๒. มหานิทานสูตร

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๕๗] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้: สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ ณ กุรุชนบท มีนิคมของชาวกุรุ นามว่า กัมมาส ทัมมะ ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึง ที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้วถวาย อภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วน ข้างหนึ่ง ครั้นท่านพระอานนท์นั่งเรียบร้อยแล้ว ได้กราบทูลความข้อนี้กะ พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ ไม่เคยมีมา ข้าแต่ พระองค์ ผู้เจริญ ปฏิจจสมุบาทนี้ลึกซึ้งสุดประมาณ และปรากฏเป็นของลึก ก็แหละถึงจะเป็น เช่นนั้น ก็ยังปรากฏแก่ข้าพระองค์ เหมือนเป็นของตื้นนัก ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เธออย่าพูดอย่างนั้น อานนท์ เธออย่าพูดอย่างนั้น อานนท์ ปฏิจจสมุบาทนี้ ลึกซึ้งสุดประมาณและปรากฏเป็นของลึก ดูกรอานนท์ เพราะไม่รู้จริง เพราะ ไม่แทงตลอด ซึ่งธรรมอันนี้ หมู่สัตว์นี้ จึงเกิดเป็นผู้ยุ่งประดุจด้ายของช่างหูก เกิดเป็นปม ประหนึ่งกระจุกด้าย เป็นผู้เกิดมาเหมือนหญ้ามุงกระต่ายและหญ้าปล้อง จึงไม่พ้นอุบาย ทุคติ วินิบาต สงสาร ดูกรอานนท์ เมื่อเธอถูกถามว่า ชรามรณะ มีสิ่งเป็นปัจจัยหรือ เธอพึง ตอบว่า มี ถ้าเขาถามว่า ชรามรณะมีอะไรเป็นปัจจัย เธอพึงตอบว่า มีชาติเป็นปัจจัย เมื่อ เธอถูกถามว่า ชาติมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือ เธอพึงตอบว่า มี ถ้าเขาถามว่า ชาติมีอะไรเป็นปัจจัย เธอพึงตอบว่า มีภพเป็นปัจจัย เมื่อเธอถูกถามว่า ภพมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือ เธอพึงตอบว่า มี ถ้าเขาถามว่า ภพมีอะไรเป็นปัจจัย เธอพึงตอบว่า มีอุปาทานเป็น ปัจจัย เมื่อเธอถูกถามว่า อุปาทานมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือ เธอพึงตอบว่า มี ถ้าเขา ถามว่า อุปาทานมีอะไรเป็นปัจจัย เธอพึงตอบว่า มีตัณหาเป็นปัจจัย เมื่อเธอถูกถามว่า ตัณหามีสิ่งเป็นปัจจัยหรือ เธอพึงตอบว่า มี ถ้าเขาถามว่า ตัณหามี อะไรเป็นปัจจัย เธอพึงตอบว่า มีเวทนาเป็นปัจจัย เมื่อเธอถูกถามว่า เวทนามี สิ่งเป็นปัจจัยหรือ เธอพึงตอบว่า มี ถ้าเขาถามว่า เวทนามีอะไรเป็นปัจจัย เธอ พึงตอบว่า มีผัสสะเป็นปัจจัย เมื่อเธอถูกถามว่า ผัสสะมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือ เธอ พึงตอบว่า มี ถ้าเขาถามว่า ผัสสะมีอะไรเป็นปัจจัย เธอพึงตอบว่า มีนามรูป เป็นปัจจัย เมื่อเธอถูก ถามว่า นามรูปมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือ เธอพึงตอบว่า มี ถ้า เขาถามว่า นามรูปมีอะไรเป็นปัจจัย เธอพึงตอบว่า มีวิญญาณเป็นปัจจัย เมื่อ เธอถูกถามว่า วิญญาณมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือ เธอพึงตอบว่า มี ถ้าเขาถามว่า วิญญาณมีอะไรเป็นปัจจัย เธอพึงตอบว่า มีนามรูปเป็นปัจจัย ดูกร อานนท์ เพราะนามรูปเป็นปัจจัยดังนี้แล จึงเกิดวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิด นามรูป เพราะนามรูปเป็นปัจจัย จึงเกิดผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงเกิด เวทนา เพราะเวทนาเป็น ปัจจัยจึงเกิดตัณหา เพราะตัณหาเป็นปัจจัยจึงเกิดอุปาทาน เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยจึงเกิดภพ เพราะภพเป็นปัจจัยจึงเกิดชาติ เพราะชาติเป็น ปัจจัย จึงเกิดชรามรณะ โสกปริเทวทุกขโทมนัส อุปายาส ฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ย่อมมีด้วยประการฉะนี้ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๒. มหานิทานสุตฺต

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

นิทานวณฺณนา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๙๕] เอวมฺเม สุตํ ฯเปฯ กุรูสูติ มหานิทานสุตฺตํ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺรายํ อนุตฺตานปทวณฺณนา:- กุรูสุ วิหรตีติ กุรู นาม ชานปทิโน ราชกุมารา, เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหิสทฺเทน "กุรูสุ"ติ ๑- วุจฺจติ. ตสฺมึ กุรูสุ ชนปเท. อฏฺฐกถาจริยา ปนาหุ:- มนฺธาตุกาเล ตีสุ ทีเปสุ มนุสฺสา "ชมฺพูทีโป นาม พุทฺธปจฺเจกพุทฺธมหาสาวกจกฺกวตฺติปฺปภูตีนํ อุตฺตมปุริสานํ ๒- อุปฺปตฺติภูมิ อุตฺตมทีโป อติรมณีโย"ติ สุตฺวา รญฺญา มนฺธาตุจกฺกวตฺตินา จกฺกรตนํ ปุรกฺขิตฺวา ๓- จตฺตาโร ทีเป อนุปริสํยายนฺเตน ๔- สทฺธึ อาคมึสุ. ตโต ราชา ปริณายกรตนํ ปุจฺฉิ "อตฺถิ นุ โข มนุสฺสโลกโต รมณียตรํ ฐานนฺ"ติ. กสฺมา? เทว เอวํ ภณสิ, กึ น ปสฺสสิ จนฺทิมสุริยานํ อานุภาวํ, นนุ เอเตสํ ฐานํ อิโต รมณียตรนฺติ. ราชา จกฺกรตนํ ปุรกฺขิตฺวา ตตฺถ อคมาสิ. จตฺตาโร มหาราชาโน "มนฺธาตุมหาราชา อาคโต"ติ สุตฺวาว "มหิทฺธิโก ราชา, ๕- น สกฺกา ยุทฺเธน ปฏิพาหิตุนฺ"ติ สกํ รชฺชํ นิยฺยาเทสุํ. โส ตํ คเหตฺวา ปุน ปุจฺฉิ "อตฺถิ นุ โข อิโต รมณียตรํ ฐานนฺ"ติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อถสฺส ตาวตึสภวนํ กถยึสุ "ตาวตึสภวนํ เทว อิโต รมณียตรํ, ตตฺถ สกฺกสฺส เทวรญฺโญ อิเม จตฺตาโร มหาราชาโน ปริจารกา โทวาริกภูมิยํ ติฏฺฐนฺติ, สกฺโก เทวราชา มหิทฺธิโก มหานุภาโว, ตสฺสีมานิ อุปโภคฏฺฐานานิ:- โยชนสหสฺสุพฺเพโธ เวชยนฺโต ปาสาโท, ปญฺจโยชนสตุพฺเพธา สุธมฺมา เทวสภา, ทิยฑฺฒโยชนสติโก เวชยนฺตรโถ, ตถา เอราวโณ หตฺถี, ทิพฺพรุกฺขสหสฺส- ปฏิมณฺฑิตํ นนฺทวนํ. ๖- จิตฺตลตาวนํ, ปารุสกวนํ, มิสฺสกวนํ, โยชนสตุพฺเพโธ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม. อนุสํยายนฺเตน. ๕ ฉ.ม. มหานุภาวา ราชา, อิ. มหาราชา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๖ ฉ.ม., อิ. นนฺทนวนํ. ปาริจฺฉตฺตโก โกวิฬาโร, ตสฺส เหฏฺฐา สฏฺฐิโยชนายามา ๑- ปญฺญาสโยชนวิตฺถฏา ๒- ปญฺจทสโยชนุพฺเพธา ชยกุสุมปุปฺผวณฺณา ๓- ปณฺฑุกมฺพลสิลา, ยสฺสา มุทุตาย สกฺกสฺส นิสีทโต อุปฑฺฒกาโย อนุปวิสตี"ติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตํ สุตฺวา ราชา ตตฺถ คนฺตุกาโม จกฺกรตนํ อพฺภุกฺกิริ. ตํ อากาเส อุฏฺฐาสิ ๔- สทฺธึ จตุรงฺคินิยา เสนาย. อถ ทฺวินฺนํ เทวโลกานํ เวมชฺฌโต จกฺกรตนํ โอตริตฺวา ปฐวิยํ ปติฏฺฐาสิ, สทฺธึ ปริณายกรตนปฺปมุขาย จตุรงฺคินิยา เสนาย. ราชา เอกโกว ตาวตึสภวนํ อคมาสิ. สกฺโก "มนฺธาตา อาคโต"ติ สุตฺวาว ตสฺส ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา "สฺวาคตนฺเต มหาราช, สกนฺเต มหาราช, อนุสาส มหาราชา"ติ วตฺวา สทฺธึ นาฏเกหิ รชฺชํ เทฺว ภาเค กตฺวา เอกํ ภาคมทาสิ. รญฺโญ ตาวตึสภวเน ปติฏฺฐิตมตฺตสฺเสว มนุสฺสภาโว วิคจฺฉิ, เทวภาโว ปาตุรโหสิ. ตสฺส กิร สกฺเกน สทฺธึ ปณฺฑุกมฺพลสิลายํ นิสินฺนสฺส อกฺขินิมฺมิสฺสมตฺเตน นานตฺตํ ปญฺญายตีติ ๕- ตํ อสลฺลกฺเขนฺตา เทวา สกฺกสฺส จ ตสฺส จ นานตฺเต มุยฺหนฺติ โส ตตฺถ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวมาโน ยาว ฉตฺตึส สกฺกา อุปฺปชฺชิตฺวา จุตา, ตาว รชฺชํ ๖- กาเรตฺวา อติตฺโตว กาเมหิ ตโต จวิตฺวา อตฺตโน อุยฺยาเน ปติโต ๗- วาตาตเปน ผุฏฺฐคตฺโต กาลมกาสิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

จกฺกรตเน ปน ปฐวิยํ ปติฏฺฐิเต ปริณายกรตนํ สุวณฺณปเฏ มนฺธาตุ อุปาหนํ ลิขาเปตฺวา อิทํ มนฺธาตุ รชฺชนฺติ รชฺชมนุสาสิ. เตปิ ตีหิ ทีเปหิ อาคตมนุสฺสา ปน คนฺตุํ อสกฺโกนฺตา ปริณายกรตนํ อุปสงฺกมิตฺวา "เทว มยํ รญฺโญ อานุภาเวน อาคตา, อิทานิ คนฺตุํ น สกฺโกม, วสนฏฺฐานํ โน เทหี"ติ ยาจึสุ. โส เตสํ เอกเมกํ ชนปทมทาสิ. ตตฺถ ปุพฺพวิเทหโต อาคตมนุสฺเสหิ อาวสิตปฺปเทโส ตาเยว ปุริมสญฺญาย "วิเทหรฏฺฐนฺ"ติ นามํ ลภิ, อมรโคยานโต ๘- อาคตมนุสฺเสหิ อาวสิตปฺปเทโส "อปรนฺตชนปโท"ติ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม. ปติฏฐาสิ, อิ. อุฏฺฐาหิ. ๕ ฉ.ม.อิ. อิติสทฺโท น ทิสฺสติ. ๖ อิ. สกฺกรชฺชํ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๗ ฉ.ม. ปติฏฺฐิโต ๘ ฉ.ม. อิ. อปรโคยานโต. นามํ ลภิ, อุตฺตรกุรุโต อาคตมนุสฺเสหิ อาวสิตปฺปเทโส "กุรุรฏฺฐนฺ"ติ นามํ ลภิ, พหุเก ปน คามนิคมาทโย อุปาทาย พหุวจเนน โวหริยติ. เตน วุตฺตํ "กุรูสุ วิหรตี"ติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กมฺมาสธมฺมนฺติ ๑- เอตฺถ เกจิ ธการสฺส ทกาเรน อตฺถํ วณฺณยนฺติ. กมฺมาโส เอตฺถ ทมิโตติ กมฺมาสธมฺโม. กมฺมาโสติ กมฺมาสปาโท โปริสาโท วุจฺจติ. ตสฺส กิร ปาเท ขาณุเกน วิทฺธฏฺฐาเน วโณ รุหนฺโต จิตฺตทารุสทิโส หุตฺวา รุหิ, ตสฺมา กมฺมาสปาโทติ ปญฺญายิตฺถ, โส จ ตสฺมึ โอกาเส ทมิโต โปริสาทภาวโต ปฏิเสธิโต. เกน? มหาสตฺเตน. กตรสฺมึ ชาตเกติ? มหาสุตฺตโสมชาตเกติ เอเก. อิเม ๒- ปน เถรา ชยทิสชาตเกติ วทนฺติ. ตทา หิ มหาสตฺเตน กมฺมาสปาโท ทมิโต. ยถาห:-

