ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๘๓] ครั้งนั้น สุนีธะและวัสสการะ อำมาตย์ผู้ใหญ่ในมคธรัฐ เข้าไป เฝ้าพระผู้มี พระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้วได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ ระลึกถึงกันไปแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้ว ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอท่านพระโคดมพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์จงทรง รับภัตของข้าพระองค์เพื่อเสวยในวันนี้ พระผู้มีพระ ภาคทรงรับด้วยดุษณีภาพ ลำดับนั้น สุนีธะและวัสสการะอำมาตย์ผู้ใหญ่ในมคธรัฐ ทราบว่า พระผู้มีพระภาค ทรงรับแล้ว จึงเข้าไปยังที่พักของตนๆ ครั้นแล้วจัดแต่งของเคี้ยวของฉันอัน ประณีตในที่พักของตนๆ แล้วให้ทูลเวลาแด่พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่ท่าน พระโคดมผู้เจริญ ได้เวลาแล้วภัตตาหารสำเร็จแล้ว ฯ ครั้งนั้น เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้ว ทรงถือบาตรและจีวร พร้อมด้วย ภิกษุสงฆ์เสด็จเข้าไปยังที่พักของสุนีธะและวัสสการะอำมาตย์ผู้ใหญ่ใน มคธรัฐ ประทับนั่งบน อาสนะที่เขาจัดถวาย สุนีธะและวัสสการะอำมาตย์ผู้ใหญ่ ในมคธรัฐ อังคาสภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขให้อิ่มหนำ เพียงพอด้วย ของเคี้ยวของฉันอันประณีต ด้วยมือของตนๆ ครั้นพระผู้มีพระภาคเสวยเสร็จ วางพระหัตถ์จากบาตรแล้ว สุนีธะและวัสสการะถืออาสนะต่ำ นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง เมื่อสุนีธะและวัสสการะอำมาตย์ผู้ใหญ่ในมคธรัฐ นั่งเฝ้าอยู่ อย่าง นี้แล้ว พระผู้มีพระภาคทรงอนุโมทนาด้วยคาถาเหล่านี้ ความว่า
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สีลวนฺเตหิ สพฺรหฺมจารีหิ สาธารณโภคีติ เอตฺถ สาธารณโภคิโน อิทํ ลกฺขณํ, ยํ ยํ ปณีตํ ลภติ, ตํ ตํ เนว ลาเภน ลาภํ ชิคึสนตามุเขน ๒- คิหีนํ เทติ, น อตฺตนา ปริภุญฺชติ, ๓- ปฏิคฺคณฺหนฺโตว ๔- "สํเฆน สาธารณํ โหตู"ติ คเหตฺวา คณฺฑึ ๕- ปหริตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ สํฆสนฺตกํ วิย ปสฺสติ.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๘๔] บัณฑิตยชาติสำเร็จการอยู่ในประเทศใด ย่อมเชื้อเชิญท่าน ผู้มีศีล ผู้สำรวม แล้วประพฤติพรหมจรรย์ ให้บริโภคในประเทศ นั้น ได้อุทิศทักษิณาทานให้แก่เทวดาที่มีอยู่ ณ ที่นั้น เทวดา เหล่านั้นได้รับบูชาแล้ว ย่อมบูชาตอบเขา ได้รับความนับถือ แล้ว ย่อมนับถือตอบ เขา แต่นั้นย่อมอนุเคราะห์เขา เหมือน มารดาอนุเคราะห์บุตรซึ่งเกิดแต่อกฉะนั้น บุรุษผู้อันเทวดา อนุเคราะห์แล้ว ย่อมเห็นความเจริญทุกเมื่อ ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อิมํ ปน สาราณียธมฺมํ โก ปูเรติ โก น ปูเรติ. ๖- ทุสฺสีโล ตาว น ปูเรติ. น หิ ตสฺส สนฺตกํ สีลวนฺตา คณฺหนฺติ. ปริสุทฺธสีโล ปน วตฺตํ อขณฺเฑนฺโต ปูเรติ. ตตฺรีทํ วตฺตํ:- โย หิ โอทิสฺสกํ กตฺวา มาตุ วา ปิตุ
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๘๕] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงอนุโมทนากะสุนีธะและวัสสการะ อำมาตย์ผู้ใหญ่ ในมคธรัฐด้วยพระคาถาเหล่านี้แล้ว เสด็จลุกจากอาสนะหลีกไปแล้ว ก็สมัยนั้น สุนีธะและ วัสสการะอำมาตย์ผู้ใหญ่ในมคธรัฐ ต่างตามเสด็จพระผู้มีพระภาคไปเบื้องพระปฤษฎางค์ด้วยคิดว่า วันนี้พระสมณโคดมจักเสด็จออกทาง ประตูใด ประตูนั้นจักมีนามว่าประตูโคดม จักเสด็จข้ามแม่น้ำ คงคาทางท่าใด ท่านั้นจักมีนามว่าท่าโคดม ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จออกทางประตูใด ประตู นั้นได้นามว่าประตูโคดมแล้ว ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จไปยังแม่น้ำคงคา แล้ว ก็สมัยนั้น แม่น้ำคงคาเต็มเปี่ยมเสมอฝั่ง กาดื่มกินได้ พวกมนุษย์ผู้ประสงค์จะข้ามฟาก บางพวก เที่ยวหา เรือ บางพวกเที่ยวหาแพ บางพวกผูกทุ่น ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคกับภิกษุสงฆ์ทรงหายไป ณ ที่ฝั่งนี้แห่งแม่น้ำคงคา ไปปรากฏตน ที่ฝั่งโน้น เหมือนบุรุษผู้มีกำลังเหยียดแขนที่คู้ไว้ หรือคู้แขน ที่เหยียดออกแล้ว ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรมนุษย์เหล่านั้น ผู้ประสงค์จะข้ามฟาก บางพวกเที่ยวหาเรือ บางพวกเที่ยวหาแพ บางพวกผูกทุ่นอยู่ พระองค์ทรงทราบ เนื้อความนี้แล้ว ทรงเปล่งพระอุทานนี้ในเวลานั้นว่า เหล่าชนที่จะข้ามสระ คือ ตัณหาอันเวิ้งว้าง ต้องสร้างสะพาน คือ (อริย มรรค) พ้นเปือกตม ก็และขณะที่ชนกำลังผูกทุ่นอยู่ หมู่ชนผู้มีปัญญา ข้ามได้แล้ว ฯ จบภาณวารที่หนึ่ง ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๔ ฉ.ม.,อิ. ปฏิคฺคณฺหนฺโต จ ๕ ฉ.ม. ฆณฺฏึ ๖ ฉ.