ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๖๑] ดูกรอานนท์ บุคคลเมื่อจะบัญญัติอัตตา ย่อมบัญญัติด้วยเหตุ ประมาณเท่าไร ก็เมื่อบุคคลจะบัญญัติอัตตา มีรูปเป็นกามาวจร ย่อมบัญญัติว่า อัตตาของเรามีรูปเป็นกามาวจร เมื่อบัญญัติอัตตามีรูปหาที่สุดมิได้ ย่อมบัญญัติว่า อัตตาของเรามีรูปหาที่สุดมิได้ เมื่อบัญญัติอัตตาไม่มีรูปเป็นกามาวจร ย่อมบัญญัติว่า อัตตาของเราไม่มีรูปเป็นกามาวจร เมื่อบัญญัติอัตตา ไม่มีรูปหาที่สุดมิได้ ย่อม บัญญัติว่า อัตตาของเราไม่มีรูปหาที่สุดมิได้ ฯ ดูกรอานนท์ บรรดาความเห็น ๔ อย่างนั้น ผู้ที่บัญญัติอัตตามีรูปเป็น กามาวจรนั้น ย่อมบัญญัติในกาลบัดนี้ หรือบัญญัติซึ่งสภาพที่เป็นอย่างนั้น หรือ มีความเห็นว่า เราจักยังสภาพ อันไม่เที่ยงแท้ที่มีอยู่ให้สำเร็จ เพื่อเป็นสภาพที่ เที่ยงแท้ อานนท์ การลงความเห็นว่าอัตตาเป็น กามาวจร ย่อมติดสันดานผู้มีรูปที่ เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงควรกล่าวไว้ด้วย ฯ ดูกรอานนท์ บรรดาความเห็น ๔ อย่างนั้น ผู้มีบัญญัติอัตตามีรูปหาที่สุด มิได้นั้น ย่อม บัญญัติในกาลบัดนี้ หรือบัญญัติซึ่งสภาพที่เป็นอย่างนั้น หรือมี ความเห็นว่า เราจักยังสภาพที่ไม่ เที่ยงแท้อันมีอยู่ให้สำเร็จ เพื่อเป็นสภาพที่เที่ยงแท้ อานนท์ การลงความเห็นว่า อัตตาหาที่สุด มิได้ ย่อมติดสันดานผู้มีรูปที่เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงควรกล่าวไว้ด้วย ฯ ดูกรอานนท์ บรรดาความเห็น ๔ อย่างนั้น ผู้ที่บัญญัติอัตตาไม่มีรูปเป็น กามาวจรนั้น ย่อมบัญญัติในกาลบัดนี้ หรือบัญญัติซึ่งสภาพที่เป็นอย่างนั้น หรือ มีความเห็นว่า เราจักยังสภาพ อันไม่เที่ยงแท้ที่มีอยู่ให้สำเร็จ เพื่อเป็นสภาพที่ เที่ยงแท้ อานนท์ การลงความเห็นว่าอัตตาเป็น กามาวจร ย่อมติดสันดานผู้มีอรูป ที่เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงควรกล่าวไว้ด้วย ฯ ดูกรอานนท์ บรรดาความเห็น ๔ อย่างนั้น ส่วนผู้ที่บัญญัติอัตตาไม่มีรูป ทั้งหาที่สุดมิ ได้นั้น ย่อมบัญญัติในกาลบัดนี้ หรือบัญญัติซึ่งสภาพที่เป็นอย่างนั้น หรือมีความเห็นว่า เราจัก ยังสภาพที่ไม่เที่ยงแท้อันมีอยู่ให้สำเร็จ เพื่อเป็นสภาพที่เที่ยงแท้ อานนท์ การลงความเห็นว่า อัตตาหาที่สุดมิได้ ย่อมติดสันดาน ผู้มีอรูป เพราะฉะนั้น จึงควรกล่าวไว้ด้วย ฯ ดูกรอานนท์ บุคคลเมื่อจะบัญญัติอัตตาย่อมบัญญัติด้วยเหตุมีประมาณเท่า นี้แล ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตํ สพฺพํปิ นาติวตฺตติ นาติกฺกมติ, อถโข จุติโต ปฏิสนฺธึ, ปฏิสนฺธิโต จุตินฺติ เอวํ ปุนปฺปุนํ จุติปฏิสนฺธิโย คณฺหนฺตา ตีสุ ภเวสุ จตูสุ โยนีสุ ปญฺจสุ คตีสุ สตฺตสุ วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ นวสุ สตฺตาวาเสสุ มหาสมุทฺเท วาตุกฺขิตฺตา นาวา วิย ยนฺเต ๔- ยุตฺตโคโณ วิย จ ปริพฺภมติเยว. อิติ สพฺพเมตํ ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อปสาเทนฺโต อาหาติ เวทิตพฺพํ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปฏิจฺจสมุปฺปาทวณฺณนา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๙๖] อิทานิ ยสฺมา อิทํ สุตฺตํ "คมฺภีโร จายํ อานนฺท ปฏิจฺจสมุปฺปาโท"ติ จ "ตนฺตากุลกชาตา"ติ จ ทฺวีหิเยว ปเทหิ อารทฺธํ, ๕- ตสฺมา "คมฺภีโร จายํ อานนฺท ปฏิจฺจสมุปฺปาโท"ติ อิมินา ตาว อนุสนฺธินา ปจฺจยาการสฺส คมฺภีรภาวทสฺสนตฺถํ เทสนํ อารภนฺโต อตฺถิ อิทปฺปจฺจยา ชรามรณนฺติ อาทิมาห. ตตฺรายมตฺโถ:-

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม. ยนฺเตสุ ๕ ฉ.ม., อิ. อาพทฺธํ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อิมสฺส ชรามรณสฺส ปจฺจโย อิทปฺปจฺจโย, ตสฺมา อิทปฺปจฺจยา อตฺถิ ชรามรณํ, อตฺถิ นุ โข โส ๑- ชรามรณสฺส ปจฺจโย, ยมฺหา ปจฺจยา ชรามรณํ ภเวยฺยาติ เอวํ ปุฏฺเฐน สตา อานนฺท ปณฺฑิเตน ปุคฺคเลน ยถา "ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺ"ติ วุตฺเต ฐปนียตฺตา ปญฺหสฺส ตุณฺหี ภวิตพฺพํ โหติ, "อพฺยากตเมตํ ตถาคเตนา"ติ วา วตฺตพฺพํ โหติ, เอวํ อปฏิปชฺชิตฺวา, ยถา "จกฺขุ สสฺสตํ อสสฺสตนฺ"ติ วุตฺเต อสสฺสตนฺติ เอกํเสเนว วตฺตพฺพํ โหติ, เอวํ เอกํเสเนว อตฺถีติสฺส วจนียํ. ปุน กึปจฺจยา ชรามรณํ, โก นาม โส ปจฺจโย, ยโต ชรามรณํ โหตีติ วุตฺเต ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิจฺจสฺส วจนียํ, เอวํ วตฺตพฺพํ ภเวยฺยาติ อตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ ปเทสุ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

นามรูปปจฺจยา ผสฺโสติ อิทํ ปน ยสฺมา สฬายตนปจฺจยาติ วุตฺเต จกฺขุสมฺผสฺสาทีนํ ฉนฺนํ วิปากสมฺผสฺสานํเยว คหณํ โหติ, อิธ จ "สฬายตนปจฺจยา"ติ อิมินา ปเทน คหิตํปิ อคฺคหิตํปิ ปจฺจยุปฺปนฺนวิเสสํ, ผสฺสสฺส จ สฬายตนโต อติริตฺตํ อญฺญํปิ วิเสสปจฺจยํ ทสฺเสตุกาโม, ตสฺมา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อิมินา ปน วาเรน ภควตา กึ กถิตนฺติ. ปจฺจยานํ นิทานํ กถิตํ. อิทํ หิ สุตฺตํ ปจฺจเย นิปฺปจฺจเย นิชฺชเฏ นิคฺคุมฺเพ กตฺวา กถิตตฺตา มหานิทานนฺติ วุจฺจติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๙๘] อิทานิ เตสํ เตสํ ปจฺจยานํ ตถอวิตถอนญฺญถปจฺจยภาวํ ทสฺเสตุํ ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตนฺติ อาทิมาห.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ ปริยาเยนาติ การเณน. สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพนฺติ นิปาตทฺวยเมตํ. ตสฺสตฺโถ "สพฺพากาเรน สพฺพา สพฺเพน สภาเวน สพฺพา ชาติ นาม ยทิ น ภเวยฺยา"ติ. ภวาทีสุปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. กสฺสจีติ อมิยมวจนเมตํ, เทวาทีสุ ยสฺส กสฺสจิ. กิมฺหิจีติ อิทํปิ อนิยมวจนเมว, กามภวาทีสุ นวสุ ภเวสุ ยตฺถ กตฺถจิ. เสยฺยถีทนฺติ อนิยมิตนิยมนิกฺขิตฺตอตฺถ- วิภาชนฏฺเฐ ๒- นิปาโต, ตสฺสตฺโถ "ยํ วุตฺตํ `กสฺสจิ กิมฺหิจี'ติ, ตสฺส เต อตฺถํ วิภชิสฺสามี"ติ. อถ นํ วิภชนฺโต "เทวานํ วา เทวตฺตายา"ติ อาทิมาห.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@อิ. อยมิธ นิกฺขิตฺตสฺส อตฺถวิภชนตฺเถ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ เทวานํ วา เทวตฺตายาติ ยา อยํ เทวานํ เทวภาวาย ขนฺธชาติ, ยาย ขนฺธชาติยา เทวา "เทวา"ติ วุจฺจนฺติ, สเจ หิ ชาติ สพฺเพน สพฺพํ นาภวิสฺสาติ อิมินาว นเยน สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ เทวาติ อุปปตฺติเทวา. คนฺธพฺพาติ มูลขนฺธาทีสุ อธิวฏฺฐเทวตา. ๑- ยกฺขาติ อมนุสฺสา. ภูตาติ เย เกจิ นิพฺพตฺตสตฺตา. ปกฺขิโนติ เย เกจิ อฏฺฐิปกฺขา วา จมฺมปกฺขา วา โลมปกฺขา วา. สิรึสปาติ ๒- เย เกจิ ภูมิยํ สรนฺตา คจฺฉนฺติ. เตสํ เตสนฺติ เตสํ เตสํ เทวคนฺธพฺพาทีนํ. ตถตฺตายาติ เทวคนฺธพฺพาทิภาวาย. ชาตินิโรธาติ ชาติวิคมา, ชาติอภาวาติ อตฺโถ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เหตูติ อาทีนิ สพฺพานิปิ การณเววจนานิเอว. การณญฺหิ ยสฺมา อตฺตโน ผลตฺถาย หิโนติ ปวตฺตติ, ตสฺมา "เหตู"ติ วุจฺจติ. ยสฺมา ตํ ผลํ นิเทติ "อิทํ ๓- คณฺหถ นนฺ"ติ อปฺเปติ วิย, ตสฺมา นิทานํ. ยสฺมา ผลํ ตโต สมุเทติ อุปฺปชฺชติ, ตญฺจ ปฏิจฺจ เอติ ปวตฺตติ, ตสฺมา สมุทโยติ จ ปจฺจโยติ จ วุจฺจติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อปิจ ยทิทํ ชาตีติ เอตฺถ ยทิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส สพฺพปเทสุ ลิงฺคานุรูปโต อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิธ ปน "ยา เอสา ชาตี"ติ ๔- อยมสฺส อตฺโถ. ชรามรณสฺส หิ ชาติ อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจโย โหติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๙๙] ภวปเท "กิมฺหิจี"ติ อิมินา โอกาสปริคฺคโห กโต. ตตฺถ เหฏฺฐา อวีจิปริยนฺตํ กตฺวา อุปริ ปรนิมฺมิตวสวตฺติเทเว อนฺโต กริตฺวา กามภโวติ เวทิตพฺโพ. อยํ นโย อุปปตฺติภเว. อิธ ปน กมฺมภโว ๕- ยุชฺชติ. โส หิ ชาติยา อุปนิสฺสยโกฏิยาว ปจฺจโย โหติ. อุปาทานปทาทีสุปิ "กิมฺหิจี"ติ อิมินา โอกาสปริคฺคโหว กโตติ เวทิตพฺโพ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๐๐] อุปาทานปจฺจยา ภโวติ เอตฺถ กามูปาทานํ ติณฺณํ ๖- กมฺมภวานํ ติณฺณญฺจ อุปปตฺติภวานํ ปจฺจโย, ตถา เสสานิปีติ อุปาทานปจฺจยา จตุวีสติ ภวา เวทิตพฺพา. นิปฺปริยาเยเนตฺถ ทฺวาทส กมฺมภวา ลพฺภนฺติ. เตสํ อุปาทานํ ๗- สหชาตโกฏิยาปิ อุปนิสฺสยโกฏิยาปิ ปจฺจโย.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ก. ยา เอสาติ, ชาติ สทฺโท น ทิสฺสติ. ๕ ฉ.ม., อิ. กมฺมภเว.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๖ ฉ.ม. ติณฺณมฺปิ. ๗ ฉ.ม. อุปาทานานิ อิ. อุปาทานานํ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๐๑] รูปตณฺหาติ รูปารมฺมเณ ตณฺหา. เอส นโย สทฺทตณฺหาทีสุ. สา ปเนสา ตณฺหา อุปาทานสฺส สหชาตโกฏิยาปิ อุปนิสฺสยโกฏิยาปิ ปจฺจโย โหติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๐๒] เอส ปจฺจโย ตณฺหาย, ยทิทํ เวทนาติ เอตฺถ วิปากเวทนา ตณฺหาย อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจโย โหติ, อญฺญา อญฺญถาปีติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๐๓] เอตฺตาวตา ปน ภควา วฏฺฏมูลภูตํ ปุริมตณฺหํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เทสนํ, ปิฏฺฐิยํ ปหริตฺวา เกเสสุ วา คเหตฺวา วิรวนฺตํ วิรวนฺตํ มคฺคโต โอกฺกเมนฺโต วิย นวหิ ปเทหิ สมุทาจารตณฺหํ ทสฺเสนฺโต "อิติ โข ปเนตํ อานนฺท เวทนํ ปฏิจฺจ ตณฺหา"ติ อาทิมาห.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ ตณฺหาติ เทฺว ตณฺหา เอสนาตณฺหา จ, เอสิตตณฺหา จ. ยาย ตณฺหาย อชปถสงฺกุปถาทีนิ ปฏิปชฺชิตฺวา โภเค เอสติ คเวสติ, อยํ เอสนาตณฺหา นาม. ยา เตสุปิ เอสิเตสุ คเวสิเตสุ ปฏิลทฺเธสุ ตณฺหา, อยํ เอสิตตณฺหา นาม. ตทุภยํปิ สมุทาจารตญฺหายเอว อธิวจนํ. ตสฺมา ทุวิธา เจสา เวทนํ ปฏิจฺจ ตณฺหา นาม. ปริเยสนาติ รูปาทิอารมฺมณปริเยสนา, สา หิ ตณฺหาย สติ โหติ. ลาโภติ รูปาทิอารมฺมณปฏิลาโภ, โส หิ ปริเยสนาย สติ โหติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

วินิจฺฉโย ปน ญาณตณฺหาทิฏฺฐิวิตกฺกวเสน จตุพฺพิโธ. ตตฺถ "สุขวินิจฺฉยํ ชญฺญา, สุขวินิจฺฉยํ ญตฺวา อชฺฌตฺตํ สุขมนุยุญฺเชยฺยา"ติ ๑- อยํ ญาณวินิจฺฉโย. "วินิจฺฉโยติ เทฺว วินิจฺฉยา ตณฺหาวินิจฺฉโย จ ทิฏฺฐิวินิจฺฉโย จา"ติ ๒- เอวํ อาคตานิ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตานิ ตณฺหาวินิจฺฉโย. ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิโย ทิฏฺฐิวินิจฺฉโย. "ฉนฺโท โข เทวานมินฺท วิตกฺกนิทาโน"ติ ๓- อิมสฺมึ ปน สุตฺเต อิธ วินิจฺฉโยติ วุตฺโต วิตกฺโกเยว อาคโต. ลาภํ ลภิตฺวา หิ อิฏฺฐานิฏฺฐํ สุนฺทราสุนฺทรญฺจ วิตกฺเกเนว วินิจฺฉินนฺติ ๔- "เอตฺตกํ เม รูปารมฺมณตฺถาย ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ สทฺทาทิอารมฺมณตฺถาย, เอตฺตกํ มยฺหํ ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ ปรสฺส,

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@ กลหวิวาทสุตฺตนิทฺเทส (สยา) ๓ ที. มหา. ๑๐/๓๕๘/๒๓๗ สกฺกปญฺหสุตฺต

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหานิทานสูตร”