ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๕๘] ก็คำนี้ว่า เพราะชาติเป็นปัจจัยจึงเกิดชรามรณะ เรากล่าวอธิบาย ดังต่อไปนี้ ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบความข้อนี้ โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้ กล่าวไว้ว่า เพราะชาติเป็นปัจจัยจึงเกิดชรามรณะ ดูกรอานนท์ ก็แลถ้าชาติมิได้ มีแก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วไปทุกแห่งหน คือ มิได้มีเพื่อความเป็นเทพแห่งพวกเทพ เพื่อความเป็นคนธรรพ์แห่งพวก คนธรรพ์ เพื่อความเป็นยักษ์แห่งพวกยักษ์ เพื่อความเป็นภูตแห่งพวกภูต เพื่อความเป็นมนุษย์ แห่งพวกมนุษย์ เพื่อความเป็น สัตว์สี่เท้าแห่งพวกสัตว์สี่เท้า เพื่อความเป็นปักษีแห่งพวกปักษี เพื่อความเป็น สัตว์เลื้อยคลานแห่งพวกสัตว์เลื้อยคลาน ดูกรอานนท์ ก็ถ้าชาติมิได้มีเพื่อความ เป็นอย่างนั้นๆ แห่งสัตว์พวกนั้นๆ เมื่อชาติไม่มีโดยประการทั้งปวง เพราะชาติ ดับไป ชรา และมรณะจะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลยพระเจ้าข้า ฯ เพราะเหตุนั้นแหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยแห่งชรามรณะ ก็คือชาติ นั่นเอง ฯ ก็คำนี้ว่า เพราะภพเป็นปัจจัยจึงเกิดชาติ เรากล่าวอธิบายดังต่อไปนี้ ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบข้อความนี้ โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้ กล่าวไว้ว่า เพราะภพเป็นปัจจัยจึงเกิดชาติ ดูกรอานนท์ ก็ถ้าภพมิได้มีแก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วไปทุก แห่งหน คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ เมื่อภพไม่มีโดย ประการทั้งปวง เพราะภพดับไป ชาติจะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ เพราะเหตุนั้นแหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยแห่งชาติ ก็คือภพนั่นเอง ฯ ก็คำนี้ว่า เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยจึงเกิดภพ เรากล่าวอธิบายดัง ต่อไปนี้ ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบความข้อนี้ โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้ กล่าวไว้ว่า เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยจึงเกิดภพ ดูกรอานนท์ ก็ถ้าอุปาทานมิได้มี แก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วไปทุกแห่งหน คือ กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน เมื่ออุปาทาน ไม่มี โดยประการทั้งปวง เพราะ อุปาทานดับไป ภพจะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ เพราะเหตุนั้นแหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยแห่งภพ ก็คืออุปาทานนั่นเอง ฯ ก็คำนี้ว่า เพราะตัณหาเป็นปัจจัยจึงเกิดอุปาทาน เรากล่าวอธิบายดัง ต่อไปนี้ ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบความข้อนี้ โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้ กล่าวไว้ว่า เพราะตัณหาเป็นปัจจัยจึงเกิดอุปาทาน ดูกรอานนท์ ก็ถ้าตัณหามิได้มี แก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วไปทุกแห่งหน คือรูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา ธรรมตัณหา เมื่อตัณหาไม่มีโดยประการทั้งปวง เพราะ ตัณหาดับไป อุปาทานจะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ เพราะเหตุนั้นแหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยแห่งอุปาทาน ก็คือตัณหา นั่นเอง ฯ ก็คำนี้ว่า เพราะเวทนาเป็นปัจจัยจึงเกิดตัณหา เรากล่าวอธิบายไว้ ดังต่อไปนี้ ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบความข้อนี้ โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้ กล่าวไว้ว่า เพราะเวทนาเป็นปัจจัยจึงเกิดตัณหา ดูกรอานนท์ ก็ถ้าเวทนามิได้มี แก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วไป ทุกแห่งหน คือ เวทนาที่เกิดเพราะจักษุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัส เมื่อเวทนาไม่มี โดยประการทั้งปวง เพราะเวทนาดับไป ตัณหาจะพึงปรากฏได้ บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ เพราะเหตุนั้นแหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยแห่งตัณหา ก็คือเวทนา นั่นเอง ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓ องฺ. จตุกฺก ๒๑/๗๐ อธมฺมิกสุตฺต ๔ ฉ.ม. ปริวตฺเตตฺวา อุทกํ คเหตฺวา อุทเกน หตฺถปาเท สีตเล กตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสินฺโน โสตาปตฺติผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชิ อถ ปริจฺฉินฺนกาลวเสน สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ปจฺจยากาเร ญาณํ โอตาเรสิ. โส "อวิชฺชาปจฺจยา สํขารา"ติ อาทิโต ปฏฺฐาย อนฺตํ, อนฺตโต ปฏฺฐาย อาทึ, อุภยนฺตโต ปฏฺฐาย มชฺฌํ, มชฺฌโต ปฏฺฐาย อุโภ อนฺเต ปาเปนฺโต ติกฺขตฺตุํ ทฺวาทสปทํ ปจฺจยาการํ สมฺมสิ. ตสฺเสวํ สมฺมสนฺตสฺส ปจฺจยากาโร อติวิภูโต หุตฺวา อุตฺตานกุตฺตานโก วิย อุปฏฺฐาสิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตโต จินฺเตสิ "อยํ ปจฺจยากาโร สพฺพพุทฺเธหิ `คมฺภีโร เจว คมฺภีราวภาโส จา'ติ กถิโต, มยฺหํ โข ปน ปเทสญาเณ ฐิตสฺส สาวกสฺส สโต อุตฺตาโน วิภูโต ปากโฏ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, มยฺหํเยว นุ โข เอส อุตฺตานโก หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, อุทาหุ อญฺเญสมฺปี"ติ. อถสฺส เอตทโหสิ "หนฺทาหํ อิมํ ปญฺหํ คเหตฺวา ภควนฺตํ ปุจฺฉามิ, อทฺธา เม ภควา อิมํ อตฺถุปฺปตฺตึ กตฺวา สาลินฺทํ สิเนรุํ อุกฺขิปนฺโต วิย เอกํ สุตฺตนฺตกฺขนฺธํ ๑- กเถตฺวา ทสฺเสสฺสติ. พุทฺธานํ หิ วินยปญฺญตฺตึ, ภุมฺมนฺตรํ, ปจฺจยาการํ, สมยนฺตรนฺติ อิมานิ จตฺตาริ ฐานานิ ปตฺวา คชฺชิตํ มหนฺตํ โหติ, ญาณํ อนุปวิสติ, พุทฺธญาณสฺส มหนฺตภาโว ปญฺญายติ, เทสนา คมฺภีรา โหติ ติลกฺขณาหตา ๒- สุญฺญตาปฏิสํยุตฺตา"ติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

