ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๑๑๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พึงกล่าวอย่างนี้ว่า สงฆ์พร้อมทั้ง พระเถระ พร้อมทั้งปาโมกข์ อยู่ในอาวาสโน้น ข้าพเจ้าได้ฟังมา ได้รับมาเฉพาะหน้าสงฆ์นั้นว่า นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสั่งสอนของ พระศาสดา ดังนี้ พวกเธอไม่พึงชื่นชมไม่พึง คัดค้านคำกล่าวของภิกษุนั้น ครั้นแล้ว พึงเรียนบทและพยัญชนะเหล่านั้นให้ดี แล้วสอบสวน ในพระสูตร เทียบเคียง ในพระวินัย ถ้าเมื่อสอบสวนในพระสูตร เทียบเคียงในพระวินัย ลงใน พระสูตร ไม่ได้ ลงในพระวินัยไม่ได้ พึงถึงความตกลงในข้อนี้ว่า นี้มิใช่คำสั่งสอนของ พระผู้มี พระภาคแน่นอน และภิกษุสงฆ์นั้นจำมาผิดแล้ว ดังนั้น พวกเธอพึงทิ้ง คำกล่าวนั้นเสีย ถ้าเมื่อ สอบสวนในพระสูตร เทียบเคียงในพระวินัย ลงในพระ สูตรได้ เทียบเคียงในพระวินัยได้ พึงถึงความตกลงในข้อนี้ว่า นี้เป็นคำสั่งสอนของ พระผู้มีพระภาคแน่นอน และภิกษุสงฆ์นั้นจำมา ถูกต้องแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพึงทรงจำมหาประเทศข้อที่สองนี้ไว้ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๘๔] ยถยิทํ พฺรหฺมจริยนฺติ ยถา อิทํ สิกฺขตฺตยสงฺคหํ สาสนพฺรหฺมจริยํ. อทฺธนิยนฺติ อทฺธานกฺขมํ. จิรฏฺฐิติกนฺติ จิรปฺปวตฺติวเสน จิรฏฺฐิติกํ. จตฺตาโร สติปฏฺฐานาติ อาทิ สพฺพํ โลกิยโลกุตฺตรวเสเนว กถิตํ. เอเตสํ ปน โพธิปกฺขิยานํ ธมฺมานํ วินิจฺฉโย สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค ปฏิปทาญาณทสฺสน- วิสุทฺธินิทฺเทเส วุตฺโต. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๑๑๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พึงกล่าวอย่างนี้ว่า ภิกษุ ผู้เป็นเถระ มากรูปอยู่ในอาวาสโน้น เป็นพหูสูต มีอาคมอันมาถึงแล้ว เป็นผู้ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา ข้าพเจ้าได้ฟังมา ได้รับมาเฉพาะหน้าพระเถระเหล่านั้นว่า นี้เป็น ธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำ สั่งสอนของพระศาสดา ดังนี้ พวกเธอไม่พึงชื่นชม ไม่พึง คัดค้านคำกล่าวของภิกษุนั้น ครั้นแล้ว พึงเรียนบทและพยัญชนะเหล่านั้นให้ดี แล้วสอบสวนในพระสูตร เทียบเคียงในพระวินัย ถ้า เมื่อสอบสวนในพระสูตร เทียบเคียงในพระวินัย ลงในพระสูตรไม่ได้ ลงในพระวินัยไม่ได้ พึงถึงความ ตกลงในข้อนี้ว่านี้มิใช่คำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคแน่นอน และพระเถระเหล่านั้น จำมาผิดแล้ว ดังนั้น พวกเธอพึงทิ้งคำกล่าวนั้นเสีย ถ้าเมื่อสอบสวนในพระสูตร เทียบเคียง ในพระวินัย ลงในพระสูตรได้ เทียบเคียงในพระวินัยได้ พึงถึงความตกลง ในข้อนี้ว่า นี้เป็นคำ ของพระผู้มีพระภาคแน่นอน และพระเถระเหล่านั้น จำมาถูก ต้องแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวก เธอพึงทรงจำมหาประเทศข้อที่สามนี้ไว้ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตติยภาณวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๑๑๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พึงกล่าวอย่างนี้ว่า ภิกษุ ผู้เป็นเถระ อยู่ในอาวาสโน้น เป็นพหูสูต มีอาคมอันมาถึงแล้ว เป็นผู้ทรงธรรม ทรง วินัย ทรงมาติกา ข้าพเจ้าได้ฟังมา ได้รับมาเฉพาะหน้าพระเถระนั้นว่า นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสั่งสอน ของพระศาสดา ดังนี้ พวกเธอไม่พึงชื่นชม ไม่พึงคัดค้าน คำกล่าวของภิกษุนั้น ครั้นแล้ว พึง เรียนบทและพยัญชนะเหล่านั้นให้ดี แล้วสอบ สวนในพระสูตร เทียบเคียงในพระวินัย ถ้าเมื่อ สอบสวนในพระสูตร เทียบเคียง ในพระวินัย ลงในพระสูตรไม่ได้ ลงในพระวินัยไม่ได้ พึงถึง ความตกลงในข้อนี้ว่า นี้มิใช่คำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคแน่นอน และพระเถระนั้นจำมาผิดแล้ว ดังนั้น พวกเธอพึงทิ้งคำกล่าวนั้นเสีย ถ้าเมื่อสอบสวนในพระสูตร เทียบเคียงในพระวินัย ลง ในพระสูตรได้ เทียบเคียงในพระวินัยได้ พึงถึงความตกลงในข้อนี้ว่า นี้เป็นคำของ พระผู้มี พระภาคแน่นอน และพระเถระนั้นจำมาถูกต้องแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพึงทรงจำมหา ประเทศข้อที่สี่นี้ไว้ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพึงทรงจำ มหาประเทศทั้ง ๔ เหล่านี้ไว้ ฉะนี้แล ฯ ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคประทับ ณ อานันทเจดีย์ในโภคนครนั้น ทรงกระ ทำธรรมีกถา นี้แหละเป็นอันมากแก่พวกภิกษุว่า อย่างนี้ศีล อย่างนี้สมาธิ อย่างนี้ ปัญญา สมาธิอันศีลอบรม แล้ว ย่อมมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่ ปัญญาอันสมาธิ อบรมแล้ว ย่อมมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่ จิตอันปัญญาอบรมแล้ว ย่อมหลุดพ้น จากอาสวะโดยชอบ คือ กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

นาคาปโลกิตวณฺณนา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๘๖] นาคาปโลกิตนฺติ ยถา หิ มหาชนสฺส อฏฺฐีนิ โกฏิยา โกฏึ อาหจฺจ ฐิตานิ ปจฺเจกพุทฺธานํ, องฺกุสกลคฺคานิ วิย, น เอวํ พุทฺธานํ. พุทฺธานํ ปน สุวณฺณกฺขนฺธํ ๑- วิย เอกาพทฺธานิ หุตฺวา ฐิตานิ, ตสฺมา ปจฺฉโต อปโลกนกาเล น สกฺกา โหติ คีวํ ปริวตฺเตตุํ. ยถา ปน หตฺถินาโค ปจฺฉาภาคํ อปโลเกตุกาโม สกลสรีเรเนว ปริวตฺตติ, เอวํ ปริวตฺเตตพฺพํ โหติ. ภควโต ปน นครทฺวาเร ฐตฺวา "เวสาลึ อปโลเกสฺสามี"ติ จิตฺเต อุปฺปนฺนมตฺเต "ภควา อเนกานิ กปฺปโกฏิสตสหสฺสานิ ๒- ปารมิโย ปูเรนฺเตหิ ตุเมฺหหิ น คีวํ ปริวตฺเตตฺวา อปโลกนกมฺมํ กตนฺ"ติ อยํ มหาปฐวี ๓- กุลาลจกฺกํ วิย ปริวตฺเตตฺวา ภควนฺตํ เวสาลีนคราภิมุขํ อกาสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

นนุ จ น เกวลํ เวสาลิยาว, สาวตฺถีราชคหนาลนฺทปาฏลิคามโกฏิ- คามนาทิกคามเกสุปิ ตโต ตโต นิกฺขนฺตกาเล ตนฺตํ สพฺพํ ปจฺฉิมทสฺสนเมว, ตตฺถ ตตฺถ กสฺมา นาคาปโลกิตํ นาปโลเกสีติ. อนจฺฉริยตฺตา. ตตฺถ ตตฺถ หิ นิวตฺเตตฺวา อปโลเกนฺตสฺเสตํ น อจฺฉริยํ โหติ, ตสฺมา นาปโลเกสิ. อปิจ เวสาลีราชาโน อาสนฺนวินาสา, ติณฺณํ วสฺสานํ อุปริ วินสฺสิสฺสนฺตีติ. ๔- เต ตํ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓ ฉ.ม. ปถวี ๔ ฉ.ม., อิ. อิติสทฺโท น ทิสฺสติ นครทฺวาเร นาคาปโลกิตํ นาม เจติยํ กตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ปูเชสฺสนฺติ, ตํ เนสํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ภวิสฺสตีติ เตสํ อนุกมฺปาย อปโลเกสิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ทุกฺขสฺสนฺตงฺกโรติ วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตกโร. จกฺขุมาติ ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมา. ปรินิพฺพุโตติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

จตุมหาปเทสกถาวณฺณนา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๘๗] มหาปเทเสติ มหาโอกาเส, มหาอปเทเส วา, พุทฺธาทโย มหนฺเต มหนฺเต อปทิสิตฺวา วุตฺตานิ มหาการณานีติ อตฺโถ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๘๘] เนว ๑- อภินนฺทิตพฺพนฺติ หฏฺฐตุฏฺเฐหิ สาธุการํ ทตฺวา ปุพฺเพว น โสตพฺพํ, เอวํ กเต หิ ปจฺฉา "อิทํ น สเมตี"ติ วุจฺจมาโนปิ "กึ ปุพฺเพว อยํ ธมฺโม, อิทานิ น ธมฺโม"ติ วตฺวา ลทฺธึ น วิสชฺเชติ. นปฺปฏิกฺโกสิตพฺพนฺติ "กึ เอส พาโล วทตี"ติ เอวํ ปุพฺเพว น วตฺตพฺพํ, เอวํ วุตฺเต หิ วตฺตุํ ยุตฺตํปิ น วกฺขติ. เตนาห "อนภินนฺทิตฺวา อปฺปฏิกฺโกสิตฺวา"ติ. ปทพยญฺชนานีติ ปทสงฺขาตานิ พยญฺชนานิ. สาธุกํ อุคฺคเหตฺวาติ อิมสฺมึ ฐาเน ปาลิ วุตฺตา, อิมสฺมึ ฐาเน อตฺโถ วุตฺโต, อิมสฺมึ ฐาเน อนุสนฺธิ กถิตา ๒- อิมสฺมึ ฐาเน ปุพฺพาปรํ กถิตนฺติ สุฏฺฐุ คเหตฺวา. สุตฺเต โอตาเรตพฺพานีติ. ๓- สุตฺเต โอตาเรตพฺพานิ. วินเย สนฺทสฺเสตพฺพานีติ วินเยน สํสนฺเทตพฺพานิ. ๔-

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอตฺถ จ สุตฺตนฺติ วินโย. ยถาห "กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตํ, สาวตฺถิยา สุตฺตวิภงฺเค"ติ. ๕- วินโยติ ขนฺธโก. ยถาห "โกสมฺพิยํ ๖- วินยาติสาเร"ติ. เอวํ วินยปิฏกํปิ น ปริยาทิยติ. อุภโตวิภงฺคา ปน สุตฺตํ, ขนฺธกปริวารา วินโยติ เอวํ วินยปิฏกํ ปริยาทิยติ. อถวา สุตฺตนฺตปิฏกํ สุตฺตํ วินยปิฏกํ วินโยติ เอวํ เทฺวเยว ปิฏกานิ ปริยาทิยนฺติ. สุตฺตนฺตาภิธมฺมปิฏกกานิ วา สุตฺตํ, วินยปิฏกํ วินโยติ เอวมฺปิ ตีณิ ปิฏกานิ น ตาว ปริยาทิยนฺติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ อิ. สนฺทสฺเสตพฺพานิ ๕ วินย. ๗/๔๕๗/๓๐๑ สตฺตสติกฺขนฺธก

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๖ ฉ.ม. โกสมฺพิยนฺติ อยํ น ทิสฺสติ อสุตฺตนามกํ ๑- กิญฺจิ พุทฺธวจนํ นาม อตฺถิ. เสยฺยถีทํ:- ชาตกํ ปฏิสมฺภิทา นิทฺเทโส สุตฺตนิปาโต ธมฺมปทํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ วิมานวตฺถุ เปตวตฺถุ เถรคาถา เถรีคาถา อปทานนฺติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สุทินฺนตฺเถโร ปน "อสุตฺตกํ นาม กึ พุทฺธวจนํ อตฺถี"ติ ตํ สพฺพํ ปฏิกฺขิปิตฺวา "ตีณิ ปิฏกานิ สุตฺตํ, วินโย ปน การณนฺ"ติ อาห. ตโต ตํ การณํ ทสฺเสนฺโต อิทํ สุตฺตมาหริ:- เย โข ตฺวํ โคตมิ ธมฺเม ชาเนยฺยาสิ, อิเม ธมฺมา สราคาย สํวตฺตนฺติ โน วิราคาย, สญฺโญคาย สํวตฺตนฺติ โน วิสญฺโญคาย, อาจยาย สํวตฺตนฺติ โน อปจยาย, มหิจฺฉตาย สํวตฺตนฺติ โน อปฺปิจฺฉตาย, อสนฺตุฏฺฐิยา สํวตฺตนฺติ โน สนฺตุฏฺฐิยา, สงฺคณิกาย สํวตฺตนฺติ โน ปวิเวกาย, โกสชฺชาย สํวตฺตนฺติ โน วิริยารมฺภาย, ทุพฺภรตาย สํวตฺตนฺติ โน สุภรตาย, เอกํเสน โคตมิ ธาเรยฺยาสิ "เนโส ธมฺโม, เนโส วินโย, เนตํ สตฺถุสาสนนฺ"ติ. เย จ โข ตฺวํ โคตมิ ธมฺเม ชาเนยฺยาสิ อิเม ธมฺมา วิราคาย สํวตฺตนฺติ โน สราคาย, วิสญฺโญคาย สํวตฺตนฺติ โน สญฺโญคาย, อปจยาย สํวตฺตนฺติ โน อาจยาย, อปฺปิจฺฉตาย สํวตฺตนฺติ โน มหิจฺฉตาย, สนฺตุฏฺฐิยา สํวตฺตนฺติ โน อสนฺตุฏฺฐิยา, ปวิเวกาย สํวตฺตนฺติ โน สงฺคณิกาย, วิริยารมฺภาย สํวตฺตนฺติ โน โกสชฺชาย, สุภรตาย สํวตฺตนฺติ โน ทุพฺภรตาย, เอกํเสน โคตมิ ธาเรยฺยาสิ "เอโส ธมฺโม, เอโส วินโย, เอตํ สตฺถุสาสนนฺ"ติ. ๒-

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตสฺมา สุตฺเตติ เตปิฏเก พุทฺธวจเน โอตาเรตพฺพานิ. วินเยติ เอตสฺมึ ราคาทิวินยการเณ สํสนฺเทตพฺพานีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. น เจว สุตฺเต โอตรนฺตีติ ๓- สุตฺตปฏิปาฏิยา กตฺถจิ อนาคนฺตฺวา ฉลฺลึ อุฏฺฐเปตฺวา คุฬฺหเวสฺสนฺตรคุฬฺห- อุมฺมคฺคคุฬฺหวินยเวทลฺลปิฏกานํ อญฺญตรโต อาคตานิ ปญฺญายนฺตีติ อตฺโถ. เอวํ อาคตานิ หิ ราคาทิวินเย ปน น ปญฺญายมานานิ ฉฑฺเฑตพฺพานิ โหนฺติ. เตน วุตฺตํ "อิติ เหตํ ภิกฺขเว ฉฑฺเฑยฺยาถา"ติ. เอเตนุปาเยน สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@ ๒๓/๑๔๓/๒๘๘ (สยา) ๓ ฉ.ม. โอสรนฺตีติ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อิทํ ภิกฺขเว จตุตฺถํ มหาปเทสํ ธาเรยฺยาถาติ อิทํ จตุตฺถธมฺมสฺส ปติฏฺฐาโนกาสํ ธาเรยฺยาถ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๖๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”