ภาษาไทย ฉบับหลวง
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๒๘] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ มาไปกันเถิด เราจักไปยังฝั่งโน้นแห่งแม่น้ำหิรัญวดีเมืองกุสินารา และสาลวัน อันเป็นที่แวะพักแห่งพวกเจ้า มัลละ ท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระผู้ มีพระภาคแล้ว ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคพร้อม ด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ เสด็จไปยัง ฝั่งโน้นแห่งแม่น้ำหิรัญวดี เมืองกุสินารา และสาลวันอันเป็น ที่แวะพักแห่งพวก เจ้ามัลละ ครั้นแล้วรับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ เธอจงช่วยตั้ง เตียง ให้เรา หันศีรษะไปทางทิศอุดร ระหว่างไม้สาละทั้งคู่ เราเหน็ดเหนื่อยแล้ว จักนอน ท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว ตั้งเตียงหันพระเศียร ไปทางทิศอุดร ระหว่างไม้สาละทั้งคู่ พระผู้มีพระภาคทรงสำเร็จสีหไสยาโดยพระปรัส เบื้องขวา ทรงซ้อนพระบาท เหลื่อมพระบาท มีพระสติสัมปชัญญะ ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๒๙] สมัยนั้น ไม้สาละทั้งคู่ เผล็จดอกสะพรั่งนอกฤดูกาล ดอกไม้ เหล่านั้นร่วง หล่นโปรยปรายลงยังพระสรีระของพระตถาคตเพื่อบูชา แม้ดอก มณฑารพอันเป็นของทิพย์ก็ตกลง มาจากอากาศ ดอกมณฑารพเหล่านั้น ร่วงหล่น โปรยปรายลงยังพระสรีระของพระตถาคตเพื่อบูชาแม้จุณแห่งจันทน์อันเป็นของทิพย์ ก็ตกลงมาจากอากาศ จุณแห่งจันทน์เหล่านั้น ร่วงหล่น โปรยปรายลงยัง พระสรีระของพระตถาคตเพื่อบูชา ดนตรีอันเป็นทิพย์เล่าก็ประโคมอยู่ในอากาศ เพื่อ บูชาพระตถาคต แม้สังคีตอันเป็นทิพย์ก็เป็นไปในอากาศ เพื่อบูชาพระตถาคต ฯ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกท่านพระอานนท์มารับสั่งว่า ดูกรอานนท์ ไม้สาละ ทั้งคู่ เผล็จดอกบานสพรั่งนอกฤดูกาล ร่วงหล่นโปรยปรายลงยังสรีระของ ตถาคตเพื่อบูชา แม้ ดอกมณฑารพอันเป็นของทิพย์ ก็ตกลงมาจากอากาศ ดอก มณฑารพเหล่านั้น ร่วงหล่นโปรยปราย ลงยังสรีระของตถาคตเพื่อบูชา แม้จุณแห่ง จันทน์อันเป็นของทิพย์ ก็ตกลงมาจากอากาศ จุณแห่ง จันทน์เหล่านั้น ร่วงหล่น โปรยปรายลงยังสรีระของตถาคตเพื่อบูชา ดนตรีอันเป็นทิพย์เล่าก็ ประโคมอยู่ใน อากาศ เพื่อบูชาตถาคต แม้สังคีตอันเป็นทิพย์ก็เป็นไปในอากาศเพื่อบูชาตถาคต ดูกรอานนท์ ตถาคตจะชื่อว่าอันบริษัทสักการะ เคารพ นับถือ บูชา นอบน้อม ด้วยเครื่อง สักการะประมาณเท่านี้หามิได้ ผู้ใดแล จะเป็นภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก หรืออุบาสิกาก็ตาม เป็น ผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตาม ธรรมอยู่ ผู้นั้นย่อมชื่อว่าสักการะ เคารพ นับถือ บูชาตถาคตด้วยการบูชาอย่างยอด เพราะเหตุนั้นแหละอานนท์ พวกเธอพึงสำเหนียก อย่างนี้ว่า เราจักเป็นผู้ปฏิบัติ ธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ประพฤติตามธรรมอยู่ ดังนี้ ฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๔ ฉ.