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปุตฺโต ยทา โหมิ ชยทฺทิสสฺส,

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปญฺจาลรฏฺฐาธิปติสฺส อตฺรโช.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

จตฺวาน ๓- ปาณํ ปิตรํ อโมจยึ,

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กมฺมาสปาทํปิ จหํ ปสาทยินฺติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เกจิ ปน ธกาเรเนว อตฺถํ วณฺณยนฺติ. กุรุรฏฺฐวาสีนํ กิร กุรุธมฺโม ๔- ตสฺมึ กมฺมาโส ชาโต, ตสฺมา ตํ ฐานํ กมฺมาโส เอตฺถ ธมฺโม ชาโตติ กมฺมาสธมฺมนฺติ วุจฺจติ. ตตฺถ นิวุฏฺฐนิคมสฺสาปิ ๕- เอตเทว นามํ. ภุมฺมวจเนน กสฺมา น วุตฺตนฺติ. อวสโนกาสโต. ภควโต กิร ตสฺมึ นิคเม วสโนกาโส โกจิ วิหาโร นาม นาโหสิ, นิคมโต ปน อปกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ อุทกสมฺปนฺเน รมณีเย ภูมิภาเค มหาวนสณฺโฑ อโหสิ, ตตฺถ ภควา วิหาสิ ตํ นิคมํ โคจรคามํ กตฺวา, ตสฺมา เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ "กุรูสุ วิหรติ กมฺมาสธมฺมํ นาม กุรูนํ นิคโม, ตํ โคจรคามํ กตฺวา"ติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@ จชิตฺวาน, อิ. จชิตฺวา. ๔ ฉ.ม., อิ. กุรุวตฺตธมฺโม ๕ ฉ.ม. นิวิฏฺฐนิคมสฺสาปิ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อายสฺมาติ ปิยวจนเมตํ ครุวจนเมตํ. ๑- อานนฺโทติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. เอกมนฺตนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส "วิสมํ จนฺทิมสุริยา ปริหรนฺตี"ติ ๒- อาทีสุ ๓- วิย. ตสฺมา ยถา นิสินฺโน เอกมนฺเต นิสินฺโน โหติ, ตถา นิสีทีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ภุมฺมฏฺเฐ วา เอตํ อุปโยควจนํ. นิสีทีติ อุปาวิสิ. ปณฺฑิตา หิ ครุฏฺฐานิยํ อุปสงฺกมิตฺวา อาสนกุสลตาย เอกมนฺเต นิสีทนฺติ. อยญฺจ เตสํ อญฺญตโร, ตสฺมา เอกมนฺตํ นิสีทิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กถํ นิสินฺโน ปน เอกมนฺตํ นิสินฺโน โหตีติ. ฉ นิสชฺชโทเส วชฺเชตฺวา. เสยฺยถีทํ:- อติทูรํ, อจฺจาสนฺนํ, อุปริวาตํ, อุนฺนตปฺปเทสํ, อติสมฺมุขํ, อติปจฺฉาติ. อติทูเร นิสินฺโน หิ สเจ กเถตุกาโม โหติ, อุจฺจาสทฺเทน กเถตพฺพํ โหติ. อจฺจาสนฺเน นิสินฺโน สํฆฏฺฏนํ กโรติ. อุปริวาเต นิสินฺโน สรีรคนฺเธน พาธติ. อุนฺนตปฺปเทเส นิสินฺโน อคารวํ ปกาเสติ. อติสมฺมุขา นิสินฺโน สเจ ทฏฺฐุกาโม โหติ, จกฺขุนา จกฺขุํ อาหจฺจ ทฏฺฐพฺพํ โหติ. อติปจฺฉา นิสินฺโน สเจ ทฏฺฐุกาโม โหติ, คีวํ ปสาเรตฺวา ๔- ทฏฺฐพฺพํ โหติ. ตสฺมา อยํปิ ติกฺขตฺตุํ ภควนฺตํ ปทกฺขิณํ กตฺวา สกฺกจฺจํ วนฺทิตฺวา เอเต ฉ นิสชฺชโทเส วชฺเชตฺวา ทกฺขิณชานุมณฺฑลสฺส อภิมุขฏฺฐาเน ฉพฺพณฺณานํ พุทฺธรสฺมีนํ อนฺโต ปวิสิตฺวา ปสนฺนลาขารสํ วิคฺคาหนฺโต วิย สุวณฺณปฏํ ปารุปนฺโต วิย รตฺตุปฺปลมาลาวิตานมชฺฌํ ปวิสนฺโต วิย จ ธมฺมภณฺฑาคาริโก อายสฺมา อานนฺโท นิสีทิ. เตน วุตฺตํ "เอกมนฺตํ นิสีที"ติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กาย ปน เวลาย เกน การเณน อยมายสฺมา ภควนฺตํ อุปสงฺกนฺโตติ. สายณฺหเวลาย ปจฺจยาการปญฺหาปุจฺฉนการเณน. ตํทิวสํ กิรายสฺมา กุลสงฺคหตฺถาย ฆรทฺวาเร ฆรทฺวาเร สหสฺสภณฺฑิกํ นิกฺขิปนฺโต วิย กมฺมาสธมฺมคามํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต สตฺถุ วตฺตํ ทสฺเสตฺวา สตฺถริ คนฺธกุฏึ ปวิฏฺเฐ สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อตฺตโน ทิวาฏฺฐานํ คนฺตฺวา อนฺเตวาสิเกสุ วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺกนฺเตสุ ทิวาฏฺฐานํ ปฏิสมฺมชฺชิตฺวา จมฺมกฺขณฺฑํ ปญฺญาเปตฺวา อุทกตุมฺพโต

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๒๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหานิทานสูตร”