ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๖๒] ดูกรอานนท์ บุคคลเมื่อไม่บัญญัติอัตตา ย่อมไม่บัญญัติด้วยเหตุ มีประมาณ เท่าไร อานนท์ ก็เมื่อบุคคลไม่บัญญัติอัตตามีรูปเป็นกามาวจร ย่อมไม่ บัญญัติว่า อัตตาของเรา มีรูปเป็นกามาวจร เมื่อไม่บัญญัติอัตตามีรูปอันหาที่สุดมิได้ ย่อมไม่บัญญัติว่า อัตตา ของเรามีรูปหาที่สุดมิได้ หรือเมื่อไม่บัญญัติอัตตาไม่มี รูปเป็นกามาวจร ย่อมไม่บัญญัติว่า อัตตา ของเราไม่มีรูปเป็นกามาจร เมื่อไม่ บัญญัติอัตตาไม่มีรูปหาที่สุดมิได้ ย่อมไม่บัญญัติว่า อัตตา ของเราไม่มีรูปหาที่สุดมิได้ อานนท์ บรรดาความเห็น ๔ อย่างนั้น ผู้ที่ไม่บัญญัติอัตตามีรูปเป็นกามาวจรนั้น ย่อมไม่บัญญัติในกาลบัดนี้ หรือไม่บัญญัติซึ่งสภาพที่เป็นอย่างนั้น หรือไม่มีความ เห็นว่า เราจักยังสภาพอันไม่เที่ยงแท้ที่มีอยู่ให้สำเร็จ เพื่อเป็นสภาพที่เที่ยงแท้ อานนท์ การลง ความเห็นว่า อัตตาเป็นกามาวจร ย่อมไม่ติดสันดานผู้มีรูปที่เป็น อย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงควร กล่าวไว้ด้วย อานนท์ ผู้ที่ไม่บัญญัติอัตตามีรูปหาที่สุดมิได้นั้น ย่อมไม่บัญญัติในกาลบัดนี้ หรือ ไม่ บัญญัติซึ่งสภาพที่เป็นอย่างนั้น หรือไม่มีความเห็นว่า เราจักยังสภาพอัน ไม่เที่ยงแท้ที่มีอยู่ให้สำเร็จ เพื่อเป็นสภาพที่เที่ยงแท้ อานนท์ การลงความเห็นว่า อัตตาหาที่สุดมิได้ ย่อมไม่ติดสันดาน ผู้มีรูปที่เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงควร กล่าวไว้ด้วย ส่วนผู้ที่ไม่บัญญัติอัตตาไม่มีรูปเป็นกามาวจรนั้น ย่อมไม่บัญญัติในกาล บัดนี้ หรือไม่ บัญญัติซึ่งสภาพที่เป็นอย่างนั้น หรือไม่มีความเห็นว่า เราจักยังสภาพ อันไม่เที่ยงแท้ที่มีอยู่ให้ สำเร็จ เพื่อเป็นสภาพที่เที่ยงแท้ อานนท์ การลงความเห็นว่า อัตตาเป็นกามาวจร ย่อมไม่ ติดสันดานผู้มีอรูปที่เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงควร กล่าวไว้ด้วย ผู้ที่ไม่บัญญัติอัตตาไม่มีรูปหาที่สุดมิได้นั้น ย่อมไม่บัญญัติในกาลบัดนี้หรือไม่บัญญัติ ซึ่งสภาพที่เป็นอย่างนั้น หรือไม่มีความเห็นว่า เราจักยังสภาพอัน ไม่เที่ยงแท้ที่มีอยู่ให้สำเร็จ เพื่อ เป็นสภาพที่เที่ยงแท้ อานนท์ การลงความเห็นว่า อัตตาหาที่สุดมิได้ ย่อมไม่ติดสันดานผู้มีอรูป ที่เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงควร กล่าวไว้ด้วย ฯ ดูกรอานนท์ บุคคลเมื่อไม่บัญญัติอัตตา ย่อมไม่บัญญัติด้วยเหตุมีประมาณ เท่านี้แล ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๔ ฉ.ม. วินิจฺฉินาติ, อิ. วินิจฺฉิตนฺติ เอตฺตกํ ปริภุญฺชิสฺสามิ, เอตฺตกํ นิทหิสฺสามี"ติ. เตน วุตฺตํ "ลาภํ ปฏิจฺจ วินิจฺฉโย"ติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ฉนฺทราโคติ เอวํ อกุสลวิตกฺเกน วิตกฺกิตวตฺถุสฺมึ ทุพฺพลราโค จ พลวราโค จ อุปฺปชฺชติ, อิทํ หิ อิธ ตณฺหา. ฉนฺโทติ ทุพฺพลราคสฺสาธิวจนํ. อชฺโฌสานนฺติ อหํ มมนฺติ พลวสนฺนิฏฺฐานํ. ปริคฺคโหติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน ปริคฺคหณกรณํ. มจฺฉริยนฺติ ปเรหิ สาธารณภาวสฺส อสหนตา. เตเนวสฺส โปราณา เอวํ วจนตฺถํ วทนฺติ "อิทํ อจฺฉริยํ มยฺหเมว โหตุ, มา อญฺเญสํ อจฺฉริยํ โหตูติ ปวตฺตตฺตา มจฺฉริยนฺติ วุจฺจตี"ติ. อารกฺโขติ ทฺวารปิทหนมญฺชุสโคปนาทิวเสน สุฏฺฐุ รกฺขนํ. อธิกโรตีติ อธิกรณํ, การณสฺเสตํ นามํ. อารกฺขาธิกรณนฺติ ภาวนปุํสกํ, อารกฺขเหตูติ อตฺโถ. ทณฺฑาทานาทีสุ ปรํ นิสฺเสธนตฺถํ ทณฺฑสฺส อาทานํ ทณฺฑาทานํ. เอกโตธาราทิโน สตฺถสฺส อาทานํ สตฺถาทานํ. กลโหติ กายกลโหปิ วาจากลโหปิ. ปุริโม ปุริโม วิโรโธ วิคฺคโห. ปจฺฉิโม ปจฺฉิโม วิวาโท. ตุวํ ตุวนฺติ อคารววจนํ ตุวํ ตุวํ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๑๑๒] อิทานิ ปฏิโลมนเยนาปิ ตํ สมุทาจารตณฺหํ ทสฺเสตุํ ปุน "อารกฺขาธิกรณนฺ"ติ อารภนฺโต เทสนํ นิวตฺเตสิ. ตตฺถ กามตณฺหาติ ปญฺจกามคุณิกราควเสน อุปฺปนฺนา รูปาทิตณฺหา. ภวตณฺหาติ สสฺสตทิฏฺฐิสหคโต ราโค. วิภวตณฺหาติ อุจฺเฉททิฏฺฐิสหคโต ราโค. อิเม เทฺว ธมฺมาติ วฏฺฏมูลตณฺหา จ สมุทาจารตณฺหา จาติ อิเม เทฺว ธมฺมา. ทฺวเยนาติ ตณฺหาลกฺขเณน ๑- เอกภาวํ คตาปิ วฏฺฏมูลสมุทาจารวเสน ทฺวีหิ โกฏฺฐาเสหิ เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ, เวทนาปจฺจเยน เอกปจฺจยาติ อตฺโถ. ติวิธํ หิ สโมสรณํ โอสรณสโมสรณํ, สหชาตสโมสรณํ, ปจฺจยสโมสรณญฺจ. ตตฺถ "อถ โข สพฺพานิ ตานิ คามสโมสรณานิ ภวนฺตี"ติ ๒- อิทํ โอสรณสโมสรณํ นาม. "ฉนฺทมูลกา อาวุโส เอเต ธมฺมา ผสฺสสมุทยา เวทนาสโมสรณา"ติ ๓- อิทํ สหชาตสโมสรณํ นาม. "ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา"ติ อิทํ ปน ปจฺจยสโมสรณนฺติ เวทิตพฺพํ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๓ องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๘๙/๓๕๑ มูลกสุตฺต, องฺ. ทสก. ๒๔/๕๘/๘๕ มูลกสุตฺต (สยา)
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๑๑๓] จกฺขุสมฺผสฺโสติ อาทโย สพฺเพ วิปากผสฺสาเยว. เตสุ ๑- ฐเปตฺวา จตฺตาโร โลกุตฺตรวิปากผสฺเส อวเสสา พตฺตึส ผสฺสา โหนฺติ. ยทิทํ ผสฺโสติ เอตฺถ ปน ผสฺโส พหุธา เวทนาย ปจฺจโย โหติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๑๑๔] เยหิ อานนฺท อากาเรหีติ อาทีสุ อาการา วุจฺจนฺติ เวทนาทีนํ อญฺญมญฺญํ อสทิสสภาวา. เตเยว สาธุกํ ทสฺสิยมานา ตํ ตํ ลีนมตฺถํ คเมนฺตีติ ลิงฺคานิ. ตสฺส ตสฺส สญฺชานนเหตุโต นิมิตฺตานิ. ตถา ตถา อุทฺทิสิตพฺพโต อุทฺเทสา. ตสฺมา อยเมตฺถ อตฺโถ:- "อานนฺท เยหิ อากาเรหิ ฯเปฯ เยหิ อุทฺเทเสหิ นามกายสฺส นามสมูหสฺส ปญฺญตฺติ โหติ, ยา เอสา จ เวทนาย เวทยิตากาเร เวทยิตลิงฺเค เวทยิตนิมิตฺเต เวทนาติ อุทฺเทเส สติ, สญฺญาย สญฺชานนากาเร สญฺชานนลิงฺเค สญฺชานนนิมิตฺเต สญฺญาติ อุทฺเทเส สติ, สงฺขารานํ เจตนากาเร เจตนาลิงฺเค เจตนานิมิตฺเต เจตนาติ อุทฺเทเส สติ, วิญฺญาณสฺส วิชานนากาเร วิชานนลิงฺเค วิชานนนิมิตฺเต วิญฺญาณนฺติ อุทฺเทเส สติ `อยํ นามกาโย'ติ นามกายสฺส ปญฺญตฺติ โหติ, เตสุ นามกายปญฺญตฺติเหตูสุ เวทนาทีสุ อาการาทีสุ อสติ อปิ นุ โข รูปกาเย อธิวจนสมฺผสฺโส ปญฺญาเยถ. ยฺวายํ จตฺตาโร ขนฺเธ วตฺถุํ กตฺวา มโนทฺวาเร อธิวจนสมฺผสฺสเววจโน มโนสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชติ, อปิ นุ โข โส รูปกาเย ปญฺญาเยถ, ปญฺจ ปสาเท วตฺถุํ กตฺวา ๒- อุปฺปชฺเชยฺยา"ติ. อถ อายสฺมา อานนฺโท อมฺพรุกฺเข อสติ ชมฺพูรุกฺขโต อมฺพปกฺกสฺส อุปฺปตฺตึ วิย รูปกายโต ตสฺส อุปฺปตฺตึ อสมฺปฏิจฺฉนฺโต โนเหตํ ภนฺเตติ อาห.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ทุติยปเญฺห รุปฺปนาการรุปฺปนลิงฺครุปฺปนนิมิตฺตวเสน รูปนฺติ อุทฺเทสวเสน จ อาการาทีนํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปฏิฆสมฺผสฺโสติ ๓- สปฺปฏิฆรูปกฺขนฺธํ วตฺถุํ กตฺวา อุปฺปชฺชนกสมฺผสฺโส. อิธาปิ เถโร ชมฺพูรุกฺเข อสติ อมฺพรุกฺขโต ชมฺพูปกฺกสฺส อุปฺปตฺตึ วิย นามกายโต ตสฺส อุปฺปตฺตึ อสมฺปฏิจฺฉนฺโต "โนเหตํ ภนฺเต"ติ อาห.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตติยปโญฺห อุภยวเสเนว วุตฺโต. ตตฺร เถโร อากาเส อมฺพชมฺพูปกฺกานํ อุปฺปตฺตึ วิย นามรูปาภาเว ทฺวินฺนํปิ ผสฺสานํ อุปฺปตฺตึ อสมฺปฏิจฺฉนฺโต "โนเหตํ ภนฺเต"ติ อาห.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เอวํ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ วิสุํ วิสุํ ปจฺจยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ทฺวินฺนํปิ เตสํ อวิเสสโต นามรูปปจฺจยตํ ทสฺเสตุํ "เยหิ อานนฺท อากาเรหี"ติ จตุตฺถปญฺหํ อารภิ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ยทิทํ นามรูปนฺติ ยํ อิทํ นามรูปํ, ยํ เอตํ ๑- ฉสุปิ ทฺวาเรสุ นามรูปํ, เอเสว เหตุ เอเสว ปจฺจโยติ อตฺโถ. จกฺขุทฺวาราทีสุ หิ จกฺขฺวาทีนิ เจว รูปารมฺมณาทีนิ จ รูปํ, สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา นามนฺติ เอวํ ปญฺจวิโธปิ โส ผสฺโส นามรูปปจฺจยาว ผสฺโส. มโนทฺวาเรปิ หทยวตฺถุญฺเจว ยญฺจ รูปํ อารมฺมณํ โหติ, อิทํ รูปํ. สมฺปยุตฺตธมฺมา เจว ยญฺจ อรูปํ อารมฺมณํ โหติ, อิทํ นามนฺติ. ๒- เอวํ มโนสมฺผสฺโสปิ นามรูปปจฺจยาว ๓- ผสฺโสติ เวทิตพฺโพ. นามรูปํ ปนสฺส พหุธา ปจฺจโย โหติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๑๑๕] น โอกฺกมิสฺสถาติ ปวิสิตฺวา วตฺตมานํ ๔- วิย ปฏิสนฺธิวเสน น วตฺติสฺสถ. สมุจฺฉิสฺสถาติ ๕- ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณ อสติ อปิ นุ โข สุทฺธํ อวเสสํ นามรูปํ อนฺโตมาตุกุจฺฉิสฺมึ กลลาทิภาเวน สมุจฺฉิตํ ๖- มิสฺสกภูตํ หุตฺวา วตฺติสฺสถ. โอกฺกมิตฺวา โวกฺกมิสฺสถาติ ปฏิสนฺธิวเสน โอกฺกมิตฺวา จุติวเสน โวกฺกมิสฺสถ, นิรุชฺฌิสฺสถาติ อตฺโถ. โส ปนสฺส นิโรโธ น ตสฺเสว จิตฺตสฺส นิโรเธน โหติ, ตโต ทุติยตติยานํ นิโรเธน น โหติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ปฏิสนฺธิจิตฺเตน หิ สทฺธึ สมุฏฺฐิตานิ สมตึส กมฺมชรูปานิ นิพฺพตฺตนฺติ. เตสุ ปน ฐิเตสุเยว โสฬส ภวงฺคจิตฺตานิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ. เอตสฺมึ อนฺตเร คหิตปฏิสนฺธิกสฺส ทารกสฺส วา มาตุยา วา ปนสฺส อนฺตราโย นตฺถิ. อยญฺหิ อโนกาโส นาม. สเจ ปน ปฏิสนฺธิจิตฺเตน สทฺธึ สมุฏฺฐิตรูปานิ สตฺตรสมสฺส ภวงฺคสฺส ปจฺจยํ ทาตุํ สกฺโกนฺติ, ปวตฺติ ปวตฺตติ, ปเวณี
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๓ ฉ.ม., อิ. วสทฺโท น ทิสฺสติ ๔ ฉ.ม., อิ. ปวตฺตมานํ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๕ ฉ.ม. สมุจฺจิสฺสถาติ ๖ ฉ.ม. สมุจฺจิตํ ฆฏิยติ. สเจ ปน น สกฺโกนฺติ, ปวตฺติ นปฺปวตฺตติ, ปเวณี น ฆฏิยติ, โวกฺกมนํ ๑- นาม โหติ, ตํ สนฺธาย "โอกฺกมิตฺวา โวกฺกมิสฺสถา"ติ วุตฺตํ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อิตฺถตฺตายาติ อิตฺถภาวาย, เอวํ ปริปุณฺณปญฺจกฺขนฺธภาวายาติ อตฺโถ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ทหรสฺเสว สโตติ มนฺทสฺเสว สนฺตสฺส. ๒- โวจฺฉิชฺชิสฺสถาติ อุปจฺฉิชฺชิสฺสถ. วุฑฺฒึ วิรุฬฺหึ เวปุลฺลนฺติ วิญฺญาเณ อุปจฺฉินฺเน สุทฺธํ นามรูปเมว อุฏฺฐหิตฺวา ปฐมวยวเสน วุฑฺฒึ, มชฺฌิมวยวเสน วิรุฬฺหึ, ปจฺฉิมวยวเสน เวปุลฺลํ อปิ นุ โข อาปชฺชิสฺสถาติ. ทสวสฺสวีสติวสฺส ฯเปฯ วสฺสสหสฺสสมฺปาปเนน วา อปิ นุ โข วุฑฺฒึ วิรุฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิสฺสถาติ อตฺโถ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตสฺมาติหานนฺทาติ ยสฺมา มาตุ กุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธิคฺคหเณปิ กุจฺฉิวาเสปิ กุจฺฉิโต นิกฺขมเนปิ, ปวตฺติยํ ทสวสฺสาทิกาเลปิ วิญฺญาณเมวสฺส ปจฺจโย, ตสฺมา เอเสว เหตุ เอส ปจฺจโย นามรูปสฺส ยทิทํ วิญฺญาณํ. ยถา หิ ราชา อตฺตโน ปริสํ นิคฺคณฺหนฺโต เอวํ วเทยฺย "ตฺวํ อุปราชา, ตฺวํ เสนาปตีติ เกน กโต, นนุ มยา กโต, สเจ หิ มยิ อกโรนฺเต ตฺวํ อตฺตโน ธมฺมตาย อุปราชา วา เสนาปติ วา ภเวยฺยาสิ, ชาเนยฺยาม เต ๓- พลนฺ"ติ. เอวเมว วิญฺญาณํ นามรูปสฺส ปจฺจโย โหติ. อตฺถโต เอวํ นามรูปํ วทติ วิย "ตฺวํ นามํ นาม, ๔- ตฺวํ รูปํ นาม, ตฺวํ นามรูปํ นามาติ เกน กตํ, นนุ มยา กตํ, สเจ หิ มยิ ปุเรจาริเก หุตฺวา มาตุ กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ อคฺคณฺหนฺเต ตฺวํ นามํ วา รูปํ วา นามรูปํ วา ภเวยฺยาสิ, ชาเนยฺยาม เต พลนฺ"ติ. ตมฺปเนตํ วิญฺญาณํ นามรูปสฺส พหุธา ปจฺจโย โหติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๑๑๖] ทุกฺขสมุทยสมฺภโวติ ทุกฺขราสิสมฺภโว. ยทิทํ นามรูปนฺติ ยํ อิทํ นามรูปํ, เอเสว เหตุ เอส ปจฺจโย. ยถา หิ ราชปุริสา ราชานํ นิคฺคณฺหนฺตํ ๕- เอวํ วเทยฺยุํ "ตฺวํ ราชาติ เกน กโต, นนุ อเมฺหหิ ๖- กโต, สเจ หิ มยิ อุปราชฏฺฐาเน, มยิ เสนาปติฏฺฐาเน อติฏฺฐนฺเต ตฺวํ เอกโกว ราชา ภเวยฺยาสิ, ปสฺเสยฺยาม เต ราชภาวนฺ"ติ, เอวเมว นามรูปมฺปิ อตฺถโต
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๓ ฉ.ม., อิ. โว เอวมุปริปิ ๔ ฉ.ม., อิ. นามสทฺโท น ทิสฺสติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๕ ฉ.ม., อิ. นิคฺคณฺหนฺโต ๖ ฉ.ม., อิ. มยา. เอวํ วิญฺญาณมฺปิ ๑- วทติ วิย "ตฺวํ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณนฺติ เกน กตํ, นนุ อเมฺหหิ กตํ, สเจ หิ ตฺวํ ตโย ขนฺเธ หทยวตฺถุญฺจ อนิสฺสาย ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ นาม ภเวยฺยาสิ, ปสฺเสยฺยาม เต ปฏิสนฺธิวิญฺญาณภาวนฺ"ติ. ตญฺจ ปเนตํ นามรูปํ วิญฺญาณสฺส พหุธา ปจฺจโย โหติ.