ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๑๓๐] สมัยนั้น ท่านพระอุปวาณะยืนถวายงานพัดพระผู้มีพระภาค เฉพาะพระพักตร์ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงขับท่านพระอุปวาณะว่า ดูกรภิกษุ เธอจงหลีกไป อย่ายืนตรงหน้า เรา ท่านพระอานนท์ได้มีความดำริว่า ท่านอุปวาณะ รูปนี้เป็นอุปัฏฐากอยู่ใกล้ชิดพระผู้ มีพระภาคมาช้านาน ก็และเมื่อเป็นเช่นนั้น ใน กาลครั้งสุดท้าย พระผู้มีพระภาคทรงขับท่าน อุปวาณะว่า ดูกรภิกษุ เธอจงหลีกไป อย่ายืนตรงหน้าเรา ดังนี้ อะไรหนอเป็นเหตุ อะไรหนอ เป็นปัจจัย ให้พระผู้มี พระภาคทรงขับท่านอุปวาณะว่า ดูกรภิกษุ เธอจงหลีกไป อย่ายืนตรงหน้า เรา ลำดับนั้น ท่านพระอานนท์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านอุปวาณะ รูปนี้ เป็นอุปัฏฐากอยู่ใกล้ชิดพระผู้มีพระภาคมาช้านาน ก็แลเมื่อ เป็นเช่นนั้น ในกาลครั้งสุดท้าย พระผู้มีพระภาคยังทรงขับท่านอุปวาณะว่า ดูกร ภิกษุ เธอจงหลีกไป อย่ายืนตรงหน้าเรา ดังนี้ อะไรหนอเป็นเหตุ อะไรหนอ เป็นปัจจัย ให้พระผู้มีพระภาคทรงขับท่านอุปวาณะว่า ดูกรภิกษุ เธอจงหลีกไป อย่ายืนตรงหน้าเรา ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรอานนท์ เทวดาในหมื่นโลกธาตุมา ประชุมกันโดยมาก เพื่อจะเห็นตถาคต เมืองกุสินารา สาลวัน อันเป็นที่แวะพัก แห่งพวกเจ้ามัลละเพียงเท่าใด โดย รอบถึง ๑๒ โยชน์ ตลอดที่เพียงเท่านี้ จะหา ประเทศแม้มาตรว่าเป็นที่จรดลงแห่งปลายขนทราย อันเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่ไม่ถูก ต้องแล้วมิได้มี พวกเทวดายกโทษอยู่ว่า พวกเรามาแต่ที่ไกลเพื่อจะ เห็นพระตถาคต พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเสด็จอุบัติในโลก ในบางครั้งบางคราว ใน ปัจฉิมยามแห่งราตรีในวันนี้แหละ พระตถาคตจักปรินิพพาน ก็ภิกษุผู้มีศักดิ์ใหญ่ รูปนี้ ยืนบัง อยู่เบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาค พวกเราไม่ได้เห็นพระตถาคตใน กาลเป็นครั้งสุดท้าย ฯ อ. ข้าแต่องค์ผู้เจริญ ก็พวกเทวดาเป็นอย่างไร กระทำไว้ในใจ เป็น ไฉน ฯ มีอยู่ อานนท์ เทวดาบางพวกสำคัญอากาศว่าเป็นแผ่นดิน สยายผม ประคองแขน ทั้งสองคร่ำครวญอยู่ ล้มลงกลิ้งเกลือกไปมา ดุจมีเท้าอันขาดแล้ว รำพันว่า พระผู้มีพระภาคจะเสด็จ ปรินิพพานเสียเร็วนัก พระสุคตจะเสด็จปรินิพานเสียเร็วนัก พระองค์ผู้มีพระจักษุใน โลก จัก อันตรธานเสียเร็วนัก ดังนี้ เทวดาบางพวกสำคัญแผ่นดินว่าเป็นแผ่นดิน สยายผมประคองแขน ทั้งสองคร่ำครวญอยู่ ล้มลงกลิ้งเกลือกไปมา ดุจมีเท้าอันขาด แล้ว รำพันว่า พระผู้มีพระภาคจักเสด็จ ปรินิพพานเสียเร็วนัก พระสุคตจักเสด็จ ปรินิพพานเสียเร็วนัก พระองค์ผู้มีพระจักษุในโลก จัก อันตรธานเสียเร็วนัก ดังนี้ ส่วนเทวดาพวกที่ปราศจากราคะแล้ว มีสติสัมปชัญญะ อดกลั้น โดยธรรมสังเวช ว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เพราะฉะนั้น เหล่าสัตว์จะพึงได้ในสังขารนี้แต่ ที่ไหน ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อุปวาณตฺเถรวณฺณนา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๒๐๐] อปสาเทตีติ อปเนติ. ๑- อเปหีติ อปคจฺฉ. เถโร เอกวจเนเนว ตาลปณฺณํ ๒- นิกฺขิปิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อุปฏฺฐาโกติ อาทิ ปฐมโพธิยํ อนิพทฺธูปฏฺฐากภาวํ ๓- สนฺธายาห. อยํ ภนฺเต อายสฺมา อุปวาโณติ เอวํ เถเรน วุตฺเต อานนฺโท อุปวาณสฺส สโทสภาวํ สลฺลกฺเขติ, หนฺทสฺส นิทฺโทสภาวํ กเถสฺสามีติ ภควา เยภุยฺเยน อานนฺทาติ อาทิมาห. ตตฺถ เยภุยฺเยนาติ อิทํ อสญฺญสตฺตานญฺเจว อรูปเทวตานญฺจ โอหีนภาวํ ๔- สนฺธาย วุตฺตํ. อปฺผุโฏติ ๕- อปฺผุฏฺโฐ ๖- อภริโต ๗- วา. ภควโต กิร อาสนฺนปฺปเทเส วาลคฺคมตฺเต โอกาเส สุขุมตฺตภาวํ มาเปตฺวา ทส ทส มเหสกฺขา เทวตา อฏฺฐํสุ. ตาสํ ปรโต วีสติ วีสติ. ตาสํ ปรโต ตึสํ ตึสํ. ตาสํ ปรโต จตฺตาลีสํ จตฺตาลีสํ. ตาสํ ปรโต ปญฺญาสํ ปญฺญาสํ. ตาสํ ปรโต สฏฺฐี สฏฺฐี เทวตา อฏฺฐํสุ. ตา อญฺญมญฺญํ หตฺเถน วา ปาเทน วา วตฺเถน วา น พฺยาพาเธนฺติ. "อเปหิ, มา มํ ฆฏฺเฏหี"ติ วตฺตพฺพการณํ ๘- นาม นตฺถิ. "ตา โข ปน สาริปุตฺต ๙- เทวตาโย ทสปิ หุตฺวา วีสติปิ หุตฺวา ตึสมฺปิ หุตฺวา จตฺตาลีสมฺปิ หุตฺวา ปญฺญาสมฺปิ หุตฺวา สฏฺฐิมฺปิ ๑๐- หุตฺวา อารคฺคโกฏินิตุทนมตฺเตปิ ติฏฺฐนฺติ, น จ อญฺญมญฺญํ พฺยาพาเธนฺตี"ติ ๑๑- วุตฺตสทิสาว อเหสุํ. โอวาเรนฺโตติ อวธาเรนฺโต. ๑๒- เถโร กิร ปกติยาปิ มหาสรีโร หตฺถิโปตกสทิโส ปํสุกูลจีวรํ ปารุปิตฺวา อติมหา วิย อโหสิ. ตถาคตํ ทสฺสนายาติ ภควโต มุขํ ทฏฺฐุํ อลภมานา เอวํ อุชฺฌายึสุ. กึ ปน ตา เถรํ วินิวิชฺฌ ปสฺสิตุํ น สกฺโกนฺตีติ. อาม น สกฺโกนฺติ. เทวตา หิ ปุถุชฺชเน วินิวิชฺฌ ปสฺสิตุํ สกฺโกนฺติ, น ขีณาสเว. เถรสฺส จ มเหสกฺขตาย เตชุสฺสทตาย อุปคนฺตุํปิ น สกฺโกนฺติ. กสฺมา ปน เถโรว เตชุสฺสโท, น อญฺเญ อรหนฺโตติ? ยสฺมา กสฺสปพุทฺธสฺส เจติเย อารกฺขเทวตา อโหสิ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ อิ. โอหิตภาวํ ๕ อิ. อปฺผุฏฺโฐติ ๖ ฉ.ม. อสมฺผุฏฺโฐ ๗ อิ. อหริโต

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๘ อิ. กึ วตฺตพฺพการณํ, ฉ.ม. วตฺตพฺพาการํ ๙ ฉ.ม. สาริปุตฺตาติ อยํ น ทิสฺสติ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๑๐ ฉ.ม.,อิ. สฏฺฐิมฺปิ หุตฺวาติ อยํ น ทิสฺสติ ๑๑ องฺ.ทุก. ๒๐/๓๗/๖๓ สมจิตฺตวคฺค

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๑๒ ฉ.ม.,อิ. อาวาเรนฺโต

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๖๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”