ม. ปูเรตีติ วา อาจริยุปชฺฌายาทีนํ วา เทติ, โส ทาตพฺพํ เทติ, สาราณียธมฺโม ปนสฺส น โหติ, ปลิโพธชคฺคนํ นาม โหติ. สาราณียธมฺโม หิ มุตฺตปลิโพธสฺเสว วฏฺฏติ. เตน ปน โอทิสฺสกํ เทนฺเตน คิลานคิลานุปฏฺฐากอาคนฺตุกคมิกานญฺเจว นวปพฺพชิตสฺส จ สํฆาฏิปตฺตคฺคหณํ อชานนฺตสฺส ทาตพฺพํ. เอเตสํ ทตฺวา อวเสสํ เถราสนโต ปฏฺฐาย โถกํ โถกํ อทตฺวา โย ยตฺตกํ คณฺหาติ, ตสฺส ตตฺตกํ ทาตฺพฺพํ. อวสิฏฺเฐ อสติ ปุน ปิณฺฑาย จริตฺวา เถราสนโต ปฏฺฐาย ยํ ยํ ปณีตํ, ตํ ตํ ทตฺวา เสสํ ภุญฺชิตพฺพํ. ๑- "สีลวนฺเตหี"ติ วจนโต ทุสฺสีลสฺส อทาตุํปิ วฏฺฏติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อยํ ปน สาราณียธมฺโม ๒- สุสิกฺขิตาย ปริสาย สุปูโร โหติ, โน อสิกฺขิตาย ปริสาย. สุสิกฺขิตาย หิ ปริสาย โย อญฺญโต ลภติ, โส น คณฺหาติ. อญฺญโต อลภนฺโตปิ ปมาณยุตฺตเมว คณฺหาติ, น อติเรกํ. อยํ ปน สาราณียธมฺโม เอวํ ปุนปฺปุนํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ลทฺธํ ลทฺธํ เทนฺตสฺสาปิ ทฺวาทสหิ วสฺเสหิ ปูรติ, น ตโต โอรํ. สเจ หิ ทฺวาทสเม วสฺเส สาราณียธมฺมปูรโก ปิณฺฑปาตปูรํ ปตฺตํ อาสนสาลายํ ฐเปตฺวา นฺหายิตุํ คจฺฉติ, สํฆตฺเถโรว ๓- กสฺเสโส ปตฺโตติ, "สาราณียธมฺมปูรกสฺสา"ติ วุตฺเต "อาหรถ นนฺ"ติ สพฺพํ ปิณฺฑปาตํ วิจาเรตฺวาว ภุญฺชิตฺวา ริตฺตปตฺตํว ฐเปติ. อถ โส ภิกฺขุ ริตฺตปตฺตํ ทิสฺวา "มยฺหํ อนวเสเสตฺวาว ภิกฺขู ๔- ปริภุญฺชึสู"ติ โทมนสฺสํ อุปฺปาเทติ, สาราณียธมฺโม ภิชฺชติ, ปุน ทฺวาทส วสฺสานิ ปูเรตพฺโพ โหติ. ติตฺถิยปริวาสสทิโส เหส, สกึ ขณฺเฑ ชาเต ปุน ปูเรตพฺโพว. โย ปน "ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เม, ยสฺส เม ปตฺตคตํ อนาปุจฺฉาว สพฺรหฺมจารี ปริภุญฺชนฺตี"ติ โสมนสฺสํ ชเนติ, ตสฺส ปุณฺโณ นาม โหติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เอวํ ปูริตสาราณียธมฺมสฺส ปน เนว อิสฺสา, น มจฺฉริยํ โหติ. โส มนุสฺสานํ จ ปิโย โหติ, สุลภปจฺจโย จ โหติ, ปตฺตคตมสฺส ทียมานํปิ น ขียติ, ภาชนียภณฺฑฏฺฐาเน อคฺคภณฺฑํ ลภติ, ภเย วา ฉาตเก วา สมฺปตฺเต เทวตา อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชนฺติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๓ ฉ.ม., อิ. สํฆตฺเถโร จ ๔ ฉ.ม. ภิกฺขูติ สทฺโท น ทิสฺสติ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตตฺรีมานิ วตฺถูนิ:- เลณคิริวาสี ๑- ติสฺสตฺเถโร กิร มหาคิริคามํ อุปนิสฺสาย วิหรติ. ปญฺญาส มหาเถรา นาคทีปํ เจติยํ วนฺทนตฺถาย คจฺฉนฺตา คิริคาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา กิญฺจิ อลทฺธา นิกฺขมึสุ. เถโร ปน ปวิสนฺโต เต ทิสฺวา ปุจฺฉิ "ลทฺธํ ภนฺเต"ติ. วิจริมฺหา อาวุโสติ. โส เตสํ อลทฺธภาวํ ญตฺวา อาห "ภนฺเต ยาวาหํ อาคจฺฉามิ, ตาว อิเธว โหถา"ติ. มยํ อาวุโส ปญฺญาส ชนา ปตฺตเตมนมตฺตํปิ น ลภิมฺหาติ. ภนฺเต เนวาสิกา นาม ปฏิพลา โหนฺติ, อลภนฺตาปิ ภิกฺขาจารมคฺคสภาคํ ชานนฺตีติ. เถรา อาคเมสุํ. เถโร คามํ ปาวิสิ, ธูรเคเหเยว มหาอุปาสิกา ขีรภตฺตํ สชฺเชตฺวา เถรํ โอโลกยมานาว ฐิตา. อถ เถรสฺส ทฺวารํ สมฺปตฺตสฺเสว ปตฺตํ ปูเรตฺวา อทาสิ, โส ตํ อาทาย เถรานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา คณฺหถ ภนฺเตติ สํฆตฺเถรํ อาห. เถโร "อเมฺหหิ เอตฺตเกหิ กิญฺจิ น ลทฺธํ, อยํ สีฆเมว คเหตฺวา อาคโต, กึ นุโข"ติ เสสานํ มุขํ โอโลเกสิ. เถโร โอโลกนากาเรเนว ญตฺวา "ภนฺเต ธมฺเมน สเมน ลทฺธํ ปิณฺฑปาตํ ๒- นิกฺกุกฺกุจฺจา คณฺหถา"ติ อาทิโต ปฏฺฐาย สพฺเพสํ ยาวทตฺถํ ภตฺตํ ทตฺวา อตฺตนาปิ ยาวทตฺถํ ภุญฺชิ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อถ นํ ภตฺตกิจฺจาวสาเน เถรา ปุจฉึสุ "กทาวุโส โลกุตฺตรธมฺมํ ปฏิวิชฺฌา"ติ. ๓- นตฺถิ เม ภนฺเต โลกุตฺตรธมฺโมติ. ฌานลาภีสิ อาวุโสติ. เอวํปิ ๔- ภนฺเต นตฺถีติ. นนุ อาวุโส ปาฏิหาริยนฺติ. สาราณียธมฺโม เม ภนฺเต ปูริโต, ตสฺส เม ธมฺมสฺส ปูริตกาลโต ปฏฺฐาย สเจปิ ภิกฺขุสตสหสฺสํ โหติ, ปตฺตคตํ น ขียตีติ. เต สุตฺวา "สาธุ สาธุ สปฺปุริส, อนุจฺฉวิกมิทํ ตุยฺหนฺ"ติ อาหํสุ. อิทํ ตาว "ปตฺตคตํ น ขียตี"ติ เอตฺถ วตฺถุ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อยเมว ปน เถโร เจติยปพฺพเต คิริภณฺฑมหาปูชาย ทานฏฺฐานํ คนฺตฺวา อิมสฺมึ ทาเน กึ อคฺคภณฺฑนฺติ ๖- ปุจฺฉิ. เทฺว สาฏกา ภนฺเตติ. เอเต มยฺหํ ปาปุณิสฺสนฺตีติ. ตํ สุตฺวา อมจฺโจ รญฺโญ อาโรเจสิ "เอโก ทหโร เอวํ วทตี"ติ. ทหรสฺส เอวํ จิตฺตํ, มหาเถรานํ ปน สุขุมสาฏกา วฏฺฏนฺตีติ วตฺวา มหาเถรานํ ทสฺสามีติ ฐเปติ. ตสฺส ภิกฺขุสํเฆ ปฏิปาฏิยา ฐิเต เทนฺตสฺส
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๓ ฉ.ม.,อิ. ปฏิวิชฺฌีติ ๔ ฉ.ม.,อิ. เอตมฺปิ เม ๖ ฉ.ม.,อิ. วรภณฺฑนฺติ มตฺถเก ฐปิตาปิ เทฺว ๑- สาฏกา หตฺถํ นาโรหนฺติ. อญฺเญ อาโรหนฺติ. ทหรสฺส ทานกาเล ปนสฺส หตฺถํ อารุหนฺติ. ๒- โส ตสฺส หตฺเถ ฐเปตฺวา ๓- อมจฺจสฺส มุขํ โอโลเกตฺวา ทหรํ นิสีทาเปตฺวา ทานํ ทตฺวา สํฆํ วิสชฺเชตฺวา ทหรสฺส สนฺติเก นิสีทิตฺวา "ภนฺเต อิมํ ธมฺมํ กทา ปฏิวิชฺฌิตฺถา"ติ อาห. โส ปริยาเยนาปิ อสนฺตํ อวทนฺโต "นตฺถิ มยฺหํ มหาราช โลกุตฺตรธมฺโม"ติ อาห. นนุ ภนฺเต ปุพฺเพ อวจุตฺถาติ. อาม มหาราช, สาราณียธมฺโม ๔- ปูริโต มยา, ตสฺส เม ธมฺมสฺส ปูริตกาลโต ปฏฺฐาย ภาชนียฏฺฐาเน ๕- อคฺคภณฺฑํ ปาปุณาตีติ. "สาธุ สาธุ ภนฺเต อนุจฺฉวิกมิทํ ตุยฺหนฺ"ติ วตฺวา ๖- ปกฺกามิ. อิทํ "ภาชนียฏฺฐาเน อคฺคภณฺฑํ ปาปุณาตี"ติ เอตฺถ วตฺถุ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
พฺราหฺมณติสฺสภเย ปน ภาตรคามวาสิโน นาคตฺเถริยา อนาโรเจตฺวาว ปลายึสุ. เถรี ปจฺจูสสมเย "อติวิย อปฺปนิคฺโฆโส คาโม, อุปธาเรถ ตาวา"ติ ทหรภิกฺขุนิโย อาห. ตา คนฺตฺวา สพฺเพสํ คตภาวํ ญตฺวา อาคมฺม เถริยา อาโรเจสุํ. สา สุตฺวา "มา ตุเมฺห เตสํ คตภาวํ จินฺตยิตฺถ, อตฺตโน อุทฺเทสปริปุจฺฉาโยนิโสมนสิกาเรสุเยว โยคํ กโรถา"ติ วตฺวา ภิกฺขาจารเวลาย ปารุปิตฺวา อตฺตทฺวาทสมา คามทฺวาเร นิโคฺรธมูเล อฏฺฐาสิ. รุกฺเข อธิวฏฺฐา เทวตา ทฺวาทสนฺนํ ๗- ภิกฺขุนีนํ ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา "อยฺเย มา อญฺญตฺถ คจฺฉถ, นิจฺจํ อิเธว เอถา"ติ อาห. เถริยา ปน กนิฏฺฐภาตา นาคตฺเถโร นาม อตฺถิ, โส "มหนฺตํ ภยํ, น สกฺกา อิธ ยาเปตุํ, ปรตีรํ คมิสฺสามี"ติ อตฺตทฺวาทสโม ๘- อตฺตโน วสนฏฺฐานา นิกฺขนฺโต เถรึ ทิสฺวา คมิสฺสามีติ ภาตรคามํ อาคโต. เถรี "เถรา อาคตา"ติ สุตฺวา เตสํ สนฺติกํ คนฺตฺวา กึ อยฺยาติ ปุจฺฉิ. โส ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิ. สา "อชฺช เอกทิวสํ วิหาเรเยว วสิตฺวา เสฺว คมิสฺสถา"ติ อาห. เถรา วิหารํ อคมํสุ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เถรี ปุนทิวเส รุกฺขมูเล ปิณฺฑาย จริตฺวา เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา "อิมํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชถา"ติ อาห. เถโร "วฏฺฏิสฺสติ เถรี"ติ วตฺวา ตุณฺหี
