ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๒๕] พระพุทธเจ้าผู้ศาสดา ผู้พระตถาคต หาผู้เปรียบมิได้ในโลก ทรงเหน็ดเหนื่อย เสด็จถึงแม่น้ำกกุธานที มีน้ำใส จืด สะอาด เสด็จลงแล้วทรงสรงและเสวยน้ำแล้ว อันหมู่ ภิกษุแวดล้อม เสด็จไปในท่ามกลาง พระผู้มีพระภาคผู้ศาสดาทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรง เป็นไปในธรรมนี้เสด็จถึงอัมพวันแล้ว รับสั่ง กะภิกษุนามว่าจุนทกะว่า เธอจงช่วยปูผ้าสังฆาฏิซ้อน กันเป็น สี่ชั้นให้เรา เราจะนอน พระจุนทกะนั้น อันพระผู้มีพระภาคผู้ อบรม พระองค์ทรงเตือน แล้ว รีบปูผ้าสังฆาฏิพับเป็นสี่ชั้น ถวาย พระศาสดาทรงบรรทมแล้ว หายเหน็ดเหนื่อย ฝ่าย พระจุนทกะนั่งเฝ้าอยู่เฉพาะพระพักตร์ในที่นั้น ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
กสฺมา ปน ภควา เอวํ มหนฺเตน อุสฺสาเหน อิธาคโต, กึ อญฺญตฺถ น สกฺกา ปรินิพฺพายิตุนฺติ? ปรินิพฺพายิตุํ นาม น กตฺถจิ น สกฺกา, ตีหิ ปน การเณหิ อิธาคโต, อิทํ หิ ภควา เอวํ ปสฺสติ "มยิ อญฺญตฺถ ปรินิพฺพายนฺเต มหาสุทสฺสนสุตฺตสฺส อตฺถุปฺปตฺติ น ภวิสฺสติ, กุสินารายํ ปน ปรินิพฺพายนฺเต ยมหํ เทวโลเก อนุภวิตพฺพํ สมฺปตฺตึ มนุสฺสโลเกเยว อนุภวึ, ตํ ทฺวีหิ ภาณวาเรหิ มณฺเฑตฺวา เทเสสฺสามิ, ตํ เม สุตฺวา พหุชนา กุสลํ กตฺตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตี"ติ.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๒๖] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกท่านพระอานนท์มารับสั่งว่า ดูกรอานนท์ บางทีใครๆ จะทำความร้อนใจให้เกิดแก่นายจุนทกัมมารบุตรว่า ดูกรนายจุนทะ มิใช่ลาภของท่าน ท่านได้ไม่ดีแล้ว ที่พระตถาคตเสวยบิณฑบาตของ ท่านเป็นครั้งสุดท้ายเสด็จปรินิพพานแล้ว ดังนี้ เธอพึงช่วยบันเทาความร้อนใจ ของนายจุนทกัมมารบุตรเสียอย่างนี้ว่า ดูกร นายจุนทะ เป็นลาภ ของท่าน ท่าน ได้ดีแล้ว ที่พระตถาคตเสวยบิณฑบาตของท่านเป็นครั้งสุดท้าย เสด็จปรินิพพาน แล้ว เรื่องนี้เราได้ฟังมา ได้รับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคว่า บิณฑบาต สองคราวนี้ มีผลเสมอๆ กัน มีวิบากเสมอๆ กัน มีผลใหญ่กว่า มีอานิสงส์ ใหญ่กว่าบิณฑบาตอื่นๆ ยิ่งนัก บิณฑบาตสองคราวเป็นไฉน คือ ตถาคตเสวย บิณฑบาตใดแล้ว ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ อย่างหนึ่ง ตถาคตเสวย บิณฑบาตใดแล้ว เสด็จปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพานธาตุอย่างหนึ่ง บิณฑบาต สองคราวนี้ มีผลเสมอๆ กัน มีวิบากเสมอๆ กัน มีผลใหญ่กว่า มีอานิสงส์ ใหญ่กว่า บิณฑบาตอื่นๆ ยิ่งนัก กรรมที่นายจุนทกัมมารบุตรก่อสร้างแล้ว เป็น ไปเพื่ออายุ ... เป็นไปเพื่อ วรรณะ ... เป็นไปเพื่อความสุข ... เป็นไปเพื่อยศ ... เป็นไปเพื่อสวรรค์ ... เป็นไปเพื่อความเป็น ใหญ่ยิ่ง ดูกรอานนท์ เธอพึงช่วยบันเทา ความร้อนใจของนายจุนทกัมมารบุตร เสียด้วยประการ ฉะนี้ ฯ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบความนั้นแล้ว ทรงเปล่งพระอุทานนี้ ในเวลานั้นว่า
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อปรํปิ ปสฺสติ "มํ อญฺญตฺถ ปรินิพฺพายนฺตํ สุภทฺโท น ปสฺสิสฺสติ, โส จ พุทฺธเวเนยฺโย น สาวกเนยฺโย, น ตํ สาวกา วิเนตุํ สกฺโกนฺติ, กุสินารายํ ปรินิพฺพายนฺตํ ปน มํ โส อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสติ, ปญฺหาวิสชฺชนปริโยสาเน จ สรเณสุ ปติฏฺฐาย มม สนฺติเก ปพฺพชฺชญฺจ อุปสมฺปทญฺจ ลภิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา มยิ ธรมาเนเยว อรหตฺตํ ปตฺวา ปจฺฉิมสาวโก ภวิสฺสตี"ติ.
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๒๗] บุญย่อมเจริญแก่ผู้ให้ เวรย่อมไม่ก่อแก่ผู้สำรวมอยู่ คนฉลาดเทียว ย่อมละ กรรมอันลามก เขาดับแล้วเพราะราคะ โทสะ โมหะ สิ้นไป ฯ จบภาณวารที่สี่ ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อปรํปิ ปสฺสติ "มยิ อญฺญตฺถ ปรินิพฺพายนฺเต ธาตุภาชนีเย มหากลโห ภวิสฺสติ, โลหิตนที ๑- สนฺทิสฺสติ. กุสินารายํ ปน ๒- ปรินิพฺพุเต โทณพฺราหฺมโณ ตํ วิวาทํ วูปสเมตฺวา ธาตุโย วิภชิสฺสตี"ติ. อิเมหิ ตีหิ การเณหิ ภควา เอวํ มหนฺเตน อุสฺสาเหน อิธาคโตติ เวทิตพฺโพ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สีหเสยฺยนฺติ เอตฺถ เปตเสยฺยา, กามโภคิเสยฺยา, สีหเสยฺยา, ตถาคตเสยฺยาติ ๓- จตสฺโส เสยฺยา.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตตฺถ "เยภุยฺเยน ภิกฺขเว กามโภคี สตฺตา วาเมน ปสฺเสน เสนฺตี"ติ ๓- อยํ กามโภคิเสยฺยา. เต ๔- หิ เยภุยฺเยน ทกฺขิณปสฺเสน สยนฺตา นาม นตฺถิ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
"เยภุยฺเยน ภิกฺขเว เปตา อุตฺตานา เสนฺตี"ติ ๓- อยํ เปตเสยฺยา. อปฺปมํสโลหิตตฺตา หิ เปตา อฏฺฐิสงฺฆาฏชฏิตา เอเกน ปสฺเสน สยิตุํ น สกฺโกนฺติ, อุตฺตานาว เสนฺติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๓-๓ องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๒๔๖/๒๗๒ เสยฺยาสุตฺต ๔ ฉ.ม. เตสุ, อิ. ตตฺถ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
"สีโห ภิกฺขเว มิคราชา ทกฺขิเณน ปสฺเสน เสยฺยํ กปฺเปติ ฯเปฯ อตฺตมโน โหตี"ติ ๑- อยํ สีหเสยฺยา. เตชุสฺสทตฺตา หิ สีโห มิคราชา เทฺว ปุริมปาเท เอกสฺมึ ฐาเน ฐเปตฺวา ปจฺฉิมปาเท เอกสฺมึ ฐาเน ฐเปตฺวา นงฺคุฏฺฐํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทปจฺฉิมปาทนงฺคุฏฺฐานํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา ทฺวินฺนํ ปุริมปาทานํ มตฺถเก สีสํ ฐเปตฺวา สยติ. ทิวสํ สยิตฺวาปิ ปพุชฺฌมาโน น อุตฺรสนฺโต ปพุชฺฌติ, สีสํ ปน อุกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทาทีนํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขติ. สเจ กิญฺจิ ฐานํ วิชหิตฺวา ฐิตํ โหติ, "นยิทํ ตุยฺหํ ชาติยา จ สูรภาวสฺส จ อนุรูปนฺ"ติ อนตฺตมโน หุตฺวา ตตฺเถว สยติ, น โคจราย ปกฺกมติ. อวิชหิตฺวา ฐิเต ปน "ตุยฺหํ ชาติยา จ สูรภาวสฺส จ อนุรูปมิทนฺ"ติ หฏฺฐตุฏฺโฐ อุฏฺฐาย สีหวิชมฺภิตํ วิชมฺภิตฺวา เกสรภารํ วิธูนิตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิตฺวา โคจราย ปกฺกมติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
จตุตฺถชฺฌานเสยฺยา ปน ตถาคตเสยฺยาติ ๑- วุจฺจติ. ตาสุ อิธ สีหเสยฺยา อาคตา, อยญฺหิ เตชุสฺสทอิริยาปถตฺตา อุตฺตมเสยฺยา นาม.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ปาเท ปาทนฺติ ทกฺขิณปาเท วามปาทํ. อจฺจาธายาติ อติอาธาย, อีสกํ อติกฺกมฺม ฐเปตฺวา. โคปฺผเกน หิ โคปฺผเก ๒- ชานุนา วา ชานุมฺหิ สงฺฆฏฺฏิยมาเน อภิณฺหํ เวทนา อุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ น โหติ, เสยฺยา อผาสุกา โหติ. ยถา ปน น สงฺฆฏฺเฏติ เอวํ อติกฺกมฺม ฐปิเต น เวทนา อุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ, เสยฺยา ผาสุกา โหติ. ตสฺมา เอวํ นิปชฺชิ. อนุฏฺฐานเสยฺยํ อุปคตตฺตา ปเนตฺถ "อุฏฺฐานสญฺญํ มนสิกริตฺวา"ติ น วุตฺตํ. กายวเสน เจตฺถ อนุฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ, นิทฺทาวเสน ปน ตํ รตฺตึ ภควโต ภวงฺคสฺส โอกาโสเยว นาโหสิ. ปฐมยามสฺมิญฺหิ มลฺลานํ ธมฺมเทสนา อโหสิ, มชฺฌิมยาเม สุภทฺทสฺส, ปจฺฉิมยาเม ภิกฺขุสํฆํ โอวทิ, พลวปจฺจูเส ปรินิพฺพายิ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สพฺพผาลิผุลฺลาติ ๓- สพฺเพ สมนฺตโต ปุปฺผิตา มูลโต ปฏฺฐาย ยาว อคฺคา เอกจฺฉนฺนา อเหสุํ, น เกวลญฺจ ยมกสาลาเยว, สพฺเพปิ รุกฺขา
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๓ ฉ.ม. สพฺพปาลิผุลฺลาติ สพฺพผาลิผุลฺลาว อเหสุํ. น เกวลํ หิ ตสฺมึเยว อุยฺยาเน, สกเลปิ ๑- ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ ปุปฺผูปคา ปุปฺผํ คณฺหึสุ, ผลูปคา ผลํ คณฺหึสุ. สพฺพรุกฺขานํ ขนฺเธสุ ขนฺธปทุมานิ, สาขาสุ สาขาปทุมานิ, วลฺลีสุ วลฺลิปทุมานิ, อากาเสสุ อากาสปทุมานิ ปฐวีตลํ ภินฺทิตฺวา ทณฺฑปทุมานิ ปุปฺผึสุ. สพฺโพ มหาสมุทฺโท ปญฺจวณฺณปทุมสญฺฉนฺโน อโหสิ, ติโยชนสหสฺสวิตฺถโต หิมวา ฆนพทฺธโมรปิญฺชกลาโป ๒- วิย, นิรนฺตรํ มาลาทามควจฺฉิโก วิย, สุฏฺฐุ ปีเฬตฺวา อาพทฺธปุปฺผวฏํสโก วิย, สุปูริตํ ปุปฺผจงฺโกฏกํ วิย จ อติรมณีโย อโหสิ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เต ตถาคตสฺส สรีรํ โอกิรนฺตีติ เต ยมกสาลา ภุมฺมเทวตาหิ สญฺจาลิตขนฺธสาขาวิฏปา ตถาคตสฺส สริรํ อวกิรนฺติ, สรีรสฺส อุปริ ปุปฺผานิ วิกิรนฺตีติ อตฺโถ. อชฺโฌกิรนฺตีติ อชฺโฌตฺถรนฺตา วิย กิรนฺติ. อภิปฺปกิรนฺตีติ อภิณฺหํ ปุนปฺปุนํ ปกิรนฺติเยว.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ทิพฺพานีติ เทวโลเก นนฺทโปกฺขรณีสมฺภวานิ, ตานิ โหนฺติ สุวณฺณวณฺณานิ ปณฺณจฺฉตฺตปฺปมาณปตฺตานิ, มหาตุมฺพมตฺตํ เรณุํ คณฺหนฺติ. น เกวลญฺจ มณฺฑารวปุปฺผาเนว, ๓- อญฺญานิปิ ทิพฺพานิ ๔- ปาริจฺฉตฺตโกวิฬารปุปฺผาทีนิ ๕- สุวณฺณจงฺโกฏกานิ ปูเรตฺวา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํปิ ติทสปุเรปิ พฺรหฺมโลเกปิ ฐิตาหิ เทวตาหิ ปวิฏฺฐานิ อนฺตลิกฺขา ปปตนฺติ. ๖- ตถาคตสฺส สรีรนฺติ อนฺตรา อวิกิณฺณาเนว อาคนฺตฺวา ปตฺตกิญฺชกฺขเรณุจุณฺเณหิ ตถาคตสฺส สรีรเมว โอกิรนฺติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ทิพฺพานิปิ จนฺทนจุณฺณานีติ เทวตานํ อุปกปฺปนจนฺทนจุณฺณานิ. น เกวลญฺจ เทวตานํเยว, นาคสุปณฺณมนุสฺสานํปิ อุปกปฺปนจนฺทนจุณฺณานิ. น เกวลญฺจ จนฺทนจุณฺณาเนว, กาฬานุสาริกโลหิตจนฺทนาทิสพฺพทิพฺพคนฺธชาตจุณฺณานิ, ๗- หริตาลอญฺชนรชตสุวณฺณจุณฺณานิ สพฺพทิพฺพคนฺธวาสวิกติโย สุวณฺณรชตาทิสมุคฺเค ปูเรตฺวา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิอาทีสุ ฐิตาหิ เทวตาหิ ปวิฏฺฐานิ อนฺตรา อวิปฺปกิริตฺวา ตถาคตสฺเสว สรีรํ โอกิรนฺติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๕ ฉ.ม.,อิ. ปาริจฺฉตฺตกโกวิฬารปุปฺผาทีนิ ๖ ฉ.ม. ปตนฺติ ๗ ฉ.ม....ทิพฺพคนฺธชาล..
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ทิพฺพานิปิ ตุริยานีติ เทวตานํ อุปกปฺปนตุริยานิ. น เกวลญฺจ ตานิเยว, สพฺพานิปิ ตนฺติพทฺธจมฺมปริโยนทฺธฆนสุสิรเภทานิ ทสสหสฺสจกฺกวาฬ- เทวตานาคสุปณฺณมนุสฺสานํ ตุริยานิ เอกจกฺกวาเฬ สนฺนิปติตฺวา อนฺตลิกฺเข วชฺชนฺตีติ เวทิตพฺพานิ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ทิพฺพานิปิ สงฺคีตานีติ วรุณวารุณเทวตา ๑- กิร นาเมตา ทีฆายุกา เทวตา "มหาปุริโส มนุสฺสปเถ นิพฺพตฺติตฺวา พุทฺโธ ภวิสฺสตี"ติ สุตฺวา "ปฏิสนฺธิทิวเส ๒- นํ คเหตฺวา คมิสฺสามา"ติ มาลํ คนฺถิตุํ อารภึสุ. ตา คนฺถมานา จ ๓- "มหาปุริโส มาตุ กุจฺฉิยํ นิพฺพตฺโต"ติ สุตฺวา "ตุเมฺห กสฺส คนฺถถา"ติ วุตฺตา น ตาว นิฏฺฐนฺติ ๔- "กุจฺฉิโต นิกฺขมนทิวเส คนฺถิตฺวา คมิสฺสามา"ติ อาหํสุ. "ปุนปิ นิกฺขนฺโต"ติ สุตฺวา "มหาภินิกฺขมนทิวเส คมิสฺสามา"ติ. เอกูนตึส วสฺสานิ ฆเร วสิตฺวา "อชฺช มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมนฺโต"ติปิ ๕- สุตฺวา "อภิสมฺโพธิทิวเส คมิสฺสามา"ติ ฉพฺพสฺสานิ มหาปธานํ ๖- กตฺวา "อชฺช อภิสมฺพุทฺโธ"ติปิ สุตฺวา "ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนทิวเส คมิสฺสามา"ติ. "สตฺตสตฺตาหานิ โพธิมณฺเฑ วีตินาเมตฺวา อิสิปตนํ คนฺตฺวา ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตนฺ"ติปิ สุตฺวา "ยมกปาฏิหาริยทิวเส คมิสฺสามา"ติ. "อชฺช ยมกปาฏิหาริยํ กรี"ติปิ สุตฺวา "เทโวโรหณทิวเส คมิสฺสามา"ติ. "อชฺช เทโวโรหณํ กรี"ติปิ สุตฺวา "อายุสงฺขาโรสฺสชฺชเน คมิสฺสามา"ติ. "อชฺช อายุสงฺขารํ โอสฺสชี"ติปิ สุตฺวา "น ตาว นิฏฺฐนฺติ ปรินิพฺพานทิวเส คมิสฺสามา"ติ. "อชฺช ภควา ยมกสาลานมนฺตเร ทกฺขิเณน ปสฺเสน สโต สมฺปชาโน สีหเสยฺยํ อุปคโต พลวปจฺจูสสมเย ปรินิพฺพายิสฺสติ. ตุเมฺห กสฺส คนฺถถา"ติ สุตฺวา ปน "กึ นาเมตํ, `อชฺเชว มาตุ กุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, อชฺเชว มาตุ กุจฺฉิโต นิกฺขมิ, อชฺเชว มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิ, อชฺเชว พุทฺโธ อโหสิ, อชฺเชว ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยิ, อชฺเชว ยมกปาฏิหาริยํ อกาสิ, อชฺเชว เทวโลกา โอติณฺโณ, อชฺเชว อายุสงฺขารํ โอสฺสชิ, อชฺเชว กิร ปรินิพฺพายิสฺส"ตีติ. ๗- นนุ นาม ทุติยทิวเส ยาคุปานกาลมตฺตมฺปิ ฐาตพฺพํ อสฺส. ทส ปารมิโย ปูเรตฺวา พุทฺธตฺตํ ปตฺตสฺส นาม