ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๗๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอปริหานิยธรรม ๗ อีกหมวดหนึ่ง แก่พวกเธอ พวกเธอจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้น ทูลรับ พระดำรัสของพระผู้มีพระภาค แล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักไม่เป็นผู้ชอบการงาน ไม่ยินดีแล้ว ในการงาน ไม่ประกอบตามซึ่งความเป็นผู้ชอบการงาน อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่ง ความเจริญอย่างเดียว ไม่มี เสื่อม เพียงนั้น ฯ ๒. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักไม่เป็นผู้ชอบการคุย ไม่ยินดีแล้ว ในการคุย ไม่ ประกอบตามซึ่งความเป็นผู้ชอบการคุย อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่ง ความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ๓. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักไม่เป็นผู้ชอบการนอนหลับ ไม่ยินดี แล้วในการ นอนหลับ ไม่ประกอบตามซึ่งความเป็นผู้ชอบการนอนหลับ อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญ อย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักไม่เป็นผู้ชอบคลุกคลีด้วยหมู่ ไม่ยินดี แล้วใน ความคลุกคลีด้วยหมู่ ไม่ประกอบตามซึ่งความเป็นผู้ชอบความคลุกคลีด้วย หมู่ อยู่เพียงใด พึง หวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ๕. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักไม่เป็นผู้มีความปรารถนาลามก ไม่ลุอำนาจแก่ ความปรารถนาอันลามก อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ๖. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักเป็นผู้ไม่มีมิตรชั่ว ไม่มีสหายชั่ว ไม่คบคนชั่ว อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ๗. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุจักไม่ถึงความนอนใจในระหว่าง เพราะ การบรรลุคุณ วิเศษเพียงขั้นต่ำ อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อปริหานิยธรรม ทั้ง ๗ นี้ จักตั้งอยู่ในหมู่ภิกษุ และ หมู่ภิกษุจัก สนใจในอปริหานิยธรรม ทั้ง ๗ นี้ อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญ อย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๗๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอปริหานิยธรรม ๗ อีกหมวดหนึ่ง แก่พวกเธอ พวกเธอจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับ พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ๑. พวกภิกษุจักเป็นผู้มีศรัทธา... ๒. ...มีใจ ประกอบด้วยหิริ... ๓. ...มีโอตตัปปะ... ๔. ...เป็นพหูสูตร... ๕. ...ปรารภความเพียร... ๖. ...มีสติตั้งมั่น... ๗. พวกภิกษุจักเป็นผู้มีปัญญา อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่าง เดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อปริหานิยธรรม ทั้ง ๗ นี้ จักตั้งอยู่ในหมู่ภิกษุ และหมู่ภิกษุจัก สนใจในอปริหานิยธรรม ทั้ง ๗ นี้ อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญ อย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม. หนนฺติ ๕ อิ. ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตินฺติ ๖ ฉ.ม. น คจฺฉติ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๗ ฉ.ม., อิ. วินสฺสติ ๘-๘ ฉ.ม., อิ. วาชิกา วชฺชํ น กโรนฺติ อนาวาโส โหติ. ตโต เทวตารกฺขา น โหติ, เทวตารกฺขาย อสติ อมนุสฺสา โอกาสํ ลภนฺติ, อมนุสฺสา อุสฺสนฺนา อนุปฺปนฺนํ พฺยาธึ อุปฺปาเทนฺติ, สีลวนฺตานํ ทสฺสนปญฺหาปุจฺฉนาทิวตฺถุกสฺส ปุญฺญสฺส อนาคโม โหติ. วิปริยาเยน จ ยถาวุตฺตกณฺหปกฺขวิปริตสฺส สุกฺกปกฺขสฺส สมฺภโว โหตีติ เอวเมตฺถ วุฑฺฒิหานิโย เวทิตพฺพา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๓๕] เอกมิทาหนฺติ อิทํ ภควา ปุพฺเพ วชฺชีนํ อิมสฺส วชฺชิสุตฺตสฺส ๑- เทสิตภาวปฺปกาสนตฺถํ อาห.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ สารนฺทเท เจติเยติ เอวนฺนามเก วิหาเร. อนุปฺปนฺเน กิร พุทฺเธ ตตฺถ สารนฺททสฺส ยกฺขสฺส นิวาสนฏฺฐานํ เจติยํ อโหสิ. อเถตฺถ ภควโต วิหารํ การาเปสุํ, โส สารนฺททเจติเย กตตฺตา สารนฺททเจติยํเตฺวว สํขยํ คโต.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อกรณียาติ อกาตพฺพา, อคฺคเหตพฺพาติ อตฺโถ. ยทิทนฺติ นิปาตมตฺตํ. ยุทฺธสฺสาติ กรณฏฺเฐ สามิวจนํ, อภิมุขํ ยุทฺเธน คเหตุํ น สกฺกาติ อตฺโถ. อญฺญตฺร อุปลาปนายาติ ฐเปตฺวา อุปลาปนํ. อุปลาปนา นาม "อลํ วิวาเทนปิ, อิทานิ สมคฺคา โหมา"ติ หตฺถิอสฺสรถหิรญฺญสุวณฺณาทีนิ เปเสตฺวา สงฺคหกรณํ, เอวญฺหิ สงฺคหํ กตฺวา เกวลํ วิสฺสาเสน สกฺกา คณฺหิตุนฺติ อตฺโถ. อญฺญตฺร มิถุเภทายาติ ฐเปตฺวา มิถุเภทํ. อิมินา อญฺญมญฺญํ เภทํ กตฺวาปิ สกฺกา เอเต คเหตุนฺติ ทสฺเสติ. อิทํ พฺราหฺมโณ ภควโต กถาย นยํ ลภิตฺวา อาห.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กึ ปน ภควา พฺราหฺมณสฺส อิมาย กถาย นยลาภํ น ชานาตีติ, อาม ชานาตีติ. ชานนฺโต กสฺมา กเถสิ, ๒- อนุกมฺปาย. เอวํ กิรสฺส อโหสิ "มยา อกถิเตปิ กติปาเหน คนฺตฺวา สพฺเพ คณฺหิสฺสติ, กถิเต ปน สมคฺเค ภินฺทนฺโต ตีหิ สํวจฺฉเรหิ คณฺหิสฺสติ, เอตฺตกํปิ ชีวิตเมว วรํ, เอตฺตกํ หิ ชีวนฺตา อตฺตโน ปติฏฺฐานภูตํ ปุญฺญํ กริสฺสนฺตี"ติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อภินนฺทิตฺวาติ จิตฺเตน อภินนฺทิตฺวา. อนุโมทิตฺวาติ "ยาว สุภาสิตญฺจิทํ โภ โคตมาติ ๓- วาจาย อนุโมทิตฺวา. ปกฺกามีติ รญฺโญ สนฺติกํ คโต.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@ โคตเมนาติ ตโต นํ ราชา "กึ อาจริย ภควา อโวจา"ติ ปุจฺฉิ. โส "ยถา โภ สมณสฺส โคตมสฺส วจนํ น สกฺกา วชฺชี เกนจิ คเหตุํ, อปิจ อุปลาปนาย วา มิถุเภเทน วา สกฺกา"ติ อาห. ตโต นํ ราชา "อุปลาปนาย อมฺหากํ หตฺถิอสฺสาทโย นสฺสิสฺสนฺติ, เภเทเนว เต คเหสฺสาม, ๑- กึ กโรมา"ติ ปุจฺฉิ. เตนหิ มหาราช ตุเมฺห วชฺชี อารพฺภ ปริสติ กถํ สมุฏฺฐาเปถ, ตโต อหํ "กินฺเต มหาราช เตหิ, อตฺตโน สนฺตเกหิ กสิวณิชฺชาทีนิ กตฺวา ชีวนฺตุ เอเต ราชาโน"ติ วตฺวา ปกฺกมิสฺสามิ. ตโต ตุเมฺห "กึ นุโข โภ เอส พฺราหฺมโณ วชฺชึ อารพฺภ ปวตฺตํ กถํ ปฏิพาหตี"ติ วเทยฺยาถ ทิวสภาเควาหํ เตสํ ปณฺณาการํ เปเสสฺสามิ, ตํปิ คาหาเปตฺวา ตุเมฺหปิ มม โทสํ อาโรเปตฺวา พนฺธนตาฬนาทีนิ อกตฺวาว เกวลํ ขุรมุณฺฑํ มํ กตฺวา นครา นีหราเปถ. อถาหํ "มยา เต นคเร ปากาโร จ ปริกฺขา จ การิตา, อหํ ถิรทุพฺพลฏฺฐานญฺจ อุตฺตานคมฺภีรฏฺฐานญฺจ ชานามิ, น จิรสฺเสวทานิ ตํ อุชุํ กริสฺสามีติ วกฺขามิ. ตํ สุตฺวา ตุเมฺห `คจฺฉตู'ติ วเทยฺยาถา"ติ. ราชา สพฺพํ อกาสิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ลิจฺฉวี ตสฺส นิกฺขมนํ สุตฺวา "สโฐ พฺราหฺมโณ, มา ตสฺส คงฺคํ อุตฺตริตุํ อทตฺถา"ติ อาหํสุ. ตเตฺรกจฺเจหิ "อเมฺห อารพฺภ กถิตตฺตา กิร โส เอวํ กโต"ติ วุตฺเต "เตนหิ ภเณ เอตู"ติ ภณึสุ. โส คนฺตฺวา ลิจฺฉวี ทิสฺวา "กึ อกตฺถา"ติ ๒- ปุจฺฉิโต ตํ ปวุตฺตํ ๓- อาโรเจสิ, ลิจฺฉวิโน "อปฺปมตฺตเกน นาม เอวํ ครุภณฺฑํ กาตุํ น ยุตฺตนฺ"ติ วตฺวา "กินฺเต ตตฺร ฐานนฺตรนฺ"ติ ปุจฺฉึสุ. วินิจฺฉยามจฺโจหมสฺมีติ. ตเทว เต ฐานนฺตรํ โหตูติ. โส สุฏฺฐุตรํ วินิจฺฉยํ กโรติ, ราชกุมารา ตสฺส สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคณฺหนฺติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

โส ปติฏฺฐิตคุโณ หุตฺวา เอกทิวสํ เอกํ ลิจฺฉวึ คเหตฺวา เอกมนฺตํ คนฺตฺวา ทารกา กสนฺตีติ ปุจฺฉิ. อาม กสนฺตีติ. เทฺว โคเณ โยเชตฺวาติ. อาม เทฺว โคเณ โยเชตฺวาติ. เอตฺตกํ วตฺวา นิวตฺโต. ตโต ตํ อญฺโญ "กึ อาจริโย อาหา"ติ ปุจฺฉิตฺวา เตน วุตฺตํ อสทฺทหนฺโต "น เม เอส ยถาภูตํ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๔๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”