ม.,อิ. นิฏฺฐาติ เอวมุปริปิ ๕ ฉ.ม.,อิ. นิกฺขนฺโต"ติปิ ๖ ฉ.ม.,อิ. ปธานํ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๗ อิ. ปรินิพฺพุโต อนนุจฺฉวิกเมตนฺ"ติ อปรินิฏฺฐิตาว มาลาโย คเหตฺวา อาคมฺม อนฺโตจกฺกวาเฬ โอกาสํ อลภมานา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ ลมฺพิตฺวา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยาว อาธาวนฺติโย หตฺเถน หตฺถํ คีวาย คีวํ คเหตฺวา ตีณี รตนานิ อารพฺภ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณานิ ฉพฺพณฺณรสฺมิโย ทสปารมิโย อฑฺฒฉฏฺฐานิ ชาตกสตานิ จุทฺทส พุทฺธญาณานิ ๑- อารพฺภ คายิตฺวา ตสฺส ตสฺส อวสาเน "ปหายเมฺห ปหายเมฺห"ติ ๒- วทนฺติ. อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ "ทิพฺพานิปิ สงฺคีตานิ อนฺตลิกฺเข วชฺชนฺติ ๓- ตถาคตสฺส ปูชายา"ติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๑๙๙] ภควา ปน ยมกสาลานํ อนฺตเร ๔- ทกฺขิเณน ปสฺเสน นิปนฺโนเยว ปฐวีตลโต ยาว จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยา, จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิโต จ ยาว พฺรหฺมโลกา สนฺนิปติตาย ปริสาย มหนฺตํ อุสฺสาหํ ๕- ทิสฺวา อายสฺมโต อานนฺทสฺส อาโรเจสิ. เตน วุตฺตํ "อถโข ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ ฯเปฯ ตถาคตสฺส ปูชายา"ติ. เอวํ มหาสกฺการํ ทสฺเสตฺวา เตนาปิ อตฺตโน อสกฺกตภาวเมว ทสฺเสนฺโต น โข อานนฺท เอตฺตาวตาติ อาทิมาห.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อิทํ วุตฺตํ โหติ:- "อานนฺท มยา ทีปงฺกรปาทมูเล นิปนฺเนน อฏฺฐ ธมฺเม สโมธาเนตฺวา อภินีหารํ กโรนฺเตน น มาลาคนฺธตุริยสงฺคีตานํ อตฺถาย อภินีหาโร กโต, น เอตทตฺถาย ปารมิโย ปูริตา. ตสฺมา น โข อหํ เอตาย ปูชาย ปูชิโต ๖- นาม โหมี"ติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
กสฺมา ปน ภควา อญฺญตฺถ เอกํ อุมฺมาปุปฺผมตฺตํปิ ๗- คเหตฺวา พุทฺธคุเณ อาวชฺชิตฺวา กตาย ปูชาย พุทฺธญาเณนปิ อปริจฺฉินฺนํ วิปากํ วณฺ- เณตฺวา อิธ เอวํ มหตึ ปูชํ ปฏิกฺขิปตีติ. ปริสานุคฺคเหน เจว สาสนสฺส จ จิรฏฺฐิติกามตาย. สเจ หิ ภควา เอวํ น ปฏิกฺขิเปยฺย, อนาคเต สีลสฺส อาคตฏฺ- ฐาเน สีลํ น ปริปูเรสฺสนฺติ, สมาธิสฺส อาคตฏฺฐาเน สมาธึ น ปริปูเรสฺสนฺติ, วิปสฺสนาย อาคตฏฺฐาเน วิปสฺสนํ คพฺภํ น คาหาเปสฺสนฺติ. อุปฏฺฐาเก สมาท- เปตฺวา สมาทเปตฺวา ปูชํเยว กโรนฺตา วิหริสฺสนฺติ. อามิสปูชา จ นาเมสา สาสนํ เอกทิวสํปิ เอกยาคุปานกาลมตฺตมฺปิ สนฺธาเรตุํ น สกฺโกติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๓ ฉ.ม.,อิ. วตฺตนฺติ ๔ ฉ.ม.,อิ. อนฺตรา ๕ อิ. อุสฺสวํ ๖ อิ. ปูริโต
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๗ ฉ.ม. อุมาปุปฺผมตฺตมฺปิ มหาวิหารสทิสญฺหิ วิหารสหสฺสํ มหาเจติยสทิสญฺจ เจติยสหสฺสํปิ สานํ ธาเรตุํ น สกฺโกนฺติ. เยน กตํ, ๑- ตสฺเสว โหติ. สมฺมาปฏิปตฺติ ปน ตถาคตสฺส อนุจฺฉวิกา ปูชา. สา หิ เตน ปฏฺฐิตา เจว, สกฺโกติ สาสนํ จ สนฺธาเรตุํ, ตสฺมา ตํ ทสฺเสนฺโต โย โข อานนฺทาติ อาทิมาห.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตตฺถ ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโนติ นววิธสฺส โลกุตฺตรธมฺมสฺส อนุธมฺมํ ปุพฺพภาคปฏิปทํ ปฏิปนฺโน. สาเยว ปน ปฏิปทา อนุจฺฉวิกตฺตา "สามีจี"ติ วุจฺจติ, ตํ สามีจึ ปฏิปนฺโนติ สามีจิปฏิปนฺโน. ตเมว ปุพฺพภาคปฏิปทาสงฺขาตํ อนุธมฺมํ จรติ ปูเรตีติ อนุธมฺมจารี.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ปุพฺพภาคปฏิปทาติ จ สีลํ อาจารปณฺณตฺติ ธุตงฺคสมาทานํ ยาว โคตฺรภูโต สมฺมาปฏิปทา เวทิตพฺพา. ตสฺมา โย ภิกฺขุ ฉสุ อคารเวสุ ปติฏฺฐาย ปญฺญตฺตึ อติกฺกมติ, อเนสนาย ชีวิตํ ๒- กปฺเปติ, อยํ น ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน. ๓- โย ปน สพฺพํ อตฺตโน ปญฺญตฺตสิกฺขาปทํ ชินเวลํ ชินมริยาทํ ชินกาฬสุตฺตํ อนุมตฺตํปิ น วีติกฺกมติ, อยํ ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน นาม. ภิกฺขุนิยาปิ เอเสว นโย. โย ปน อุปาสโก ปญฺจ เวรานิ ทส อกุสลกมฺมปเถ สมาทาย วตฺตติ อปฺเปติ, ๔- อยํ น ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน. โย ปน ตีสุ สรเณสุ ปญฺจสุ สีเลสุ ทสสุ สีเลสุ ปริปูรีการี ๕- โหติ, มาสสฺส อฏฺฐ อุโปสเถ กโรติ, ทานํ เทติ, คนฺธปูชํ มาลาปูชํ กโรติ, มาตรํ อุปฏฺฐาติ, ปิตรํ อุปฏฺฐาติ, ธมฺมิเก สมณพฺราหฺมเณ อุปฏฺฐาติ, อยํ ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน นาม โหติ. อุปาสิกายปิ เอเสว นโย.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ปรมาย ปูชายาติ อุตฺตมาย ปูชาย, อยํ หิ นิรามิสปูชา นาม สกฺโกติ มม สาสนํ สนฺธาเรตุํ. ยาว หิ อิมา จตสฺโส ปริสา มํ อิมาย ปูชาย ปูเชสฺสนฺติ, ตาว มม สาสนํ มชฺเฌ นภสฺส ปุณฺณจนฺโท วิย วิโรจิสฺสตีติ ทสฺเสติ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๔ อิ. อปฺเปตีติ อยํ น ทิสฺสติ ๕ ฉ.ม. ปริปูรการี