โส กิญฺจาปิ ปกติยาว เอกทิวเส สตวารมฺปิ สหสฺสวารมฺปิ ภควนฺตํ อุปสงฺกมนฺโต น อเหตุอการเณน อุปสงฺกมติ, ตํทิวสํ ปน อิมํ ปญฺหํ คเหตฺวา "อิมํ พุทฺธคนฺธหตฺถึ อาสชฺช ญาณโกญฺจนาทํ โสสฺสามิ, พุทฺธสีหํ อาสชฺช ญาณสีหนาทํ โสสฺสามิ, พุทฺธสินฺธวํ อาสชฺช ญาณปทวิกฺกมํ ปสฺสิสฺสามี"ติ จินฺเตตฺวา ทิวาฏฺฐานา อุฏฺฐาย จมฺมกฺขณฺฑํ ปปฺโผเฏตฺวา อาทาย สายณฺหสมเย ภควนฺตํ อุปสงฺกมิ. เตน วุตฺตํ "สายณฺหเวลาย ปจฺจยาการปญฺหา- ปุจฺฉนการเณน อุปสงฺกนฺโต"ติ ๓-

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ยาว คมฺภีโรติ เอตฺถ ยาวสทฺโท ปมาณาติกฺกเม, อติกฺกมฺม ปมาณํ คมฺภีโร, อติคมฺภีโรติ อตฺโถ. คมฺภีราวภาโสติ คมฺภีโรว หุตฺวา อวภาสติ,

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ภควา ตสฺส วจนํ สุตฺวา "อานนฺโท ภวคฺคคฺคหณาย หตฺถํ ปสาเรนฺโต วิย, สิเนรุํ ภินฺทิตฺวา ๓- มิญฺชํ นีหริตุํ วายมมาโน วิย, วินา นาวาย มหาสมุทฺทํ ตริตุกาโม วิย, ปฐวึ ปริวตฺเตตฺวา ปฐโวชํ คเหตุํ วายมมาโน วิย จ พุทฺธวิสยํ ปญฺหํ อตฺตโน อุตฺตานนฺติ วทติ, หนฺทสฺส คมฺภีรภาวํ อาจิกฺขามี"ติ ๔- จินฺเตตฺวา มา เหวนฺติ อาทิมาห.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ มา เหวนฺติ หกาโร นิปาตมตฺตํ, เอวํ มา ภณีติ อตฺโถ. มา เหวนฺติ จ อิทํ วจนํ ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อุสฺสาเทนฺโตปิ ๕- ภณติ อปสาเทนฺโตปิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อุสฺสาทนาวณฺณนา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ อุสฺสาเทนฺโตปิ:- อานนฺท ตฺวํ มหาปญฺโญ วิสทญาโณ, เตน เต คมฺภีโรปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตานโก วิย ขายติ. อญฺเญสํ ปเนส อุตฺตานโกติ น สลฺลกฺเขตพฺโพ, คมฺภีโรเยว จ คมฺภีราวภาโส จ. ตตฺถ จตสฺโส อุปมา วทนฺติ. ฉ มาเส สุโภชนรสผุฏฺฐสฺส กิร กตโยคสฺส มหามลฺลสฺส สมชฺชสมเย กตมลฺลปาสาณปริจยสฺส ๖- ยุทฺธภูมึ คจฺฉนฺตสฺส อนฺตรา มลฺลปาสาณํ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม.,อิ. อาจิกฺขิสฺสามิ ๕ ม. อุสฺสาเรนฺโตปิ ๖ อิ. กตมลฺลเนปุญฺญสฺส ทสฺเสสุํ, โส กึ เอตนฺติ อาห. มลฺลปาสาโณติ. อาหรถ นนฺติ. อุกฺขิปิตุํ น สกฺโกมาติ วุตฺเต สยํ คนฺตฺวา กุหึ อิมสฺส ภาริยฏฺฐานนฺติ วตฺวา ทฺวีหิ หตฺเถหิ เทฺว ปาสาเณ อุกฺขิปิตฺวา กีฬาคุเล วิย ขิปิตฺวาว อคมาสิ. ตตฺถ มลฺลสฺส มลฺลปาสาโณ ลหุโกติ น อญฺเญสํ ลหุโกติ วตฺตพฺโพ. ฉ มาเส สุโภชนรสผุฏฺโฐ มลฺโล วิย หิ กปฺปสตสหสฺสํ อภินีหารสมฺปนฺโน อายสฺมา อานนฺโท, ยถา มลฺลสฺส มหาพลตาย มลฺลปาสาโณ ลหุโก, เอวํ เถรสฺส มหาปญฺญตาย ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตาโน, โส อญฺเญสํ อุตฺตาโนติ น วตฺตพฺโพ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

มหาสมุทฺเท จ ติมิ นาม มจฺโฉ ทฺวิโยชนสติโก, ติมิงฺคโล ติโยชนสติโก, ติมิติมิงฺคโล ๑- จตุโยชนสติโก, ติมิรมิงฺคโล ๒- ปญฺจโยชนสติโก, อานนฺโท ติมินฺโท ๓- อชฺฌาโรโห มหาติมีติ อิเม จตฺตาโร โยชนสหสฺสิกา. ตตฺถ ติมิรมิงฺคเลเนว ทีเปนฺติ. ตสฺส กิร ทกฺขิณกณฺณํ จาเลนฺตสฺส ปญฺจ โยชนสเต ปเทเส อุทกํ จลติ. ตถา วามกณฺณํ. ตถา นงฺคุฏฺฐํ. ตถา สีสํ. เทฺว ปน กณฺเณ จาเลตฺวา นงฺคุฏฺเฐน อุทกํ ปหริตฺวา สีสํ อปราปรํ กตฺวา ๔- กีฬิตุํ อารทฺธสฺส สตฺตฏฺฐโยชนสเต ปเทเส ภาชเน ปกฺขิปิตฺวาปิ อุทฺธเน อาโรปิตํ วิย อุทกํ ปกฺกุฏฺฐติ, ๕- ติโยชนสตมตฺเต ปเทเส อุทกํ ปิฏฺฐึ ฉาเทตุํ น สกฺโกติ. โส เอวํ วเทยฺย "อยํ มหาสมุทฺโท คมฺภีโร คมฺภีโรติ วทนฺติ, กุตสฺส คมฺภีรตา, มยํ ๖- ปิฏฺฐิปฏิจฺฉาทนมตฺตํปิ อุทกํ น ลภามา"ติ. ตตฺถ กายูปปนฺนสฺส ติมิรมิงฺคลสฺส มหาสมุทฺโท อุตฺตาโนติ อญฺเญสํ ขุทฺทกมจฺฉานํ อุตฺตาโนติ น วตฺตพฺโพ, เอวเมว ญาณูปปนฺนสฺส เถรสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตาโนติ อญฺเญสํปิ อุตฺตาโนติ น วตฺตพฺโพ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สุปณฺณราชา จ ทิยฑฺฒโยชนสติโก, ตสฺส ทกฺขิณปกฺโข ปญฺญาสโยชนิโก โหติ, ตถา วามปกฺโข, ปิญฺชวฏฺฏิ ๗- สฏฺฐิโยชนิกา, คีวา ตึสโยชนิกา, มุขํ นวโยชนํ, ปาทา ทฺวาทสโยชนิกา. ตสฺมึ สุปณฺณวาตํ ทสฺเสตุํ อารทฺเธ สตฺตฏฺฐโยชนสตํ ฐานํ นปฺปโหติ. โส เอวํ วเทยฺย "อยํ อากาโส อนนฺโต

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ อิ. กมฺเปตฺวา. ๕ ฉ.ม. ปกฺกุฐติ. อิ. ปกฺกฏฺฐํ ๖ ม. มยฺหํ. ๗ ฉ.ม. ปิญฺฉวฏฺฏิ อนนฺโตติ วทนฺติ, กุตสฺส อนนฺตตา, มยํ ปกฺขวาตปฺปสารโณกาสํปิ น ลภามา"ติ. ตตฺถ กายูปนนฺนสฺส สุปณฺณรญฺโญ อากาโส ปริตฺโตติ อญฺเญสํ ขุทฺทกปกฺขีนํ ปริตฺโตติ น วตฺตพฺโพ, เอวเมว ญาณูปปนฺนสฺส เถรสฺเสว ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตาโนติ อญฺเญสํปิ อุตฺตาโนติ น วตฺตพฺโพ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ราหุ อสุรินฺโท ปน ปาทนฺตโต ยาว เกสนฺตา โยชนานํ จตฺตาริ สหสฺสานิ อฏฺฐ จ สตานิ โหนฺติ. ตสฺส ทฺวินฺนํ พาหานํ อนฺตรํ ทฺวาทสโยชนสติกํ. พหลนฺเตน ๑- ฉโยชนสติกํ. หตฺถปาทตลานิ ปุถุลโต ทฺวิโยชนสตานิ, ติโยชนสติก นาสิกา, ตถา มุขํ. เอเกกํ องฺคุลิปพฺพํ ปญฺญาสโยชนํ, ตถา ภมุกนฺตรํ. นลาฏํ ติโยชนสติกํ. สีสํ นวโยชนสติกํ. ตสฺส มหาสมุทฺทํ โอติณฺณสฺส คมฺภีรํ อุทกํ ชานุปฺปมาณํ โหติ. โส เอวํ วเทยฺย "อยํ มหาสมุทฺโท คมฺภีโร คมฺภีโรติ วทนฺติ, กุตสฺส คมฺภีรตา, มยํ ชานุปฏิจฺฉาทนมตฺตํปิ อุทกํ น ลภามา"ติ. ตตฺถ กายูปปนฺนสฺส ราหุโน มหาสมุทฺโท อุตฺตาโนติ อญฺเญสํ อุตฺตาโนติ น วตฺตพฺโพ, เอวเมว ญาณูปปนฺนสฺส เถรสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตาโนติ อญฺเญสํปิ อุตฺตาโนติ น วตฺตพฺโพ. เอตมตฺถํ สนฺธาย ภควา "มา เหวํ อานนฺท อวจ, มา เหวํ อานนฺท อวจา"ติ อาห.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เถรสฺส หิ จตูหิ การเณหิ คมฺภีโรปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตาโนติ อุปฏฺฐาสิ, ๒- กตเมหิ จตูหิ, ปุพฺพูปนิสฺสยสมฺปตฺติยา, ติตฺถวาเสน, โสตาปนฺนตาย, พหุสฺสุตภาเวนาติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปุพฺพูปนิสฺสยสมฺปตฺติกถา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อิโต กิร สตสหสฺสิเม กปฺเป ปทุมุตฺตโร นาม สตฺถา โลเก อุปฺปชฺชิ. ตสฺส หํสวติ นาม อโหสิ, อานนฺโท นาม ราชา ปิตา, สุเมธา นาม เทวี มาตา, โพธิสตฺโต อุตฺตรกุมาโร นาม อโหสิ. โส ปุตฺตสฺส ชาตทิวเส มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมฺม ปพฺพชิตฺวา ปธานมนุยุญฺชนฺโต ๓- อนุกฺกเมน สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา "อเนกชาติสํสารนฺ"ติ อุทานํ อุทาเนตฺวา สตฺตาหํ โพธิปลฺลงฺเก

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สตฺถา ปน อุพฺเพธโต อฏฺฐปณฺณาสหตฺโถ ๒- อโหสิ ตสฺส อุภินฺนํ พาหานมนฺตรํ อฏฺฐารสหตฺถํ, นลาฏํ ปญฺจหตฺถํ, หตฺถปาทา เอกาทสหตฺถา. ตสฺส เอกาทสหตฺเถน ปาเทน ทฺวาทสหตฺถาย กณฺณิกาย อกฺกนฺตมตฺตสฺส นวฆฏปฺปมาณา เรณุ อุฏฺฐาย อฏฺฐปญฺญาสหตฺถํ ปเทสํ อุคฺคนฺตฺวา โอกิณฺณมโนสิลาย จุณฺณํ วิย ปจฺโจกิณฺณา. ๓- ตทุปาทาย ภควา ปทุมุตฺตโรเตฺวว ปญฺญายิตฺถ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตสฺส เทวิโล จ สุชาโต จ เทฺว อคฺคสาวกา อเหสุํ. อมิตา จ อสมา จ เทฺว อคฺคสาวิกา. สุมโน นาม อุปฏฺฐาโก. ปทุมุตฺตโร นาม ภควา ปิตุ สงฺคหํ กุรุมาโน ภิกฺขุสตสหสฺสปริวาโร หํสวติยา ราชธานิยา วสติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กนิฏฺฐภาตา ปนสฺส สุมนกุมาโร นาม. ตสฺส ราชา หํสวติโต วีสติโยชนสเต ปเทเส ๔- โภคคามํ อทาสิ. โส กทาจิ กรหจิ ๕- อาคนฺตฺวา ปิตรญฺจ สตฺถารญฺจ ปสฺสติ. อเถกทิวสํ ปจฺจนฺโต กุปิโต. สุมโน รญฺโญ เปเสสิ "ปจฺจนฺโต กุปิโต"ติ. ราชา "ตฺวํ มยา ตตฺถ กสฺมา ฐปิโต"ติ ปฏิเปเสสิ. โส นิกฺขมฺม โจเร วูปสเมตฺวา "อุปสนฺโต เทว ชนปโท"ติ รญฺโญ เปเสสิ. ราชา ตุฏฺโฐ "สีฆํ มม ปุตฺโต อาคจฺฉตู"ติ อาห. ตสฺส สหสฺสมตฺตา อมจฺจา โหนฺติ. โส เตหิ สทฺธึ อนฺตรามคฺเค มนฺเตสิ "มยฺหํ ปิตา ตุฏฺโฐ สเจ เม วรํ เทติ, กึ คณฺหามิ"ติ. อถ นํ เอกจฺเจ "หตฺถึ คณฺหถ, อสฺสํ คณฺหถ, รถํ คณฺหถ, ชนปทํ คณฺหถ, สตฺต รตนานิ คณฺหถา"ติ อาหํสุ. อปเร "ตุเมฺห ปฐวิสฺสรสฺส ปุตฺตา, ตุมฺหากํ ธนํ น ทุลฺลภํ, ลทฺธํปิ เจตํ สพฺพํ ปหาย คมนียํ, ปุญฺญเมว เอกํ อาทาย คมนียํ,

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหานิทานสูตร”