ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๑๗] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในโภคนครตามความพอ พระทัยแล้ว ตรัส เรียกท่านพระอานนท์มารับสั่งว่า ดูกรอานนท์ มาไปกันเถิด เราจัก ไปยังเมืองปาวา ท่านพระ อานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ หมู่ใหญ่ เสด็จถึงเมืองปาวาแล้ว ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคประทับ ณ อัมพวันของนายจุนทกัมมาร บุตร ในเมืองปาวานั้น ฯ ครั้งนั้น นายจุนทกัมมารบุตรได้สดับข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จถึง เมืองปาวา ประทับอยู่ ณ อัมพวันของเราในเมืองปาวา จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค นั่ง ณ ที่ควรส่วน ข้างหนึ่ง ครั้นนายจุนทกัมมารบุตรนั่ง เรียบร้อยแล้ว พระผู้มีพระภาคทรงให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้รื่นเริงด้วยธรรมีกถา ลำดับนั้น นายจุนทกัมมารบุตร อันพระผู้มีพระภาคให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ รื่นเริงด้วยธรรมีกถาแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาค พร้อม ด้วยภิกษุสงฆ์ จงทรงรับภัตของข้าพระองค์ เพื่อเสวยในวันพรุ่งนี้ พระผู้มีพระภาค ทรงรับ ด้วยดุษณีภาพ ฯ ลำดับนั้น นายจุนทกัมมารบุตรทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงรับแล้ว ลุกจากอาสนะ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค กระทำประทักษิณ หลีกไปแล้ว นายจุนท กัมมารบุตรให้ตระเตรียม ของเคี้ยวของฉันอันประณีต และสุกรมัททวะ เป็นอันมาก ในนิเวศน์ของตน โดยล่วงราตรีนั้น ไป ให้กราบทูลกาลแด่พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ได้เวลาแล้ว ภัตตาหารสำเร็จ แล้ว ฯ ครั้งนั้น เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้ว ทรงถือบาตรและจีวร พร้อมด้วยภิกษุ สงฆ์เสด็จเข้าไปยังนิเวศน์ของนายจุนทกัมมารบุตร ประทับนั่ง บนอาสนะที่เขาจัดถวาย ครั้น พระผู้มีพระภาคประทับนั่งแล้วรับสั่งกะนายจุนท กัมมารบุตรว่า ดูกรนายจุนทะ ท่านจงอังคาสเรา ด้วยสุกรมัททวะที่ท่านตระเตรียมไว้ จงอังคาสภิกษุสงฆ์ด้วยของเคี้ยวของฉัน อย่างอื่นที่ท่าน ตระเตรียมไว้ นายจุนท กัมมารบุตรทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว จึงอังคาสพระผู้มี พระภาค ด้วยสุกรมัททวะที่ตนตระเตรียมไว้ อังคาสภิกษุสงฆ์ด้วยของเคี้ยวของฉันอย่างอื่น ที่ตน ตระเตรียมไว้ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะนายจุนทกัมมารบุตรว่า ดูกร นายจุนทะ ท่าน จงฝังสุกรมัททวะที่ยังเหลือเสียในหลุม เรายังไม่เห็นบุคคลในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและ มนุษย์ซึ่งบริโภคสุกรมัททวะนั้นแล้ว จะพึงให้ย่อยไปด้วยดีได้นอกจากตถาคต นาย จุนทกัมมารบุตรทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค แล้ว จึงฝังสุกรมัททวะที่ยังเหลือ เสียในหลุม แล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ถวายบังคมนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคยังนายจุนทกัมมารบุตรผู้นั่งเรียบร้อยแล้ว ให้เห็น แจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้รื่นเริงด้วยธรรมีกถา แล้วเสด็จลุกจากอาสนะ เสด็จ หลีกไป ฯ ลำดับนั้น เมื่อพระผู้มีพระภาคเสวยภัตตาหารของนายจุนทกัมมารบุตรแล้ว ก็เกิดอาพาธ อย่างร้ายแรง มีเวทนากล้าเกิดแต่การประชวรลงพระโลหิต ใกล้จะ นิพพาน ได้ยินว่า พระผู้มี พระภาคทรงมีพระสติสัมปชัญญะ ทรงอดกลั้นเวทนาเหล่านั้นไว้ มิได้ทรงพรั่นพรึง ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกท่านพระอานนท์มารับสั่งว่า มาไปกันเถิด อานนท์ เราจักไปยังเมือง กุสินารา ท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มี พระภาคแล้ว ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อิมสฺมึ ปน ฐาเน อิมํ ปกิณฺณกํ เวทิตพฺพํ:- สุตฺเต จตฺตาโร มหาปเทสา, ขนฺธเก จตฺตาโร มหาปเทสา, จตฺตาริ ปญฺหาพฺยากรณานิ, สุตฺตํ, สุตฺตานุโลมํ, อาจริยวาโท, อตฺตโน มติ, ติสฺโส สงฺคีติโยติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตตฺถ "อยํ ธมฺโม, อยํ วินโย"ติ ธมฺมวินิจฺฉเย ปตฺเต อิเม จตฺตาโร มหาปเทสา ปมาณํ. ยํ เอตฺถ สเมติ ตเทว คเหตพฺพํ, อิตรํ วิรุชฺฌนฺตสฺสาปิ ๑- น คเหตพฺพํ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
"อิทํ กปฺปติ, อิทํ น กปฺปตี"ติ กปฺปิยากปฺปิยวินิจฺฉเย ปตฺเต "ยํ ภิกฺขเว มยา "อิทํ น กปฺปตี"ติ อปฺปฏิกฺขิตฺตํ, ตญฺเจ อกปฺปิยํ อนุโลเมติ, กปฺปิยํ ปฏิพาหติ, ตํ โว น กปฺปตี"ติอาทิมา ๒- นเยน ขนฺธเก วุตฺตา จตฺตาโร มหาปเทสา ปมาณํ. เตสํ วินิจฺฉยกถา สมนฺตปาสาทิกาย วุตฺตา. ตตฺถ วุตฺตนเยน ยํ กปฺปิยํ อนุโลเมติ, ตเทว กปฺปิยํ, อิตรํ อกปฺปิยนฺติ เอวํ สนฺนิฏฺฐานํ กาตพฺพํ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เอกํสพฺยากรณีโย ปโญฺห, วิภชฺชพฺยากรณีโย ปโญฺห, ปฏิปุจฺฉาพฺยากรณีโย ปโญฺห, ฐปนีโย ปโญฺหติ อิมานิ จตฺตาริ ปญฺหาพฺยากรณานิ นาม. ตตฺถ "จกฺขุํ อนิจฺจนฺ"ติ ปุฏฺเฐน "อาม อนิจฺจนฺ"ติ เอกํเสเนว พฺยากาตพฺพํ. เอส นโย โสตาทีสุ. อยํ เอกํสพฺยากรณีโย ปโญฺห. "อนิจฺจํ นาม จกฺขุนฺ"ติ ปุฏฺเฐน ปน "น จกฺขุเมว, โสตมฺปิ อนิจฺจํ ฆานํปิ อนิจฺจนฺ"ติ เอวํ วิภชิตฺวา พฺยากาตพฺพํ. อยํ วิภชฺชพฺยากรณีโย ปโญฺห. "ยถา จกฺขุํ ตถา โสตํ, ยถา โสตํ ตถา จกฺขุนฺ"ติอาทีนิ ปุฏฺเฐน "เกนฏฺเฐน ปุจฺฉสี"ติ ปฏิปุจฺฉิตฺวา "ทสฺสนฏฺเฐน ปุจฺฉามี"ติ วุตฺเต "น หี"ติ พฺยากาตพฺพํ, "อนิจฺจฏเฐน ปุจฺฉามี"ติ วุตฺเต อามาติ พฺยากาตพฺพํ. อยํ ปฏิปุจฺฉาพฺยากรณีโย ปโญฺห. "ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺ"ติอาทีนิ ปุฏฺเฐน ปน "อพฺยากตเมตํ ภควตา"ติ ฐเปตพฺโพ,
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สุตฺตาทีสุ ปน สุตฺตํ นาม ติสฺโส สงฺคีติโย อารุฬฺหานิ ตีณิ ปิฏกานิ. สุตฺตานุโลมํ นาม อนุโลมกปฺปิยํ. อาจริยวาโท นาม อฏฺฐกถา. อตฺตโน มติ นาม นยคฺคาเหน อนุพุทฺธิยา อตฺตโน ปฏิภาณํ. ตตฺถ สุตฺตํ อปฏิพาหิยํ, ตํ ปฏิพาหนฺเตน พุทฺโธว ปฏิพาหิโต โหติ. อนุโลมกปฺปิยํ ปน สุตฺเตน สเมนฺตเมว คเหตพฺพํ, น อิตรํ. อาจริยวาโทปิ สุตฺเตน สเมนฺโตเยว คเหตพฺโพ, น อิตโร. อตฺตโน มติ ปน สพฺพทุพฺพลา, สาปิ สุตฺเตน สเมนฺตาเยว คเหตพฺพา, น อิตรา.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ปญฺจสติกา, สตฺตสติกา, สหสฺสิกาติ อิมา ปน ติสฺโส สงฺคีติโย. สุตฺตํปิ ตาสุ อาคตเมว ปมาณํ, อิตรํ คารยฺหสุตฺตํ น คเหตพฺพํ. ตตฺถ โอตรนฺตานิปิ หิ ปทพฺยญฺชนานิ น เจว สุตฺเต โอตรนฺติ, น จ วินเย สนฺทิสฺสนฺตีติ เวทิตพฺพานิ.