ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๐๗] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปยังอุปัฏฐานศาลาประทับนั่ง บนอาสนะที่ เขาจัดถวาย ครั้นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งแล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลาย ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม เหล่าใดที่เราแสดงแล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง ธรรม เหล่านั้น พวกเธอเรียนแล้ว พึงส้องเสพ พึงให้เจริญ พึงกระทำให้มากด้วยดี โดยประการที่พรหมจรรย์นี้จะพึงยั่งยืน ดำรงอยู่ได้นาน เพื่อประโยชน์ ของชน เป็นอันมาก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ก็ธรรมที่เราแสดงแล้ว ด้วยปัญญาอันยิ่ง ... เหล่านั้นเป็นไฉน คือสติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โภชฌงค์ ๗ มรรคมีองค์ ๘ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้แลที่เรา แสดงแล้ว ด้วยปัญญาอันยิ่ง ... ฯ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเตือนภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอ เตือนพวกเธอ สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมเป็นธรรมดา พวกเธอจงยัง ความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม ความปรินิพพานแห่งตถาคต จักมีในไม่ช้า โดย ล่วงไปอีกสามเดือนแต่นี้ ตถาคตก็จักปรินิพพาน ฯ พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ ตรัสพระคาถา ประพันธ์ต่อไปอีกว่า
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๑๗๑] ยํ มหาวาตาติ เยน สมเยน ยสฺมึ วา สมเย มหาวาตา วายนฺติ. มหาวาตา วายนฺตาติ ๑- อุกฺเขปกวาตา นาม อุฏฺฐหนฺติ, เต วายนฺตา สฏฺฐิสหสฺสาธิกนวโยชนสตสหสฺสพหลํ อุทกสนฺธารกวาตํ อุปจฺฉินฺทนฺติ, ตโต อากาเส อุทกํ ภสฺสติ, ตสฺมึ อุทเก ภสฺสนฺเต ปฐวี ภสฺสติ. ปุน วาโต อตฺตโน พเลน อนฺโตธมฺมกรเก ๒- วิย อุทกํ อาพนฺธิตฺวา คณฺหาติ, ตโต อุทกํ อุคฺคจฺฉติ, ตสฺมึ อุคฺคจฺฉนฺเต ปฐวี อุคฺคจฺฉติ. เอวํ อุทกํ กมฺปิตํ ปฐวึ กมฺเปติ. เอวญจ ๓- กมฺปนํ ยาว อชฺชกาลาปิ โหติเยว, พลหภาเวน ๔- ปน โอคฺคจฺฉนุคฺคจฺฉนํ น ปญฺญายติ.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๐๘] คนเหล่าใด ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ทั้งพาลทั้งบัณฑิต ทั้งมั่งมี ทั้งขัดสน ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า ภาชนะดินที่นายช่าง หม้อกระทำแล้ว ทั้ง เล็กทั้งใหญ่ ทั้งสุกทั้งดิบ ทุกชนิด มีความแตกเป็นที่สุด ฉันใด ชีวิต ของสัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้น ฯ พระศาสดาได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า วัยของเรา แก่หง่อมแล้ว ชีวิตของเราเป็นของน้อย เราจักละ พวกเธอไป เรากระทำที่พึ่งแก่ตนแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลายพวกเธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ มีศีล อันดีเถิด จงเป็น ผู้ มีความดำริตั้งมั่นดีแล้ว ตามรักษาจิตของตนเถิด ผู้ใด จักเป็น ผู้ ไม่ประมาท อยู่ในธรรมวินัยนี้ ผู้นั้นจักละชาติสงสาร แล้วกระทำที่สุด แห่งทุกข์ได้ ดังนี้ ฯ จบภาณวารที่สาม ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
มหิทฺธิโก มหานุภาโวติ อิชฺฌนสฺส มหนฺตตาย มหิทฺธิโก อนุภวิตพฺพสฺส มหนฺตตาย มหานุภาโว. ปริตฺตาติ ทุพฺพลา. อปฺปมาณาติ พลวา. โส อิมํ ปฐวึ กมฺเปตีติ โส อิทฺธึ นิพฺพตฺเตตฺวา สํเวเชนฺโต วา มหาโมคฺคลฺลาโน วิย, วีมํสนฺโต วา มหานาคตฺเถรสฺส ภาคิเนยฺโย สํฆรกฺขิตสามเณโร วิย ปฐวึ กมฺเปติ. โส กิรายสฺมา ขุรคฺเคเยว อรหตฺตํ ปตฺโต ๕- จินฺเตสิ "อตฺถิ นุโข เกนจิ ภิกฺขุนา ๖- ปพฺพชิตทิวเสเยว อรหตฺตํ ปตฺวา เวชยนฺโต ปาสาโท กมฺปิตปุพฺโพ"ติ. ตโต "นตฺถิ โกจี"ติ ญตฺวา "อหํ กมฺเปสฺสามี"ติ อภิญฺญาพเลน เวชยนฺตมตฺถเก ฐตฺวา ปาเทน ปหริตฺวา กมฺเปตุํ นาสกฺขิ. อถ นํ สกฺกสฺส นาฏกิตฺถิโย อาหํสุ "ปุตฺต สํฆรกฺขิต ตฺวํ ปูติคนฺเธเนว สีเสน เวชยนฺตํ กมฺเปตุํ อิจฺฉสิ, สุปติฏฺฐิโตกาโส ๗- ตาต ปาสาโท, กถํ กมฺเปตุํ สกฺขิสฺสสี"ติ.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๐๙] ครั้งนั้น เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้ว ทรงถือบาตร และจีวร เสด็จ เข้าไปยังเมืองเวสาลีเพื่อบิณฑบาต เสด็จเที่ยวบิณฑบาตในเมือง เวสาลีแล้ว เวลาปัจฉาภัต เสด็จ กลับจากบิณฑบาต ทอดพระเนตรเมืองเวสาลี เป็นนาคาวโลก แล้วรับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ การเห็นเมืองเวสาลี ของตถาคตครั้งนี้ จักเป็นครั้งสุดท้าย มาไปกันเถิดอานนท์ เราจักไปยังบ้าน ภัณฑคาม ท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่เสด็จถึงบ้านภัณฑคามแล้ว ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ ณ บ้านภัณฑคามนั้น ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาครับสั่ง กะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะไม่รู้แจ้ง แทงตลอดธรรม ๔ ประการ เราและพวกเธอจึงเร่ร่อนท่องเที่ยวไปสิ้น กาลนานอย่างนี้ ๔ ประการเป็นไฉน เพราะไม่รู้แจ้งแทงตลอดศีลอันเป็นอริยะ เราและพวก เธอจึงเร่ร่อนท่องเที่ยวไป สิ้นกาลนาน เพราะไม่รู้แจ้งแทงตลอดสมาธิอันเป็นอริยะ ... ปัญญาอัน เป็นอริยะ ... วิมุตติอันเป็นอริยะ เราและพวกเธอจึงเร่ร่อนท่องเที่ยวไปสิ้นกาลนานอย่างนี้ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราได้รู้แจ้งแทงตลอดศีลอันเป็นอริยะสมาธิอันเป็น อริยะ ปัญญา อันเป็นอริยะ วิมุตติอันเป็นอริยะแล้ว ตัณหาในภพเราถอนเสียแล้ว ตัณหาอันจะนำไปสู่ภพสิ้น แล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มี ฯ พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ ตรัสคาถา ประพันธ์ต่อไปอีกว่า
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สามเณโร "อิมา เทวตา มยา สทฺธึ เกฬึ กโรนฺติ, อหํ โข ปน อาจริยํ นาลตฺถํ, กหํ นุ โข เม อาจริโย สามุทฺทิกมหานาคตฺเถโร"ติ อาวชฺเชนฺโต มหาสมุทฺเท อุทกเลณํ มาเปตฺวา ทิวาวิหารํ นิสินฺโนติ ญตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา เถรํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. ตโต นํ เถโร "กินฺตาต สํฆรกฺขิต
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๔ ม. พหุลภาเวน ๕ ฉ.ม. อิ. ปตฺวา ๖ ฉ.ม.,อิ. โกจิ ภิกฺขุ, เยน
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๗ ฉ.ม., อิ. สุปติฏฺฐิโต อสิกฺขิตฺวาว ยุทฺธํ ปวิฏฺโฐสี"ติ วตฺวา "นาสกฺขิ ตาต เวชยนฺตํ กมฺเปตุนฺ"ติ ปุจฺฉิ. อาจริยํ ภนฺเต นาลตฺถนฺติ. อถ นํ เถโร "ตาต ตุมฺหาทิเส อกมฺเปนฺเต โก อญฺโญ กมฺเปสฺสติ, ทิฏฺฐปุพฺพนฺเต ตาต อุทกปิฏฺเฐ โคมยปิณฺฑํ ปลฺลวตนฺติ ๑- วตฺวา ตาต กปลฺลปูวํ ๒- ปจนฺตา อนฺเต ๓- น ๓- ปริจฺฉินฺทนฺติ, อิมินา โอปมฺเมน ชานาหี"ติ อาห. โส "วฏฺฏิสฺสติ ภนฺเต เอตฺตเกนา"ติ วตฺวา ปาสาเทน ปติฏฺฐิโตกาสํ อุทกํ โหตูติ อธิฏฺฐาย เวชยนฺตาภิมุโข อคมาสิ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เทวธีตโร ตํ ทิสฺวา "เอกวารํ ลชฺชิตฺวา คโต, ปุนปิ สามเณโร เอติ, ปุนปิ เอตี"ติ วทึสุ. สกฺโก เทวราชา "มา มยฺหํ ปุตฺเตน สทฺธึ กถยิตฺถ, อิทานิ เตน อาจริโย ลทฺโธ, ขเณน ปาสาทํ กมฺเปสฺสตี"ติ อาห. สามเณโร ๔- ปาทงฺคุฏฺเฐน ปาสาทถูปิกมฺปหริ. ปาสาโท จตูหิ ทิสาหิ โอนมติ. เทวตา "เทหิ ตาต ปาสาทสฺส ปติฏฺฐาตุํ, เทหิ ตาต ปาสาทสฺส ปติฏฺฐาตุนฺ"ติ วิรวึสุ. สามเณโร ปาสาทํ ยถาฐาเน ฐเปตฺวา ปาสาทมตฺถเก ฐตฺวา อุทานํ อุทาเนสิ:-
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อชฺเชวาหํ ปพฺพชิโต อชฺชปตฺตาสวกฺขยํ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อชฺช กมฺเปมิ ปาสาทํ อโห พุทฺธสฺสุฬารตา.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อชฺเชวาหํ ปพฺพชิโต อชฺช ปตฺตาสวกฺขยํ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อชฺช กมฺเปมิ ปาสาทํ อโห ธมฺมสฺสุฬารตา.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อชฺเชวาหํ ปพฺพชิโต อชฺช ปตฺตาสวกฺขยํ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อชฺช กมฺเปมิ ปพฺพชิโต อโห สํฆสฺสุฬารตาติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อิโต ปเรสุ ฉสุ ปฐวีกมฺเปสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ มหาปทาเน วุตฺตเมว.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อิติ อิเมสุ อฏฺฐสุ ปฐวีกมฺเปสุ ปฐโม ธาตุโกเปน, ๕- ทุติโย อิทฺธานุภาเวน, ตติยจตุตฺถา ปุญฺญเตเชน, ปญฺจโม ญาณเตเชน, ฉฏฺโฐ สาธุการทานวเสน, สตฺตโม การุญฺญภาเวน, อฏฺฐโม อาโรทเนน. มาตุ กุจฺฉึ จ โอกฺกมนฺเต จ ตโต นิกฺขมนฺเต จ มหาสตฺเต ตสฺส ปุญฺญเตเชน ปฐวี อกมฺปิตฺถ. อภิสมฺโพธิยํ ญาณเตเชน อภิหตา หุตฺวา อกมฺปิตฺถ. ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๔ ฉ.ม. สามเณโรปิ ๕ ม. อิ. ธาตุกฺโขเภน สาธุการภาวสณฺฐิตา สาธุการํ ททมานา อกมฺปิตฺถ. อายุสงฺขาโรสฺสชฺชเน การุญฺญภาวสณฺฐิตา จิตฺตสงฺโขภํ อสหมานา อกมฺปิตฺถ. ปรินิพฺพาเน อาโรทนเวคตุนฺนา หุตฺวา อกมฺปิตฺถ. อยํ ปนตฺโถ ปฐวีเทวตาย วเสน เวทิตพฺโพ, มหาภูตปฐวิยา ปเนตํ นตฺถิ อเจตนตฺตาติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อิเม โข อานนฺท อฏฺฐ เหตูติ เอตฺถ อิเมติ นิทฺทิฏฺฐนิทสฺสนํ. เอตฺตาวตา จ ปนายสฺมา อานนฺโท "อทฺธา อชฺช ภควตา อายุสงฺขาโร โอสฺสฏฺโฐ"ติ สลฺลกฺเขสิ. ภควา ปน สลฺลกฺขิตภาวํ ชานนฺโตปิ โอกาสํ อทตฺวาว อญฺญานิปิ อฏฺฐกานิ สมฺปิณฺฑนฺโต "อฏฺฐ โข อิมา"ติ อาทิมาห.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อฏฺฐปริสวณฺณนา
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๑๗๒] ตตฺถ อเนกสตํ ขตฺติยปริสนฺติ พิมฺพิสารสมาคมญาติ- สมาคมลิจฺฉวิสมาคมาทิสทิสํ, สา ปน อญฺเญสุ จกฺกวาเฬสุปิ ลพฺภติเยว. สลฺลปิตปุพฺพนฺติ อลลฺลาปสลฺลาโป ๑- กตปุพฺโพ. สากจฺฉาติ ธมฺมสากจฺฉาปิ สมาปชฺชิตปุพฺพา. ยาทิสโก เตสํ วณฺโณติ เต โอทาตาปิ โหนฺติ กาฬาปิ มงฺคุรจฺฉวีปิ, สตฺถา สุวณฺณวณฺโณว. อิทํ ปน สณฺฐานํ ปฏิจฺจ กถิตํ. สณฺฐานํปิ จ เกวลํ เตสํ ปญฺญายติเยว, น ปน ภควา มิลกฺขสทิโส ๒- โหติ นาปิ อามุตฺตมณิกุณฺฑโล, พุทฺธเวเสเนว นิสีทติ. เต ปน อตฺตนา ๓- สมานสณฺฐานเมว ปสฺสนฺติ. ยาทิสโก เตสํ สโรติ เต ฉินฺนสฺสราปิ โหนฺติ คคฺครสฺสราปิ กากสฺสราปิ โหนฺติ, สตฺถา พฺรหฺมสฺสโรว. อิทํ ปน ภาสนฺตรํ สนฺธาย กถิตํ. สเจปิ หิ ตตฺถ สตฺถา ราชาสเน นิสินฺโน กเถติ, "อชฺช ราชา มธุเรน สเรน กเถตี"ติ เตสํ โหติ. กเถตฺวา ปกฺกนฺเต ปน ภควติ ปุน ราชานํ อาคตํ ทิสฺวา "โก นุโข อยนฺ"ติ วีมํสา อุปฺปชฺชติ. ตตฺถ "โก นุ โข อยนฺ"ติ อิมสฺมึ ฐาเน อิทาเนว มคธภาสาย ๔- สีหลภาสาย มธุเรนากาเรน กเถนฺโต โก นุ โข อยํ อนฺตรหิโต, กึ เทโว, อุทาหุ มนุสฺโสติ เอวํ วิมํสนฺตาปิ น ชานนฺตีติ อตฺโถ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย