เสทตํ กนฺโตติ ยถา สญฺชาตเสทานํ เสทหรณตฺถํ วาโต อิฏฺโฐ โหติ กนฺโต มนาโป, เอวนฺติ อตฺโถ. ปานียํว ปิปาสโตติ ๓- ปาตุมิจฺฉนฺตสฺส ปิปาสโต ปิปาสาภิภูตสฺส. องฺคิรํสีติ องฺคิรสฺมิโย อสฺสาติ องฺคิรํสี, ๔- ตเมว อารพฺภ อาลปนฺโต วทติ. ธมฺโม อรหตํ อิวาติ ๕- อรหนฺตานํ นวโลกุตฺตรธมฺโม วิย.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ชิฆจฺฉโตติ ภุญฺชิตุกามสฺส ขุทฺทาภิภูตสฺส. ชลนฺตมิว วารินาติ ยถา โกจิ ชลนฺตํ ชาตเวทํ อุทกกุมฺเภน นิพฺพาเปยฺย, เอวํ ตว การณา อุปฺปนฺนํ มม ราคปริฬาหํ นิพฺพาเปหีติ วทติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ยุตฺตํ กิญฺชกฺขเรณุนาติ ปทุมเกสรเรณุนา ยุตฺตํ. นาโค ฆมฺมาภิตตฺโตวาติ ฆมฺมาภิตตฺตหตฺถี วิย. โอคาเห เต ถนูทรนฺติ ยถา โส นาโค โปกฺขรณึ โอคาหิตฺวา ปิวิตฺวา อคฺคโสณฺฑมตฺตํ ปญฺญายมานํ กตฺวา นิมุคฺโค สุขสาตํ วินฺทติ, เอวํ กทา นุ โข เต ถนูทรํ ถนเวมชฺฌํ จ อุทรญฺจ โอตริตฺวา อหํ สุขสาตํ ปฏิลภิสฺสามีติ วทติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓ อิ. ปิปาสิโนติ ๔ อิ. องฺคิราสี, ม. องฺคิรสฺมี ๕ ฉ.ม. ธมฺโม อรหตามิวา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อจฺจงฺกุโสว นาโค จ ๑- ชิตํ เม ตุตฺตโตมรํ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

การณํ นปฺปชานามิ สมฺมตฺโต ลกฺขณูรุยาติ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอตฺถ ตุตฺตํ วุจฺจติ กณฺณมูเล วิชฺฌนอยกณฺฏโก. โตมรนฺติ ปาทาทีสุ วิชฺฌนทณฺฑโตมรํ. องฺกุโสติ มตฺถเก วิชฺฌนกกุฏิลกณฺฏโก. โย จ นาโค ปภินฺนมตฺโต อจฺจงฺกุโส โหติ องฺกุสํ อตีโต, องฺกุเสน วิชฺฌิยมาโนปิ วสํ น คจฺฉติ, โส จ ๒- "ชิตํ มยา ตุตฺตโตมรํ, โยหํ องฺกุสสฺสาปิ วสํ น คจฺฉามี"ติ มททปฺเปน ๓- กิญฺจิ การณํ น พุชฺฌติ. ยถา โส อจฺจงฺกุโส นาโค "ชิตํ เม ตุตฺตโตมรนฺ"ติ กิญฺจิ การณํ นปฺปชานาติ, เอวํ อหํปิ ลกฺขณสมฺปนฺนอูรุตาย ลกฺขณูรุยา สมฺมตฺโต มตฺโต ปมตฺโต อุมฺมตฺโต วิย กิญฺจิ การณํ นปฺปชานามีติ วทติ. อถวา อจฺจงฺกุโสว นาโค อหํปิ สมมตฺโต ลกฺขณูรุยา กิญฺจิ ตโต วิราคการณํ นปฺปชานามิ. กสฺมา? ยสฺมา เตน นาเคน วิย ชิตํ เม ตุตฺตโตมรํ, น กสฺสจิ วทโต วจนํ อาทิยามิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตยิ คธิตจิตฺโตสฺมีติ ๔- ภทฺเท ลกฺขณูรุยา ตยิ ปฏิพทฺธจิตฺโตสฺมิ. คธิตจิตฺโตติ วา เคธํ อชฺฌุเปกฺขจิตฺโต. จิตฺตํ วิปริณามิตนฺติ ปกตึ ชหิตฺวา ฐิตํ. ปฏิคฺคนฺตุํ น สกฺโกมีติ นิวตฺติตุํ น สกฺโกมิ. วงฺกฆโสตฺว ๕- อมฺพุโชติ พลิสํ คิลิตฺวา ฐิตมจฺโฉ วิย. "ฆโส"ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

วามูรูติ วามากาเรน สณฺฐิตอูรุ, กทฺทลิกฺขนฺธสทิสอูรูติ วา อตฺโถ. สชาติ อาลิงฺค. มนฺทโลจเนติ อิตฺถิโย น ติขิณํ นิชฺฌายนฺติ มนฺทํ อาโลเจนฺติ โอโลเกนฺติ, ตสฺมา "มนฺทโลจนา"ติ วุจฺจติ. ปลิสฺสชาติ สพฺพโต ภาเคน อาลิงฺค. เอตํ เม อภิปตฺถิตนฺติ ๖- เอตํ มยา อภิณฺหํ ปตฺถิตํ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อปฺปโก วต เม สนฺโตติ ปกติยาว มนฺโท สมาโน. เวลฺลิตเกสิยาติ เกสา มุญฺจิตฺวา ปิฏฺฐิยํ วิสฏฺฐกาเล สปฺโป วิย เวลฺลนฺตา คจฺฉนฺตา อสฺสาติ เวลฺลิตเกสี, ตสฺสา เวลฺลิตเกสิยา. อเนกภาโว ๗- สมุปฺปาทีติ อเนกวิโธ ชาโต. อเนกภาโคติปิ ปาโฐ. อรหนฺเตว ทกฺขิณาติ อรหนฺตมฺหิ ทินฺนทานํ วิย นานปฺปการโต ปภินฺโน.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๒๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สักกปัญหสูตร”