ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๖๐] ดูกรอานนท์ ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง ด้วยประการดังนี้แล ฯ ก็คำนี้ว่า เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงเกิดเวทนา เรากล่าวอธิบายดังต่อ ไปนี้ ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบความข้อนี้โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้กล่าว ไว้ว่า เพราะ ผัสสะเป็นปัจจัยจึงเกิดเวทนา ดูกรอานนท์ ก็ถ้าผัสสะมิได้มีแก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วไปทุก แห่งหน คือจักษุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหา สัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัส เมื่อไม่มีผัสสะโดยประการทั้งปวง เพราะ ดับผัสสะเสียได้เวทนาจะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ เพราะเหตุนั้นแหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยแห่งเวทนา ก็คือผัสสะ นั่นเอง ฯ ก็คำนี้ว่า เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดผัสสะ เรากล่าวอธิบายดังต่อ ไปนี้ ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบความข้อนี้โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้กล่าว ไว้ว่า เพราะ นามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดผัสสะ ดูกรอานนท์ การบัญญัตินามกาย ต้องพร้อมด้วยอาการ เพศ นิมิต อุเทศ เมื่ออาการ เพศ นิมิต และอุเทศ นั้นๆ ไม่มี การสัมผัสเพียงแต่ชื่อในรูปกายจะพึง ปรากฏได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ การบัญญัติรูปกาย ต้องพร้อมด้วยอาการ เพศ นิมิต อุเทศ เมื่ออาการ เพศ นิมิต อุเทศนั้นๆ ไม่มี การสัมผัสโดยการกระทบ จะพึง ปรากฏในนามกายได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ การบัญญัตินามก็ดี รูปกายก็ดี ต้องพร้อมด้วยอาการ เพศ นิมิต อุเทศ เมื่ออาการ เพศ นิมิต อุเทศนั้นๆ ไม่มี การสัมผัสเพียงแต่ชื่อ ก็ดี การสัมผัสโดยการกระทบ ก็ดี จะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ การบัญญัตินามรูปต้องพร้อมด้วยอาการ เพศ นิมิต อุเทศ เมื่ออาการ เพศ นิมิต อุเทศนั้นๆ ไม่มี ผัสสะจะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ เพราะเหตุนั้นแหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยแห่งผัสสะ ก็คือนามรูป นั่นเอง ฯ ก็คำนี้ว่า เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิดนามรูป เรากล่าวอธิบายดังต่อ ไปนี้ ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบความข้อนี้โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้กล่าว ไว้ว่า เพราะ วิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิดนามรูป ดูกรอานนท์ ก็วิญญาณจักไม่หยั่งลง ในท้องแห่งมารดา นามรูป จักขาดในท้องแห่งมารดาได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ ก็ถ้าวิญญาณหยั่งลงในท้องแห่งมารดาแล้วจักล่วงเลยไป นามรูปจักบังเกิด เพื่อความเป็นอย่างนี้ได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ ก็ถ้าวิญญาณ ของกุมารก็ดี ของกุมาริกาก็ดี ผู้ยังเยาว์วัยอยู่ จักขาดความ สืบต่อ นามรูปจักถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ ได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ เพราะเหตุนั้นแหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยแห่งนามรูป ก็คือวิญญาณ นั่นเอง ฯ ก็คำนี้ว่า เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดวิญญาณ เรากล่าวอธิบายดังต่อ ไปนี้ ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบความข้อนี้โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้กล่าว ไว้ว่า เพราะ นามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดวิญญาณ ดูกรอานนท์ ก็ถ้าวิญญาณจักไม่ได้ อาศัยในนามรูปแล้ว ความ เกิดขึ้นแห่งชาติชรามรณะและกองทุกข์ พึงปรากฏ ต่อไปได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ เพราะเหตุนั้นแหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยแห่งวิญญาณ ก็คือนามรูป นั่นเอง ด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้แหละ อานนท์ วิญญาณและนามรูป จึงยังเกิด แก่ ตาย จุติ หรืออุปบัติ ทางแห่งชื่อ ทางแห่งนิรุติ ทางแห่งบัญญัติ ทางที่กำหนดรู้ด้วยปัญญาและวัฏฏสังสาร ย่อมเป็นไปด้วยเหตุเพียงเท่านี้ๆ ความ เป็นอย่างนี้ ย่อมมีเพื่อบัญญัติ คือนามรูปกับวิญญาณ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ อตฺถคมฺภีรตาย ธมฺมคมฺภีรตาย เทสนาคมฺภีรตาย ปฏิเวธคมฺภีรตายาติ จตูหิ อากาเรหิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท คมฺภีโร นาม.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ ชรามรณสฺส ชาติปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตฏฺโฐ คมฺภีโร ฯเปฯ สงฺขารานํ อวิชฺชาปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตฏฺโฐ คมฺภีโรติ อยํ อตฺถคมฺภีรตา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ สํ. ขนฺธ ๑๗/๘๓/๘๔ อานนฺทสุตฺต ๕ ฉ.ม.,อิ. อุปฏฺฐาติ. ๖ ฉ.ม.,อิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@อิติสทฺโท น ทิสฺสติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อวิชฺชาย สงฺขารานํ ปจฺจยฏฺโฐ คมฺภีโร ฯเปฯ ชาติยา ชรามรณสฺส ปจฺจยฏฺโฐ คมฺภีโรติ อยํ ธมฺมคมฺภีรตา. กตฺถจิ วา สุตฺเต ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อนุโลมโต เทสิยติ, กตฺถจิ ปฏิโลมโต, กตฺถจิ อนุโลมปฏิโลมโต, กตฺถจิ มชฺฌโต ปฏฺฐาย อนุโลมโต วา ปฏิโลมโต วา, อนุโลมปฏิโลมโต วา. กตฺถจิ อนฺตโต ปฏฺฐาย อนุโลมโต วา ปฏิโลมโต วา กตฺถจิ ติสนฺธิ จตุสงฺเขโป, กตฺถจิ ทฺวิสนฺธิ ติสงฺเขโป, กตฺถจิ เอกสนฺธิ ทฺวิสงฺเขโปติ อยํ เทสนาคมฺภีรตา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อวิชฺชาย ปน อญฺญาณอทสฺสนสจฺจาปฏิเวธฏฺโฐ คมฺภีโร, สงฺขารานํ อภิสงฺขรณายุหนสราควิราคฏฺโฐ, วิญฺญาณสฺส สุญฺญตา อพฺยาปารอสงฺกนฺติ- ปฏิสนฺธิปาตุภาวฏฺโฐ, นามรูปสฺส เอกุปฺปาทวินิพฺโภคาวินิพฺโภคนมนรุปฺปนฏฺโฐ, สฬายตนสฺส อธิปติโลกทฺวารเขตฺตวิสยีภาวฏฺโฐ, ผสฺสสฺส ผุสนสงฺฆฏฺฏนสงฺคติ- สนฺนิปาตฏฺโฐ, เวทนาย อารมฺมณรสานุภวนสุขทุกฺขมชฺฌตฺตภาวนิชฺชีวเวทยิตฏฺโฐ, ตณฺหาย อภินนฺทิตอชฺโฌสานสริตาลตาตณฺหานทีตณฺหาสมุทฺททุปฺปูรณฏฺโฐ, ๑- อุปาทานสฺส อาทานคฺคหณาภินิเวสปรามาสทุรติกฺกมฏฺโฐ, ภวสฺส อายุหนาภิสงฺขาร- โยนิคติฐิตินิวาเสสุขิปนฏฺโฐ, ชาติยา ชาติสญฺชาติโอกฺกนฺตินิพฺพตฺติปาตุภาวฏฺโฐ, ชรามรณสฺส ขยวยเภทวิปริณามฏฺโฐ คมฺภีโรติ เอวํ โย ๒- อวิชฺชาทีนํ สภาโว, เยน ปฏิเวเธน อวิชฺชาทโย ธมฺมา สรสลกฺขณโต ปฏิวิทฺธา โหนฺติ, โส คมฺภีโรติ อยํ ปฏิเวธคมฺภีรตาติ เวทิตพฺโพ. โส สพฺโพปิ ๓- เถรสฺส อุตฺตานโก ๔- วิย อุปฏฺฐาสิ. เตน ภควา อายสฺมนตํ อานนฺทํ อุสฺสาเทนฺโต "มา เหวนฺ"ติ อาทิมาห. อยญฺเจตฺถ อธิปฺปาโย:- อานนฺท ตฺวํ มหาปญฺโญ วิสทญาโณ, เตน เต คมฺภีโรปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตานโก วิย ขายติ, ตสฺมา มยฺหเมว นุ โข เอส อุตฺตานโกว ๕- หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, อุทาหุ อญฺเญสมฺปี"ติ มา เอวํ อวจาติ. ๖-

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อปสาทนาวณฺณนา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ยํ ปน วุตฺตํ "อปสาเทนฺโต"ติ, ตตฺถ อยํ อธิปฺปาโย:- อานนฺท "อถ จ ปน เม อุตฺตานกุตฺตานโก วิย ขายตี"ติ มา เหวํ อวจ. ยทิ หิ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓ ฉ.ม., อิ. สา สพฺพาปิ. ๔ ฉ.ม. อุตฺตานกา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๕ ฉ.ม. วสทฺโท น ทิสฺสติ. ๖ อิ. อิติสทฺโท น ทิสฺสติ. เต เอส อุตฺตานกุตฺตานโก วิย ขายติ, กสฺมา ตฺวํ อตฺตโน ธมฺมตาย โสตาปนฺโน นาโหสิ, มยา ทินฺนนเย ๑- ฐตฺวา โสตาปตฺติมคฺคํ ปฏิวิชฺฌิ. ๒- อานนฺท อิทํ นิพฺพานเมว คมฺภีรํ, ปจฺจยากาโร ปน ตว อุตฺตานโก ชาโต, อถ กสฺมา โอฬาริกํ กามราคสํโยชนํ ปฏิฆสํโยชนํ, โอฬาริกํ กามราคานุสยํ ปฏิฆานุสยนฺติ อิเม จตฺตาโร กิเลเส สมุคฺฆาเตตฺวา สกทาคามิผลํ น สจฺฉิกโรสิ, เตเยว อนุสหคเต จตฺตาโร กิเลเส สมุคฺฆาเตตฺวา อนาคามิผลํ น สจฺฉิกโรสิ, รูปราคาทีนิ ปญฺจ สํโยชนานิ, ภวราคานุสยํ มานานุสยํ อวิชฺชานุสยนฺติ อิเม อฏฺฐ กิเลเส สมุคฺฆาเตตฺวา อรหตฺตํ น สจฺฉิกโรสิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กสฺมา จ สตสหสฺสกปฺปาธิกํ เอกํ อสงฺเขยฺยํ ปูริตปารมิโน สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา วิย สาวกปารมีญาณํ น ปฏิวิชฺฌสิ, สตสหสฺสกปฺปาธิกานิ เทฺว อสงฺเขยฺยานิ ปูริตปารมิโน ปจฺเจกพุทฺธา วิย จ ปจฺเจกโพธิญาณํ น ปฏิวิชฺฌสิ? ยทิ หิ ๓- วา เต สพฺพถาว ๔- เอส อุตฺตานโก หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, อถ กสฺมา สตสหสฺสกปฺปาธิกานิ จตฺตาริ อฏฺฐ โสฬส วา อสงฺเขยฺยานิ ปูริตปารมิโน พุทฺธา วิย สพฺพญฺญุตญาณํ น สจฺฉิกโรสิ, กึ อนตฺถิโกสิ เอเตหิ วิเสสาธิคเมหิ, ปสฺส ยาวญฺจ เต อปรทฺธํ, ตฺวํ นาม สาวโก ปเทสญาเณ ฐิโต อติคมฺภีรํ ปจฺจยาการํ "อุตฺตานโก เม อุปฏฺฐาตี"ติ วทสิ, ตสฺส เต อิทํ วจนํ พุทฺธานํ กถาย ปจฺจนีกํ โหติ, ตาทิเสน นาม ภิกฺขุนา พุทฺธานํ กถาย ปจฺจนีกํ กเถตพฺพนฺติ น ยุตฺตเมตํ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

นนุ มยฺหํ อานนฺท อิมํ ปจฺจยาการํ ปฏิวิชฺฌิตุํ วายมนฺตสฺเสว สตสหสฺสกปฺปาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขยฺยานิ อติกฺกนฺตานิ. ปจฺจยาการํ ปฏิวิชฺฌนตฺถาย จ ปน เม อทินฺนํ ทานํ นาม นตฺถิ, อปูริตา ปารมี นาม นตฺถิ. อชฺช ๕- ปจฺจยาการํ ปฏิวิชฺฌิสฺสามีติ จ ปน เม นิรุสฺสาสํ ๖- วิย มารพลํ วิธมนฺตสฺส อยํ มหาปฐวี ทฺวงฺคุลมตฺตํปิ นากมฺปิ, ตถา ปฐมยาเม

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ อิ. สพฺพถา จ ๕ ฉ.ม. อชฺชาติ น ทิสฺสติ. ๖ ฉ.ม.,อิ. นิรุสฺสาหํ. ปุพฺเพนิวาสํ มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ สมฺปาเทนฺตสฺส. ปจฺฉิมยาเม ปน เม พลวปจฺจูสสมเย "อวิชา สงฺขารานํ นวหิ อากาเรหิ ปจฺจโย โหตี"ติ ทิฏฐมตฺเตว ทสสหสฺสีโลกธาตุ อยทณฺเฑน อาโกฏฺฏิตกํสตาลํ วิย วิรวสหสฺสํ วิรวสหสฺสํ ๑- มุญฺจมานา วาตาหตปทุมินิปณฺเณ อุทกพินฺทุ วิย กมฺปิตฺถ. เอวํ คมฺภีโร จายํ อานนฺท ปฏิจฺจสมุปฺปาโท คมฺภีราวภาโส จ. เอตสฺส อานนฺท ธมฺมสฺส อนนุโพธา อปฏิเวธา สํสารํ นาติวตฺตนฺติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอตสฺส ธมฺมสฺสาติ เอตสฺส ปจฺจยธมฺมสฺส. อนนุโพธาติ ญาตปริญฺญาวเสน อนนุพุชฺฌนา. อปฏิเวธาติ ตีรฌปหานปริญฺญาวเสน อปฏิวิชฺฌนา. ตนฺตากุลกชาตาติ ตนฺตํ วิย อากุลชาตา. ยถา นาม ทุนฺนิกฺขิตฺตํ มูสิกจฺฉินฺนํ เปสการานํ ตนฺตํ ตหึ ตหึ อากุลํ โหติ, อิทํ อคฺคํ อิทํ มูลนฺติ อคฺเคน วา อคฺคํ มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ ทุกฺกรํ โหติ, เอวเมว สตฺตา อิมสฺมึ ปจฺจยากาเร ขลิตา อากุลพฺยากุลา โหนฺติ, น สกฺโกนฺติ ปจฺจยาการํ ๒- อุชํ กาตุํ. ตตฺถ ตนฺตํ ปจฺจตฺตปุริสกาเร ฐตฺวา สกฺกาปิ ภเวยฺย อุชุํ กาตุํ, ฐเปตฺวา ปน เทฺว โพธิสตฺเต อญฺเญ สตฺตา อตฺตโน ธมฺมตาย ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ สมตฺถา นาม นตฺถิ. ยถา ปน อากุลํ ตนฺตํ กญฺชิยํ ทตฺวา โกจฺเฉน ปหตํ ตตฺถ ตตฺถ กุลกชาตํ โหติ คณฺฐิพทฺธํ, เอวมิเม สตฺตา ปจฺจเยสุ ปกฺขลิตฺวา ปจฺจเย อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺตา ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตวเสน อากุลกชาตา โหนฺติ คณฺฐิพทฺธา. เย หิ เกจิ ทิฏฺฐิโย ๓- นิสฺสิตา, สพฺเพ ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺตาเยว.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

คุณคณฺฐิกชาตาติ ๔- คุณคณฺฐิกํ วุจฺจติ เปสการกญฺชิยสุตฺตํ. คุณา นาม สกุณิกา, ตสฺสา กุลาวโกติปิ เอเก. ยถา หิ ตทุภยํปิ อากุลํ อคฺเคน วา อคฺคํ มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ ทุกฺกรนฺติ ปุริมนเยเนว โยเชตพฺพํ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

มุญฺชปพฺพชภูตาติ มุญฺชติณํ วิย ปพฺพชติณํ วิย จ ภูตา. ยถา ตานิ ติณานิ โกฏฺเฏตฺวา กตรชฺชุํ ชิณฺณกาเล กตฺถจิ ปติตํ คเหตฺวา เตสํ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓ ฉ.ม. ทิฏฺฐิคตนิสฺสิตา ๔ ฉ.ม. กุลาคณฺฐิกชาตา, อิ. คุลาคุณฺฑิกชาตา, เอวมุปริปิ ติณานํ อิทํ อคฺคํ อิทํ มูลนฺติ อคฺเคน วา อคฺคํ มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ ทุกฺกรนฺติ. ตํปิ ปจฺจตฺตปุริสกาเร ฐตฺวา สกฺกา ภเวยฺย อุชุํ กาตุํ, ฐเปตฺวา ปน เทฺว โพธิสตฺเต อญฺเญ สตฺตา อตฺตโน ธมฺมตาย ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ สมตฺถา นาม นตฺถิ. เอวมยํ ปชา ปจฺจยาการํ ๑- อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺตี ทิฏฺฐิคตวเสน คณฺฐิกชาตา หุตฺวา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ สํสารํ นาติวตฺตติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ อปาโยติ นิรยติรจฺฉานโยนิปิตฺติวิสยอสุรกายา. สพฺเพปิ หิ เต วุฑฺฒิสงฺขาตสฺส อยสฺส อภาวโต "อปาโย"ติ ๒- วุจฺจนฺติ. ตถา ทุกฺขสฺส คติภาวโต ทุคฺคติ. สุขสมุสฺสยโต วินิปติตตฺตา วินิปาโต. อิตโร ปน:-

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ ธาตุอายตนาน จ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานา ๓- สํสาโรติ ปวุจฺจตีติ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหานิทานสูตร”