ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๖๘] ก็สมัยนั้น ท่านพระอานนท์ ยืนถวายอยู่งานพัดพระผู้มีพระภาค อยู่ ณ เบื้อง พระปฤษฎางค์ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ เธอได้ยิน มาอย่างไร พวกเจ้าวัชชีหมั่นประชุมกันเนืองๆ หรือ ฯ ท่านพระอานนท์ทูลว่า ข้าพระองค์ได้ยินมาอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ พวกเจ้าวัชชีจักหมั่นประชุมกันเนืองๆ อยู่เพียงใด พึง หวังได้ซึ่งความ เจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ดูกรอานนท์ เธอได้ยินมาอย่างไร พวกเจ้าวัชชีพร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกัน เลิกประชุม และพร้อมเพรียงกันทำกิจที่เจ้าวัชชีพึงกระทำหรือ ฯ ข้าพระองค์ได้ยินมาอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ พวกเจ้าวัชชีจักพร้อมเพรียงกันประชุม จักพร้อมเพรียงกัน เลิกประชุม และจักพร้อมเพรียงกันทำกิจที่เจ้าวัชชีพึงกระทำอยู่เพียงใด พึงหวัง ได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อมเพียงนั้น ฯ ดูกรอานนท์ เธอได้ยินมาอย่างไร พวกเจ้าวัชชีไม่ได้บัญญัติสิ่งที่มิได้ บัญญัติไว้ ไม่ ถอนสิ่งที่ได้บัญญัติไว้แล้ว สมาทานประพฤติอยู่ในวัชชีธรรมของ เก่าตามที่บัญญัติไว้แล้วหรือ ฯ ข้าพระองค์ได้ยินมาอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ พวกเจ้าวัชชีจักไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ จักไม่ถอน สิ่งที่ได้บัญญัติไว้ แล้ว จักสมาทานประพฤติอยู่ในวัชชีธรรมของเก่าตามที่บัญญัติไว้ แล้วอยู่เพียงใด พึงหวังได้ ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ดูกรอานนท์ เธอได้ยินมาอย่างไร พวกเจ้าวัชชีสักการเคารพนับถือบูชา ท่านที่เป็น ผู้ใหญ่ของพวกเจ้าวัชชี และเชื่อฟังถ้อยคำของท่านเหล่านั้นหรือ ฯ ข้าพระองค์ได้ยินมาอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ พวกเจ้าวัชชีจักสักการะเคารพนับถือบูชาท่านที่เป็นผู้ใหญ่ ของพวกเจ้า วัชชี และจักเชื่อฟังถ้อยคำของท่านเหล่านั้นอยู่เพียงใด พึงหวังได้ ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มี เสื่อม เพียงนั้น ฯ ดูกรอานนท์ เธอได้ยินมาอย่างไร พวกเจ้าวัชชีไม่ฉุดคร่าขืนใจสตรีหรือ กุมารีในสกุล ให้อยู่ร่วมด้วยหรือ ฯ ข้าพระองค์ได้ยินมาอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ พวกเจ้าวัชชีจักไม่ฉุดคร่าขืนใจสตรีหรือกุมารีในสกุล ให้ อยู่ร่วมด้วยอยู่ เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ดูกรอานนท์ เธอได้ยินมาอย่างไร พวกเจ้าวัชชีสักการะเคารพ นับถือ บูชาเจดีย์ของ พวกเจ้าวัชชีทั้งภายในภายนอก และไม่ปล่อยให้ธรรมิกพลี ที่เคยให้ ที่เคยกระทำ แก่เจดีย์ เหล่านั้นเสื่อมทรามไปหรือ ฯ ข้าพระองค์ได้ยินมาอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ พวกเจ้าวัชชีจักสักการะ เคารพ นับถือ บูชาเจดีย์ของ พวกเจ้าวัชชี ทั้งภายในภายนอก และจักไม่ปล่อยให้ธรรมิกพลี ที่เคยให้ ที่เคย กระทำ แก่เจดีย์เหล่านั้น เสื่อมทรามไปอยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญ อย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ดูกรอานนท์ เธอได้ยินมาอย่างไร พวกเจ้าวัชชีจัดแจงไว้ดีแล้ว ซึ่ง ความอารักขา ป้องกันคุ้มครองอันเป็นธรรมในพระอรหันต์ทั้งหลาย ด้วยตั้งใจว่า ไฉนหนอ พระอรหันต์ที่ยัง มิได้มา พึงมาสู่แว่นแคว้นและที่มาแล้ว พึงอยู่เป็น ผาสุกในแว่นแคว้น ดังนี้หรือ ฯ ข้าพระองค์ได้ยินมาอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ พวกเจ้าวัชชีจักจัดแจงไว้ดีแล้ว ซึ่งความอารักขา ป้องกัน คุ้มครองอัน เป็นธรรม ในพระอรหันต์ทั้งหลาย ด้วยตั้งใจว่า ไฉนหนอ พระอรหันต์ ที่ยังมิได้มา พึงมาสู่ แว่นแคว้น และที่มาแล้ว พึงอยู่เป็นผาสุกในแว่นแคว้น ดังนี้ อยู่เพียงใด พึงหวังได้ ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๘ ฉ.ม. ยุทฺธกถเมว. ๙ ฉ.ม.,อิ. มหคฺฆภณฺฑนฺติ น ทิสฺสติ ๑๐ ฉ.ม.,อิ. ปวตฺตึ นิรปราโธ ๑- โหติ, ปณฺฑิโต จ สตฺถารา สทิโส นาม นตฺถิ, สตฺถา จ อวิทูเร ธุรวิหาเร วสติ, หนฺทาหํ เปเสตฺวา ปุจฺฉามิ. สเจ เม คเตน โกจิ อตฺโถ ภวิสฺสติ, สตฺถา ตุณฺหี ภวิสฺสติ, อนตฺเถ ปน สติ `กึ รญโญ ตตฺถ คมเนนาติ วกฺขตี"ติ. โส วสฺสการํ พฺราหฺมณํ เปเสสิ. พฺราหฺมโณ คนฺตฺวา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๓๒] เตน วุตฺตํ "อถโข ราชา ฯเปฯ อาปาเทสฺสามิ วชฺชินฺ"ติ. ๒-

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ราชอปริหานิยธมฺมวณฺณนา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๓๔] ภควนฺตํ วีชยมาโนติ ๓- เถโร วตฺตสีเสน ฐตฺวา ภควนฺตํ วีชติ, ๔- ภควโต ปน สีตํ วา อุณฺหํ วา นตฺถิ. ภควา พฺราหฺมณสฺส วจนํ สุตฺวา เตน สทฺธึ อามนฺเตตฺวา เถเรน สทฺธึ มนฺเตตุกาโม กินฺติ เต อานนฺท สุตนฺติ อาทิมาห. อภิณฺหสนฺนิปาตาติ ทิวสสฺส ติกฺขตฺตุํ สนฺนิปตนฺตาปิ อนฺตรนฺตรา สนฺนิปตนฺตาปิ อภิณหสนฺนิปาตาว. สนฺนิปาตพหุลาติ หิยฺโยปิ สนฺนิปติตมฺหา, ปุริมทิวสํปิ สนฺนิปติตมฺหา, ปุน อชฺช กิมตฺถํ สนฺนิปติตา โหมาติ โวสานํ อนาปชฺชนฺตา สนฺนิปาตพหุลา นาม โหนฺติ. ยาวกีวญฺจาติ ยตฺตกํ กาลํ. วุฑฺฒิเยว อานนฺท วชฺชีนํ ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานีติ อภิณฺหํ อสนฺนิปตนฺตา หิ ทิสาวิทิสาสุ อาคตสาสนํ น สุณนฺติ, ตโต "อสุกคามสีมา วา นิคมสีมา วา อากุลา, อสุกฏฺฐาเน โจรา วา ปริยุฏฺฐิตา"ติ น ชานนฺติ, โจราปิ "ปมตฺตา ราชาโน"ติ ญตฺวา ๕- คามนิคมาทีนิ ปหรนฺตา ชนปทํ นาเสนฺติ. เอวํ ราชูนํ ปริหานิ โหติ. อภิณฺหํ สนฺนิปตนฺตา ปน ตํ ตํ ปวุตฺตึ สุณนฺติ, ตโต พลํ เปเสตฺวา อมิตฺตมทฺทนํ กโรนฺติ, โจราปิ "อปฺปมตฺตา ราชาโน, น สกฺกา อเมฺหหิ วคฺคพนฺเธหิ วิจริตุนฺ"ติ ภิชฺชิตฺวา ปลายนฺติ. เอวํ ราชูนํ วุฑฺฒิ โหติ. เตน วุตฺตํ "วุฑฺฒิเยว อานนฺท วชฺชีนํ ปาฏิกงฺขา โน ปริหานี"ติ. ตตฺถ ปาฏิกงฺขาติ อิจฺฉิตพฺพา, อวสฺสํ ภวิสฺสตีติ เอวํ ทฏฺฐพฺพาติ อตฺโถ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓ ฉ.ม. พีชยมาโนติ อิ. วีชมาโนติ ๔ ฉ.ม. พีชติ ๕ ม. สุตฺวา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สมคฺคาติ อาทีสุ สนฺนิปาตเภริยา นิคฺคตาย "อชฺช เม กิจฺจํ อตฺถิ, มงฺคลํ อตฺถี"ติ วิกฺเขปํ ๑- วิกฺเขปํ กโรนฺตา น สมคฺคา สนฺนิปตนฺติ นาม. เภริสทฺทํ ปน สุตฺวาว ภุญฺชมานาปิ อลงฺกริยมานาปิ วตฺถานิ นิวาเสนฺตาปิ อฑฺฒภุตฺตา วา อฑฺฒาลงฺกตา วา วตฺถํ นิวาสยมานา วา สนฺนิปตนฺตา สมคฺคา สนฺนิปตนฺติ นาม. สนฺนิปติตา ๒- ปน จินฺเตตฺวา มนฺเตตฺวา กตฺตพฺพํ กตฺวา เอกโตว อวุฏฺฐหนฺตา น สมคฺคา วุฏฺฐหนฺติ นาม. เอวํ วุฏฺฐิเตสุ หิ เย ปฐมํ คจฺฉนฺติ, เตสํ เอวํ โหติ "อเมฺหหิ พาหิรกถาว สุตา, อิทานิ วินิจฺฉยกถา ภวิสฺสตี"ติ. เอกโต วุฏฺฐหนฺตา ปน สมคฺคา วุฏฺฐหนฺติ นาม. อปิจ "อสุกฏฺฐาเนสุ คามสีมา วา นิคมสีมา วา อากุลา, โจรา วา ปริยุฏฺฐิตา"ติ สุตฺวา "โก คนฺตฺวา อิมํ อมิตฺตมทฺทนํ กริสฺสตี"ติ วุตฺเต "อหํ ปฐมํ, อหํ ปฐมนฺ"ติ วตฺวา คจฺฉนฺตาปิ สมคฺคา วุฏฺฐหนฺติ นาม. เอกสฺส ปน กมฺมนฺเต โอสีทมาเน เสสา ราชาโน ปุตฺตภาตโร เปเสตฺวา ตสฺส กมฺมนฺตํ อุปตฺถมฺภยมานาปิ, อาคนฺตุกราชานํ "อสุกสฺส เคหํ คจฺฉตุ, อสุกสฺส เคหํ คจฺฉตู"ติ อวตฺตา สพฺเพ เอกโต สงฺคณฺหนฺตาปิ, เอกสฺส มงฺคเล วา โรเค วา อญฺญสฺมึ วา ปน ตาทิเส สุขทุกฺเข อุปฺปนฺเน สพฺเพ ตตฺถ สหายภาวํ คจฺฉนฺตาปิ สมคฺคา วชฺชิกรณียานิ กโรนฺติ นาม.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”