ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๙๙] ดูกรอานนท์ บริษัท ๘ พวกเหล่านี้แล ๘ พวกเป็นไฉน คือ ขัตติยบริษัท พราหมณบริษัท คฤหบดีบริษัท สมณบริษัท จาตุมหาราชิกบริษัท ดาวดึงสบริษัท มารบริษัท พรหมบริษัท ฯ ดูกรอานนท์ เรายังจำได้ว่า เราเข้าไปยังขัตติยบริษัทหลายร้อยครั้ง ทั้งเรา เคยนั่งเคย ปราศรัย เคยเข้าสนทนาในขัตติยบริษัทนั้น วรรณะของพวกนั้นเป็น เช่นใด ของเราก็เป็น เช่นนั้น เสียงของพวกนั้นเป็นเช่นใด ของเราก็เป็นเช่นนั้น เรายังพวกนั้นให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้ อาจหาญ ให้รื่นเริงด้วยธรรมีกถา เมื่อเราพูดอยู่ก็ไม่มีใครรู้ว่า ผู้นี้คือใครหนอพูดอยู่ จะเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ครั้นเรายังพวกนั้นให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้รื่นเริงด้วย ธรรมีกถา แล้วหายไป เมื่อเราหายไปแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่า ผู้นี้คือใครหนอ หายไปแล้ว จะเป็นเ ทวดาหรือมนุษย์ ดูกรอานนท์ เรายังจำได้ว่า เราเข้าไปยังพราหมณบริษัท หลายร้อยครั้ง ... คฤหบดีบริษัทหลายร้อยครั้ง ... สมณบริษัทหลายร้อยครั้ง ... จาตุมหาราชิกบริษัทหลายร้อยครั้ง ... ดาวดึงสบริษัทหลายร้อยครั้ง ... มารบริษัท หลายร้อยครั้ง ... พรหมบริษัทหลายร้อยครั้ง ... ทั้งเรา เคยนั่ง เคยปราศรัย เคยเข้าสนทนาในพรหมบริษัทนั้น วรรณะของพวกนั้นเป็นเช่นใด ของเรา ก็เป็น เช่นนั้น เสียงของพวกนั้นเป็นเช่นไร ของเราก็เป็นเช่นนั้น เรายังพวกนั้นให้ เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้รื่นเริงด้วยธรรมีกถา เมื่อเราพูดอยู่ก็ไม่มี ใครรู้ว่า ผู้นี้คือใครหนอ พูดอยู่ จะเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ครั้นเรายังพวกนั้นให้ เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ใช้อาจหาญ ให้ รื่นเริงด้วยธรรมีกถาแล้วหายไป เมื่อเรา หายไปแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่า ผู้นี้คือใครหนอ หายไปแล้ว จะเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ดูกรอานนท์ บริษัท ๘ เหล่านี้แล ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

นิมิตฺโตภาสกถาวณฺณนา

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๑๐๐] ดูกรอานนท์ อภิภายตนะ ๘ ประการ เหล่านี้แล ๘ ประการ เป็นไฉน คือ ผู้หนึ่งมีความสำคัญในรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่เล็กซึ่งมีผิวพรรณดี และมีผิวพรรณ ทราม ครอบงำรูปเหล่านั้นแล้ว มีความสำคัญอย่างนี้ว่า เรารู้ เราเห็น อันนี้ เป็นอภิภายตนะ ข้อที่หนึ่ง ฯ ผู้หนึ่งมีความสำคัญในรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่ใหญ่ ซึ่งมีผิวพรรณดี และมีผิว พรรณทราม ครอบงำรูปเหล่านั้นแล้วมีความสำคัญอย่างนี้ว่า เรารู้ เราเห็น อันนี้ เป็นอภิภายตนะ ข้อที่สอง ฯ ผู้หนึ่งมีความสำคัญในอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่เล็ก ซึ่งมีผิวพรรณดี และมีผิว พรรณทราม ครอบงำรูปเหล่านั้นแล้ว มีความสำคัญอย่างนี้ว่า เรารู้ เราเห็น อันนี้ เป็นอภิภายตนะ ข้อที่สาม ฯ ผู้หนึ่งมีความสำคัญในอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกที่ใหญ่ ซึ่งมีผิวพรรณ ดีและมีผิว พรรณทราม ครอบงำรูปเหล่านั้นแล้ว มีความสำคัญอย่างนี้ว่า เรารู้ เราเห็น อันนี้ เป็นอภิภายตนะ ข้อที่สี่ ฯ ผู้หนึ่งมีความสำคัญในอรูปภายใน เห็นรูปภายนอก อันเขียว มีวรรณะ เขียว เขียว ล้วน มีรัศมีเขียว ดอกผักตบอันเขียว มีวรรณะเขียว เขียวล้วน มีรัศมีเขียว หรือว่าผ้าที่ กำเนิดในเมืองพาราณสี มีส่วนทั้งสองเกลี้ยงเขียว มี วรรณะเขียว เขียวล้วน มีรัศมีเขียว แม้ ฉันใด ผู้หนึ่งมีความสำคัญในอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกอันเขียว มีวรรณะเขียว เขียวล้วนมีรัศมีเขียว ฉันนั้น เหมือนกัน ครอบงำรูปเหล่านั้นแล้ว มีความสำคัญว่า เรารู้ เราเห็น อันนี้ เป็นอภิภายตนะข้อที่ห้า ฯ ผู้หนึ่งมีความสำคัญในอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกอันเหลือง มีวรรณะเหลือง เหลือง ล้วน มีรัศมีเหลือง ดอกกรรณิการ์อันเหลือง มีวรรณะเหลือง เหลืองล้วน มีรัศมีเหลือง หรือว่าผ้าที่กำเนิดในเมืองพาราณสี มีส่วนทั้งสอง เกลี้ยงเหลือง มีวรรณะเหลือง เหลืองล้วน มีรัศมีเหลือง แม้ฉันใด ผู้หนึ่ง มีความสำคัญในอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกอันเหลือง มีวรรณะ เหลือง เหลืองล้วน มีรัศมีเหลือง ฉันนั้นเหมือนกัน ครอบงำรูปเหล่านั้นแล้ว มีความ สำคัญ อย่างนี้ว่า เรารู้ เราเห็น อันนี้ เป็นอภิภายตนะข้อที่หก ฯ ผู้หนึ่งมีความสำคัญในอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกอันแดง มีวรรณะแดง แดงล้วน มีรัศมีแดง ดอกหงอนไก่อันแดง มีวรรณะแดง แดงล้วน มีรัศมีแดง หรือว่าผ้าที่กำเนิดในเมือง พาราณสีมีส่วนทั้งสองเกลี้ยงแดง มีวรรณะแดง แดงล้วน มีรัศมีแดง แม้ฉันใด ผู้หนึ่งมีความ สำคัญในอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกอันแดง มีวรรณะแดง แดงล้วน มีรัศมีแดง ฉันนั้น เหมือนกัน ครอบงำรูปเหล่านั้นแล้ว มีความสำคัญอย่างนี้ว่า เรารู้ เราเห็น อันนี้ เป็นอภิภายตนะ ข้อที่เจ็ด ฯ ผู้หนึ่งมีความสำคัญในอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกอันขาว มีวรรณะขาว ขาวล้วน มีรัศมีขาว ดาวประกายพฤกษ์อันขาว มีวรรณะขาว ขาวล้วน มีรัศมีขาว หรือว่าผ้าที่กำเนิดใน เมืองพาราณสีมีส่วนทั้งสองเกลี้ยงขาว มีวรรณะขาว ขาวล้วน มีรัศมีขาว แม้ฉันใด ผู้หนึ่งมี ความสำคัญในอรูปภายใน เห็นรูปภายนอกอันขาว มีวรรณะขาว ขาวล้วน มีรัศมีขาว ฉันนั้น เหมือนกัน ครอบงำรูปเหล่านั้นแล้ว มีความสำคัญอย่างนี้ว่า เรารู้ เราเห็น อันนี้ เป็นอภิภายตนะ ข้อที่แปด ฯ ดูกรอานนท์ อภิภายตนะ ๘ ประการ เหล่านี้แล ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๖๖] เวสาลึ ปิณฺฑาย ปาวิสีติ กทา ปาวิสิ? อุกฺกเวลโต ๕- นิกฺขมิตฺวา เวสาลีคตกาเล. ภควา กิร วุฏฺฐวสฺโส เวฬุวคามกา นิกฺขมิตฺวา สาวตฺถึ คมิสฺสามีติ อาคตมคฺเคเนว ปฏินิวตฺตนฺโต อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ ปตฺวา เชตวนํ ปาวิสิ,

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ธมฺมเสนาปติ ภควโต วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ทิวาฏฺฐานํ คโต. โส ตตฺถ อนฺเตวาสิเกสุ วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺกนฺเตสุ ทิวาฏฺฐานํ สมฺมชฺชิตฺวา จมฺมกฺขณฺฑํ ปญฺญเปตฺวา ปาเท ปกฺขาเลตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา ผลสมาปตฺตึ ปาวิสิ. อถสฺส ยถาปริจฺเฉเทน ตโต วุฏฺฐิตสฺส อยํ ปริวิตกฺโก อุทปาทิ "พุทฺธา นุ โข ปฐมํ ปรินิพฺพายนฺติ, อคฺคสาวกา นุ โข"ติ. ตโต "อคฺคสาวกา ปฐมนฺ"ติ ญตฺวา อตฺตโน อายุสงฺขารํ โอโลเกสิ. โส "สตฺตาหเมว อายุสงฺขารา เม ปวตฺติสฺสนฺตี"ติ ญตฺวา "กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสามี"ติ จินฺเตสิ. ตโต "ราหุโล ตาวตึเส ปรินิพฺพุโต, อญฺญาโกณฺฑญฺญตฺเถโร ๖- ฉทฺทนฺตทเห, อหํ กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสามี"ติ ปุนปฺปุนํ ๗- จินฺเตนฺโต มาตรํ อารพฺภ สตึ อุปฺปาเทสิ "มยฺหํ มาตา สตฺตนฺนํ อรหนฺตานํ มาตา หุตฺวาปิ พุทฺธธมฺมสํเฆสุ อปฺปสนฺนา, อตฺถิ นุ โข ตสฺสา อุปนิสฺสโย, นตฺถิ นุ โข"ติ อาวชฺเชตฺวา โสตาปตฺติมคฺคสฺส

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓ ฉ.ม. ว ๔ ฉ.ม.,อิ. ภวิสฺสนฺตีติ. ๕ ฉ.ม.,อิ. อุกฺกเจลโต

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๖ ฉ.ม. อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถโร, อิ. อญฺญาตโกณฺฑญฺญตฺเถโร ๗ ฉ.ม.,อิ. ปุน อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา "กสฺส เทสนาย อภิสมโย ภวิสฺสตี"ติ โอโลเกนฺโต "มเมว ธมฺมเทสนาย ภวิสฺสติ, น อญฺญสฺส, สเจ โข ปนาหํ อปฺโปสฺสุกฺโก ภเวยฺยํ, ภวิสฺสนฺติ เม วตฺตาโร `สาริปุตฺตตฺเถโร อวเสสชนานํปิ อวสฺสโย โหติ. ตถา หิสฺส สมจิตฺตสุตฺตเทสนาทิวเส ๑- โกฏิสตสหสฺสเทวตา อรหตฺตํ ปตฺตา. ตโย มคฺเค ปฏิวิทฺธเทวตานํ คณนา นตฺถิ. อญฺเญสุ จ ฐาเนสุ อเนกา อภิสมยา ทิสฺสนฺติ. เถเร จ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตาเนว อสีติกุลสหสฺสานิ. โสทานิ มาตุ มิจฺฉาทสฺสนมตฺตํปิ หริตุํ นาสกฺขี'ติ. ตสฺมา มาตรํ มิจฺฉาทสฺสนา โมเจตฺวา ชาโตวรเกเยว ปรินิพฺพายิสฺสามี"ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา "อชฺเชว ภควนฺตํ อนุชานาเปตฺวา นิกฺขมิสฺสามี"ติ จุนฺทตฺเถรํ อามนฺเตสิ "อายามาวุโส ๒- จุนฺท อมฺหากํ ปญฺจสตาย ภิกฺขุปริสาย สญฺญํ เทหิ `คณฺหถาวุโส ปตฺตจีวรานิ, ธมฺมเสนาปติ นาลกคามํ คนฺตุกาโม"ติ. เถโร ตถา อกาสิ. ภิกฺขู เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เถรสฺส สนฺติกํ อาคมึสุ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เถโร เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ทิวาฏฺฐานํ สมฺมชฺชิตฺวา ทิวาฏฺฐานทฺวาเร ฐตฺวา ทิวาฏฺฐานํ โอโลเกนฺโต "อิทํทานิ ปจฺฉิมทสฺสนํ, ปุน อาคมนํ นตฺถี"ติ ปญฺจสตภิกฺขุปริวุโต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ:-

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ฉินฺโนทานิ ภวิสฺสามิ โลกนาถ มหามุนิ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

คมนาคมนํ นตฺถิ ปจฺฉิมา วนฺทนา อยํ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ชีวิตํ อปฺปกํ มยฺหํ อิโต สตฺตาหมจฺจเย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

นิกฺขิเปยฺยามหํ เทหํ ภารโวโรปนํ ยถา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อนุชานาตุ เม ภนฺเต (ภควา) อนุชานาตุ สุคโต

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปรินิพฺพานกาโล เม โอสฺสฏฺโฐ อายุสงฺขาโรติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

พุทฺธา ปน ยสฺมา "ปรินิพฺพาหี"ติ วุตฺเต มรณวณฺณํ ๓- สํวณฺเณนฺติ นาม "มา ปรินิพฺพาหี"ติ วุตฺเต วฏฺฏสฺส คุณํ กเถนฺตีติ ๔- มิจฺฉาทิฏฺฐิกา โทสํ อาโรเปนฺติ ๕- ตสฺมา ตทุภยํปิ น วทนฺติ. เตน นํ ภควา "กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสสิ

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๕๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”