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๔ ฉ.ม.,อิ. สารณียธมฺมปูรโก อหํ. ๕ ฉ.ม. ภาชนียภณฺฑฏฺฐาเน เอวมุปริปิ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๖ ฉ.ม.,อิ. วนฺทิตฺวา. ๗ ฉ.ม.,อิ. ทฺวาสนฺนมฺปิ. ๘ ฉ.ม., อิ. อตฺตทฺวาทสโมว อฏฺฐาสิ. ธมฺมิโก ตาตา ปิณฺฑปาโต, กุกฺกุจฺจํ อกตฺวา ปริภุญฺชถาติ. "วฏฺฏิสฺสติ เถรี"ติ. สา ปตฺตํ คเหตฺวา อากาเส ขิปิ. ปตฺโต อากาเส อฏฺฐาสิ. เถโร "สตฺตตาลมตฺเต ฐิตํปิ ภิกฺขุนีภตฺตเมว เถรี"ติ วตฺวา "ภยํ นาม สพฺพกาลํ น โหติ, ภเย วูปสนฺเต อริยวํสํ กถยมาโน `โภ ปิณฺฑปาติก เอวรูปํ ๑- ภิกฺขุนีภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา วีตินามยิตฺถา'ติ จิตฺเตน อนุวทิยมาโน สนฺถมฺเภตุํ น สกฺขิสฺสามิ, อปฺปมตฺตา โหถ เถริโย"ติ มคฺคํ อารุหิ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
รุกฺขเทวตาปิ "สเจ เถโร เถริยา หตฺถโต ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิสฺสติ, น นํ นิวตฺเตสฺสามิ. สเจ น ปริภุญฺชิสฺสติ, นิวตฺเตสฺสามี"ติ จินฺตยมานา ฐตฺวา เถรสฺส คมนํ ทิสฺวา รุกฺขา โอรุยฺห ปตฺตํ ภนฺเต เทถาติ ปตฺตํ คเหตฺวา เถรํ รุกฺขมูเลเยว ๒- อาเนตฺวา อาสนํ ปญฺญเปตฺวา ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา กตฺภตฺตกิจฺจํ ปฏิญฺญํ กาเรตฺวา ทฺวาทส ภิกฺขุนิโย ทฺวาทส จ ภิกฺขู สตฺต วสฺสานิ อุปฏฺฐหติ. อิทํ "เทวตา อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชนฺตี"ติ เอตฺถ วตฺถุ. ตตฺร หิ เถรี สาราณียธมฺมปูริกา อโหสิ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อขณฺฑานีติอาทีสุ ยสฺส สตฺตสุ อาปตฺติกฺขนฺเธสุ อาทิมฺหิ วา อนฺเต วา สิกฺขาปทํ ภินฺนํ โหติ, ตสฺส สีลํ ปริยนฺเต ฉินฺนสาฏโก วิย ขณฺฑํ นาม. ยสฺส ปน เวมชฺเฌ ภินฺนํ, ตสฺส มชฺเฌ ฉิทฺทสาฏโก วิย ฉิทฺทํ นาม โหติ. ยสฺส ปน ปฏิปาฏิยา เทฺว ตีณิ ภินฺนานิ, ตสฺส ปิฏฺฐิยํ วา กุจฺฉิยํ วา อุฏฺฐิเตน วิสภาควณฺเณน กาฬรตฺตาทีนํ อญฺญตรวณฺณา คาวี วิย สพลนฺนาม โหติ. ยสฺส ๓- อนฺตรนฺตรา ภินฺนานิ, ตสฺส อนฺตรนฺตรา วิสภาคพินฺทุจิตฺรคาวี ๓- วิย กมฺมาสํ นาม โหติ. ยสฺส ปน สพฺเพน สพฺพํ อภินฺนานิ, ตสฺส ตานิ สีลานิ อขณฺฑานิ นาม ๔- อจฺฉิทฺทานิ นาม ๔- อสพลานิ นาม ๔- อกมฺมาสานิ นาม โหนฺติ. ตานิ ปเนตานิ ตณฺหาทาสพฺยโต โมเจตฺวา ภุชิสฺสภาวกรณโต ภุชิสฺสานิ, พุทฺธาทีหิ วิญฺญูหิ ปสตฺถตฺตา วิญฺญูปสตฺถานิ, ๕- ตณฺหาทิฏฺฐีหิ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย