ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๗๘] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ตามความพอพระทัย ในบ้าน นาฬันทคาม แล้วตรัสเรียกท่านพระอานนท์มารับสั่งว่า ดูกรอานนท์ มาไปกันเถิด เราจักไปยังปาฏลิคาม ท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคพร้อมด้วย ภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ เสด็จถึงปาฏลิคามแล้วพวกอุบาสกชาวปาฏลิคามได้สดับข่าวว่า พระผู้มี พระภาคเสด็จถึงปาฏลิคามแล้ว จึงพากันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ถวายบังคม พระผู้มีพระภาค นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นพวกอุบาสกชาวปาฏลิคามนั่ง เรียบร้อย แล้ว จึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคจงทรง รับเรือนสำหรับพักของพวก ข้าพระองค์เถิด พระผู้มีพระภาคทรงรับด้วยดุษณีภาพลำดับนั้น พวกอุบาสกชาวปาฏลิคามทราบ การทรงรับของพระผู้มีพระภาคแล้ว จึงลุกจากอาสนะถวายบังคมพระผู้มีพระภาค กระทำประทักษิณ กลับไปยังเรือน สำหรับพัก ครั้นเข้าไปแล้วปูลาดเรือนสำหรับพักอย่างเรียบร้อยทั่วทุกแห่ง แต่ง ตั้ง อาสนะ ตั้งหม้อน้ำไว้ ตามประทีปไว้แล้ว จึงกลับเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ครั้น เข้าไปเฝ้าแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วน ข้างหนึ่ง ครั้นพวกอุบาสกชาว ปาฏลิคามยืนเรียบร้อยแล้ว จึงกราบทูลพระผู้มี พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกข้าพระองค์ ปูลาดเรือนสำหรับพักอย่างเรียบร้อย ทั่วทุกแห่งแล้ว แต่งตั้งอาสนะไว้ ตั้งหม้อน้ำไว้ ตามประทีป ไว้แล้ว ขอพระผู้มี พระภาคจงทรงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด ฯ ครั้งนั้น เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้ว ทรงถือบาตรและจีวร พร้อมด้วยภิกษุ สงฆ์เสด็จไปยังเรือนสำหรับพัก ครั้นเสด็จเข้าไปแล้ว ทรงล้าง พระบาทแล้ว เสด็จเข้าไปยังเรือน สำหรับพัก ประทับนั่งพิงเสากลาง บ่ายพระพักตร์ ไปทางบูรพทิศ ฝ่ายภิกษุสงฆ์ล้างเท้าแล้ว เข้าไปยังเรือนสำหรับพัก นั่งพิงฝาด้านหลัง บ่ายหน้าไปทางบูรพทิศแวดล้อมพระผู้มีพระภาค ส่วนพวกอุบาสกชาวปาฏลิคาม ล้างเท้าแล้ว เข้าไปยังเรือนสำหรับพัก นั่งพิงฝาด้านหน้า บ่ายหน้า ไปทางปัจฉิมทิศแวดล้อมพระผู้มีพระภาค ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๑๓๗] ทุติยสตฺตเก กมฺมํ อาราโม เอเตสนฺติ กมฺมารามา. กมฺเม รตาติ กมฺมรตา. กมฺมารามตํ อนุยุตฺตาติ ๓- ยุตฺตา ปยุตฺตา อนุยุตฺตา. ตตฺถ กมฺมนฺติ กาตพฺพกมฺมํ ๔- วุจฺจติ. เสยฺยถีทํ:- จีวรวิจารณํ จีวรกรณํ อุปตฺถมฺภนํ สูจิฆรํ ปตฺตตฺถวิกํ อํสวทฺธกํ กายพนฺธนํ ธมฺมกรกํ ๕- อาธารกํ ปาทกถลิกํ สมฺมชฺชนีอาทีนํ กรณนฺติ. เอกจฺโจ หิ เอตานิ กโรนฺโต สกลทิวสํ เอตาเนว กโรติ, ตํ สนฺธาเยส ปฏิกฺเขโป. โย ปน เอเตสํ กรณเวลายเมว เอตานิ กโรติ, อุทฺเทสเวลาย อุทฺเทสํ คณฺหาติ, สชฺฌายเวลาย สชฺฌายติ, เจติยงฺคณเวลาย เจติยงคเณ วตฺตํ กโรติ, มนสิการเวลาย มนสิการํ กโรติ, น โส กมฺมาราโม นาม.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๗๙] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะพวกอุบาสกชาวปาฏลิคามว่า ดูกรคฤหบดี ทั้งหลาย โทษแห่งศีลวิบัติของคนทุศีล ๕ ประการเหล่านี้ ๕ ประการ เป็นไฉน ฯ ดูกรคฤหบดีทั้งหลาย คนทุศีล มีศีลวิบัติแล้วในโลกนี้ ย่อมเข้าถึง ความเสื่อมแห่ง โภคะอย่างใหญ่อันมีความประมาทเป็นเหตุ อันนี้เป็นโทษข้อที่หนึ่งแห่งศีลวิบัติของคนทุศีล ฯ อีกข้อหนึ่ง เกียรติศัพท์อันชั่วของคนทุศีล มีศีลวิบัติแล้วย่อม กระฉ่อนไป อันนี้เป็นโทษข้อที่สองแห่งศีลวิบัติของคนทุศีล ฯ อีกข้อหนึ่ง คนทุศีล มีศีลวิบัติแล้ว จะเข้าไปสู่บริษัทใดๆ คือ ขัตติย บริษัท พราหมณบริษัท คฤหบดีบริษัท หรือสมณบริษัท ย่อมครั่นคร้าม เก้อเขิน อันนี้เป็นโทษข้อที่สามแห่งศีลวิบัติของคนทุศีล ฯ อีกข้อหนึ่ง คนทุศีล มีศีลวิบัติแล้ว ย่อมหลงกระทำกาละ อันนี้เป็นโทษ ข้อที่สี่แห่งศีลวิบัติของคนทุศีล ฯ อีกข้อหนึ่ง คนทุศีล มีศีลวิบัติแล้ว เบื้องหน้าแต่ตายเพราะ กายแตก ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก อันนี้เป็นโทษข้อที่ห้าแห่งศีลวิบัติของคน ทุศีล ฯ ดูกรคฤหบดีทั้งหลาย โทษแห่งศีลวิบัติของคนทุศีล ๕ ประการเหล่านี้แล ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
น ภสฺสารามาติ เอตฺถ โย อิตฺถีวณฺณปุริสวณฺณาทิวเสน อลฺลาปสลฺลาปํ ๖- กโรนฺโตเยว ทิวสญฺจ รตฺติญฺจ วีตินาเมติ, เอวรูเป ภสฺเส ปริยนฺตการี น โหติ, อยํ ภสฺสาราโม นาม. อภสฺสาราโม ๗- นาม. โย ปน รตฺตินฺทิวํ ธมฺมํ กเถติ, ปญฺหํ วิสชฺเชติ, อยํ อปฺปภสฺโสว ภสฺเส ปริยนฺตการีเยว. กสฺมา? "สนฺนิปติตานํ โว ภิกฺขเว ทฺวยํ กรณียํ ธมฺมีกถา วา อริโย วา ตุณฺหีภาโว"ติ ๘- วุตฺตตฺตา.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
น นิทฺทารามาติ เอตฺถ โย คจฺฉนฺโตปิ นิสินฺโนปิ นิปนฺโนปิ ถีนมิทฺธาภิภูโต นิทฺทายติเยว, อยํ นิทฺทาราโม นาม. ยสฺส ปน
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๔ ฉ.ม. อิติกาตพฺพกมฺมํ. ๕ ฉ.ม. ธมกรณํ ๖ ฉ.ม. อาลาปสลฺลาปํ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๗ ฉ.ม. อภสฺสาราโม นามาติ ปาโฐ น ทิสฺสติ ๘ ม.มู. ๑๒/๒๗๓/๒๓๕ ปาสราสิสุตฺต กรชกายเคลญฺเญน จิตฺตํ ภวงฺเค โอตรติ, นายํ นิทฺทาราโม นาม. เตเนวาห "อภิชานามหํ อคฺคิเวสฺสน "คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต จตุคฺคุณํ สํฆาฏึ ปญฺญเปตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สโต สมฺปชาโน นิทฺทํ โอกฺกมิตา"ติ. ๑-
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
น สงฺคณิการามาติ เอตฺถ โย เอกสฺส ทุติโย ทฺวินฺนํ ตติโย ติณฺณํ จตุตฺโถ ๒- เอวํ สํสฏฺโฐว วิหรติ, เอกโก อสฺสาทํ น ลภติ, อยํ สงฺคณิการาโม. โย ปน จตูสุ อิริยาปเถสุ เอกโก อสฺสาทํ ลภติ, นายํ สงฺคณิการาโมติ เวทิตพฺโพ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
น ปาปิจฺฉาติ เอตฺถ อสนฺตสมฺภาวนอิจฺฉาย สมนฺนาคตา ทุสฺสีลา ปาปิจฺฉา นาม.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
น ปาปมิตฺตาทีสุ ปาปา มิตฺตา เอเตสนฺติ ปาปมิตฺตา. จตูสุ อิริยาปเถสุ สห อยนโต ปาปา สหายา เอเตสนฺติ ปาปสหายา. ตํนินฺนตปฺโปณตปฺปพฺภารตาย ปาเปสุ สมฺปวงฺกาติ ปาปสมฺปวงฺกา.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
โอรมตฺตเกนาติ อวรมตฺตเกน อปฺปมตฺตเกน. อนฺตราติ อรหตฺตํ อปฺปตฺวาว เอตฺถนฺตเร. โวสานนฺติ ปรินิฏฺฐิตภาวํ ๓- "อลเมตฺตาวตา"ติ โอสกฺกนํ ฐิตกิจฺจตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ "ยาว สีลปาริสุทฺธิกมตฺเตน วา วิปสฺสนามตฺเตน วา ฌานมตฺเตน วา โสตาปนฺนภาวมตฺเตน วา สกทาคามิภาวมตฺเตน วา อนาคามิภาวมตฺเตน วา โวสานํ น อาปชฺชิสฺสนฺติ, ตาว วุฑฺฒิเยว ภิกฺขูนํ ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานี"ติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๑๓๘] ตติยสตฺตเก สทฺธาติ สทฺธาสมฺปนฺนา. ตตฺถ อาคมนียสทฺธา, อธิคมสทฺธา, ปสาทสทฺธา, โอกปฺปนสทฺธาติ จตุพฺพิธา สทฺธา. ตตฺถ อาคมนียสทฺธา สพฺพญฺญุโพธิสตฺตานํ โหติ. อธิคมสทฺธา อริยปุคฺคลานํ. พุทฺโธ ธมฺโม สํโฆติ วุตฺเต ปน ปสาโท ปสาทสทฺธา. โอกปฺปิตฺวา กปฺเปตฺวา ๔- ปน สทฺธา ๕- โอกปฺปนสทฺธา. สา ทุวิธาปิ อิธาธิปฺเปตา. ตาย หิ สทฺธาย สมนฺนาคโต
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๔ ฉ.ม.,อิ. ปกปฺเปตฺวา. ๕ ฉ.ม.,อิ. สทฺทหนํ. สทฺธาธิมุตฺโต วกฺกลิตฺเถรสทิโส โหติ. ตสฺส หิ เจติยงฺคณวตฺตํ วา, โพธิยงฺคณวตฺตํ วา กตเมว โหติ. อุปชฺฌายวตฺตอาจริยวตฺตาทีนิ สพฺพวตฺตานิ ปูเรติ. หิริมนาติ ปาปชิคุจฺฉนลกฺขณาย หิริยา ยุตฺตจิตฺตา. โอตฺตปฺปีติ ปาปโต ภายนลกฺขเณน โอตฺตปฺเปน สมนฺนาคตา.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
พหุสฺสุตาติ เอตฺถ ปน ปริยตฺติพหุสฺสุโต, ปฏิเวธพหุสฺสุโตติ เทฺว พหุสฺสุตา. ปริยตฺตีติ ตีณิ ปิฏกานิ. ปฏิเวโธติ สจฺจปฏิเวโธ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน ปริยตฺติ อธิปฺเปตา. สา เยน พหุ สุตา, โส พหุสฺสุโต. โส ปเนส นิสฺสยมุจฺจนโก, ปริสุปฏฺฐาปโก, ๑- ภิกฺขุโนวาทโก, สพฺพตฺถพหุสฺสุโตติ จตุพฺพิโธ โหติ. ตตฺถ ตโย พหุสฺสุตา สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถาย โอวาทวคฺเค วุตฺตนเยน คเหตพฺพา. สพฺพตฺถพหุสฺสุตา ปน อานนฺทตฺเถรสทิสา โหนฺติ. เต อิธ อธิปฺเปตา.