ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๑๖๕] ดูกรอานนท์ อีกประการหนึ่ง ช้างแก้วได้ปรากฏแก่พระเจ้า มหาสุทัสสนะ เป็นช้างเผือกล้วน เป็นที่พึ่งของเหล่าสัตว์มีฤทธิ์ ไปในอากาศได้ เป็นพระยาช้างสกุลอุโบสถ พระเจ้ามหาสุทัสสนะทอดพระเนตรแล้วทรงพอ พระทัย ดำรัสว่า ท่านผู้เจริญ ยานคือช้างอันเจริญ ถ้าได้ฝึกหัด ดูกรอานนท์ ลำดับนั้น ช้างแก้วก็เข้าถึงการฝึกหัดเหมือนอย่างช้างอาชานัยที่เจริญ อันเขาฝึกหัด เรียบร้อยดีแล้วตลอดเวลานานฉะนั้น ดูกรอานนท์ เรื่องเคยมีมาแล้ว พระเจ้า มหาสุทัสสนะ เมื่อจะทรงทดลองช้างแก้วตัวนั้นแหละ พอเวลาเช้าก็เสด็จขึ้นทรง แล้วเสด็จ เลียบไปตลอดปฐพีอันมีสมุทรเป็นขอบเขต เสด็จกลับกุสาวดีราชธานี แล้วเสวยพระกระยาหาร เช้า ดูกรอานนท์ ช้างแก้วเห็นปานนี้ได้ปรากฏแก่ พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๑๖๖] ดูกรอานนท์ อีกประการหนึ่ง ม้าแก้วได้ปรากฏแก่พระเจ้า มหาสุทัสสนะ เป็นม้าขาวล้วน ศีรษะดำ มีผมเป็นพวงประดุจหญ้าปล้อง มี ฤทธิ์ ไปในอากาศได้ ชื่อวลาหก อัศวราช ท้าวเธอทอดพระเนตรแล้วทรงพอ พระหฤทัย ตรัสว่า ท่านผู้เจริญ ยานคือม้าอันเจริญ ถ้าได้ฝึกหัด ลำดับนั้น ม้าแก้วนั้นก็เข้าถึงการฝึกหัดเหมือนอย่างม้าอาชานัยตัวเจริญ ที่ได้รับการ ฝึกหัด เรียบร้อยดีแล้วตลอดเวลานาน ฉะนั้น ดูกรอานนท์ เรื่องเคยมีมาแล้ว พระเจ้า มหาสุทัสสนะ เมื่อจะทรงทดลองม้าแก้วตัวนั้นแหละ ได้เสด็จขึ้นทรงในเวลาเช้า เสด็จเลียบไปตลอดปฐพีอันมี สมุทรเป็นขอบเขต แล้วเสด็จกลับมากุสาวดีราชธานี แล้วเสวยพระกระยาหารเช้า ดูกรอานนท์ ม้าแก้วเห็นปานนี้ได้ปรากฏแก่พระเจ้า มหาสุทัสสนะ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@ จาเลตฺวา ๔ ฉ.ม.,อิ. กริตฺวา ๕ ฉ.ม.,อิ. ทานาทิมยํ ๖ อิ. อาวชฺเชนฺโต

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๑๖๗] ดูกรอานนท์ อีกประการหนึ่ง แก้วมณีได้ปรากฏแก่พระเจ้า มหาสุทัสสนะ เป็นแก้วไพฑูรย์อันงามเกิดเองอย่างบริสุทธิ์ แปดเหลี่ยม นาย ช่างเจียรไนดีแล้ว สุกใสแวววาว สมส่วนทุกอย่าง ดูกรอานนท์ แสงสว่าง ของแก้วมณีนั้น แผ่ไปโดยรอบประมาณโยชน์หนึ่ง ดูกรอานนท์ เรื่องเคยมี มาแล้ว พระเจ้ามหาสุทัสสนะเมื่อจะทรงทดลองแก้วมณีดวงนั้น ทรงยัง จตุรงค เสนาให้ผูกสอดเครื่องรบ ทรงยกแก้วมณีไว้ปลายธง แล้วเสด็จไปยืนในที่มืด ในราตรี กาล ดูกรอานนท์ ชาวบ้านที่อยู่โดยรอบ ต่างพากันสำคัญว่ากลางวัน ประกอบการงานด้วยแสง สว่างนั้น ดูกรอานนท์ แก้วมณีเห็นปานนี้ ได้ ปรากฏแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ฯ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๗ ก. ภินฺทยมานํ ๘ ฉ.ม. อลงฺกุรุมานํ. อิ. อลงฺกริยมานํ ๙ ฉ.ม.,อิ. ปริปุณฺณนฺติ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ จกฺกญฺจ ตํ รติชนนฏฺเฐน รตนญฺจาติ จกฺกรตนํ. ยาย ปน ตํ นาภิยา "สนาภิกนฺ"ติ วุตฺตํ, สา อินฺทนีลมณิมยา ๑- โหติ, มชฺเฌ ปนสฺสา สารรชตมยา ปนาฬี, ยาย สุทฺธสินิทฺธทนฺตปนฺติยา หสมานา วิย วิโรจติ, มชฺเฌ ฉิทฺเทน วิย จนฺทมณฺฑเลน อุโภสุปิ พาหิรนฺตเรสุ ๒- รชตปเฏน กตปริกฺเขปา โหติ. เตสุ ปนสฺส นาภิปนาฬีปริกฺเขปปเฏสุ ยุตฺตยุตฺตฏฺฐาเน ๓- ปริจฺเฉทเลขา สุวิภตฺตาว หุตฺวา ปญฺญายนฺติ. อยนฺตาวสฺส นาภิยา สพฺพาการปริปูรตา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เยหิ ปน ตํ "อเรหิ สหสฺสารนฺ"ติ วุตฺตํ, เต สตฺตรตนมยา สุริยรสฺมิโย วิย ปภาสมฺปนฺนา โหนฺติ, เตสํปิ ฆฏกมณิกปริจฺเฉทเลขาทีนิ สุวิภตฺตาเนว หุตฺวา ปญฺญายนฺติ. อยมสฺส อรานํ สพฺพาการปริปูรตา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ยาย ปน ตํ เนมิยา "สเนมิกนฺ"ติ วุตฺตํ, สา พาลสุริยรสฺมิกลาปสิรึ อวหสมานา วิย สุรตฺตสุทฺธสินิทฺธปวาฬมยา โหติ. สนฺธีสุ ปนสฺสา สุวิสุทฺธ- ฆนปณฺฑรราคสสฺสิริกา ๔- รตฺตชมฺพูนทมฏฺฐา ๕- วฏฺฏปริจฺเฉทเลขา สุวิภตฺตา หุตฺวา ปญฺญายนฺติ. อยมสฺส เนมิยา สพฺพาการปริปูรตา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เนมิมณฺฑลปิฏฺฐิยํ ปนสฺส ทสนฺนํ ทสนฺนํ อรานํ อนฺตเร ธมนวํโส วิย อนฺโตสุสิโร ฉินฺนมณฺฑลขจิโต ๖- วาตคฺคาหิกปวาฬทณฺโฑ ๗- โหติ. ยสฺส วาเตริตสฺส สุกุสลสมนฺนาหตสฺส ปญฺจงฺคิกตุริยสฺส วิย สทฺโท วคฺคุ จ รชนีโย จ กมนีโย จ มทนีโย จ โหติ. ตสฺส โข ปน ปวาฬทณฺฑสฺส อุปริ เสตจฺฉตฺตํ อุโภสุ ปสฺเสสุ สโมสริตกุสุมทามานํ เทฺว ปนฺติโยติ เอวํ สโมสริตกุสุมทามปนฺติสตทฺวยปริวาเรน เสตจฺฉตฺตสตธารินา ปวาฬทณฺฑสเตน สมุปโสภิตเนมิปริกฺเขปสฺส ทฺวินฺนํปิ นาภิปนาฬีนํ อนฺโต เทฺว สีหมุขานิ โหนฺติ, เยหิ ตาลกฺขนฺธปฺปมาณา ปุณฺณจนฺทกิรณกลาปสสฺสิริกา ตรุณรวิสมานรตฺตกมฺพล- เคณฺฑุกปริยนฺตา อากาสคงฺคาคติโสภํ อวหสมานา วิย เทฺว มุตฺตากลาปา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม.,อิ. สญฺฌาราคสสฺสิริกา ๕ ฉ.ม. รตฺตชมฺพุนทปฏฺฏา,อิ. รตฺตชมฺโพนทปฏฺฏา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๖ ฉ.ม.,อิ. ฉิทฺทมณฺฑลขจิโต ๗ ฉ.ม.,อิ. วาตคาหี ปวาฬทณฺโฑ โอลมฺพนฺติ. เยหิ จกฺกรตเนน สทฺธึ อากาเส สมฺปริวตฺตมาเนหิ ตีณิ จกฺกานิ เอกโต ปริวตฺตนฺตานิ วิย ขายนฺติ. อยมสฺส สพฺพโส สพฺพาการปริปูรตา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตํ ปเนตํ เอวํ สพฺพาการปริปูรํ ปกติยา สายมาสภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา อตฺตโน อตฺตโน ฆรทฺวาเร ปญฺญตฺตาสเนสุ นิสีทิตฺวา ปวตฺติตกถาสลฺลาเปสุ มนุสฺเสสุ วีถิจตุกฺกาทีสุ กีฬมาเน ทารกชเน นาติอุจฺเจน นาตินีเจน วนสณฺฑมตฺถกาสนฺเนน อากาสปฺปเทเสน อุปโสภยมานํ วิย, รุกฺขสาขคฺคานิ ทฺวาทสโยชนโต ปฏฺฐาย สุยฺยมาเนน มธุรสฺสเรน สตฺตานํ โสตานิ โอธาปยมานํ โยชนโต ปฏฺฐาย นานปฺปภาสมุทยสมุชฺชเลน วณฺเณน นยนานิ สมากฑฺฒนฺตํ วิย, รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ปุญฺญานุภาวํ อุคฺโฆสยนฺตํ วิย ราชธานีอภิมุขํ อาคจฺฉติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อถสฺส จกฺกรตนสฺส สทฺทสวเนเนว "กุโต นุโข, กสฺส นุ โข อยํ สทฺโท"ติ อาวชฺชิตหทยานํ ปุรตฺถิมทิสํ อาโลกยมานานํ เตสํ มนุสฺสานํ อญฺญตโร อญฺญตรํ เอวมาห "ปสฺสถ โภ อจฺฉริยํ, อยํ ปุญฺณจนฺโท ปุพฺเพ เอกโก อุคฺคจฺฉติ, อชฺเชว ปน อตฺตทุติโย อุคฺคโต, เอตญฺหิ ราชหํสมิถุนมิว ปุณฺณจนฺทมิถุนํ ปุพฺพาปริเยน คคณตเล ๑- อภิลงฺฆตี"ติ. ตมญฺโญ อาห "กึ กเถสิ สมฺม, กุหึ นาม ตยา เทฺว ปุณฺณจนฺทา เอกโต อุคฺคจฺฉนฺตา ทิฏฺฐปุพฺพา, นนุ เอส ตปนียรํสิธาโร ปิญฺชรกิรโณ ๒- ทิวากโร อุคฺคโต"ติ, ตมญฺโญ สิตํ ๓- กตฺวา เอวมาห "กึ อุมฺมตฺโตสิ, นนุ อิทาเนว ทิวากโร อตฺถงฺคโต, โส กถํ อิมํ ปุณฺณจนฺทํ อนุพนฺธมาโน อุคฺคจฺฉิสฺสติ. อทฺธา ปเนตํ อเนกรตนปฺปภา- สมุทยสมุชฺชลํ ๔- เอกสฺสาปิ ปุญฺญวโต วิมานํ ภวิสฺสตี"ติ. เต สพฺเพปิ อปสาทยนฺตา อญฺเญ เอวมาหํสุ "โภ กึ พหุํ วิลปถ, เนวายํ ปุณฺณจนฺโท, น สุริโย, น เทววิมานํ, น หิ เตสํ เอวรูปา สิริสมฺปตฺติ อตฺถิ, จกฺกรตเนน ปน เอเกน ๕- ภวิตพฺพนฺ"ติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอวํ ปวตฺติตกถาสลฺลาปสฺเสว ตสฺส ชนสฺส จนฺทมณฺฑลํ โอหาย ตํ จกฺกรตนํ อภิมุขํ โหติ. ตโต เตหิ "กสฺส นุ โข อิทํ นิพฺพตฺตนฺ"ติ วุตฺเต

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม., อิ.....สมุทยุชฺชลํ ๕ ฉ.ม. อิ. เอเตน ภวนฺติ วตฺตาโร "น กสฺสจิ อญฺญสฺส, นนุ อมฺหากํ มหาราชา ปูริตจกฺกวตฺติวตฺโต, ตสฺเสตํ นิพฺพตฺตนฺ"ติ. อถ โส จ มหาชโน, โย จ อญฺโญ ปสฺสติ, สพฺโพ จกฺกรตนเมว อนุคจฺฉติ. ตํปิ จกฺกรตนํ รญฺโญเยว อตฺถาย อตฺตโน อาคตภาวํ ญาเปตุกามํ วิย สตฺตกฺขตฺตุํ ปาการมตฺถเกเนว นครํ อนุปริยายิตฺวา, ๑- อถ รญฺโญ ปุรํ ๒- ปทกฺขิณํ กตฺวา อนฺเตปุรสฺส จ อุตฺตรสีหปญฺชรสทิเส ฐาเน ยถา คนฺธปุปฺผาทีหิ สุเขน สกฺกา โหติ ปูเชตุํ, เอวํ อกฺขาหตํ วิย ติฏฺฐติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอวํ ฐิตสฺส ปนสฺส วาตปานฉิทฺทาทีหิ ปวิสิตฺวา นานาวิราครตนปฺปภาสมุชฺชลํ อนฺโตปาสาทํ กุรุมานํ ๓- ปภาสมูหํ ทิสฺวา ทสฺสนตฺถาย สญฺชาตาภิลาโส ราชา โหติ. ปริชโนปิสฺส ปิยวจนมารพฺภ ๔- เตน อาคนฺตฺวา ตมตฺถํ นิเวเทติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อถ ราชา พลปีติปาโมชฺชผุฏฺฐสรีโร ปลฺลงฺกํ โมเจตฺวา อุฏฺฐายาสนา สีหปญฺชรสมีปํ คนฺตฺวา ตํ จกฺกรตนํ ทิสฺวา "สุตํ โข ปน เมตนฺ"ติ อาทิกํ จิตฺตํ ๕- จินฺตยติ. มหาสุทสฺสนสฺสาปิ สพฺพนฺตํ ตเถว อโหสิ. เตน วุตฺตํ "ทิสฺวา รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส ฯเปฯ อสฺสํ นุ โน อหํ ราชา จกฺกวตฺตี"ติ. ตตฺถ โส โหติ ราชา จกฺกวตฺตีติ กิตฺตาวตา จกฺกวตฺตี โหตีติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๒๔๔] เอกงฺคุลทฺวงฺคุลมตฺตํปิ จกฺกรตเน อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปวตฺเต อิทานิ ตสฺส ปวตฺตาปนตฺถํ ยํ กาตพฺพํ, ตํ ทสฺเสนฺโต อถโข อานนฺทาติ อาทิมาห.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ อุฏฺฐายาสนาติ นิสินฺนาสนโต อุฏฺฐหิตฺวา จกฺกรตนสมีปมาคนฺตฺวา. สุวณฺณภิงฺคารํ คเหตฺวาติ หตฺถิโสณฺฑสทิสปนาฬึ สุวณฺณภิงฺคารํ อุกฺขิปิตฺวา. อนฺวเทว ราชา มหาสุทสฺสโน สทฺธึ จตุรงฺคินิยา เสนายาติ สพฺพจกฺกวตฺตีนํ หิ อุทเกน อพฺภุกฺกิริตฺวา "อภิวิชินาตุ ภวํ จกฺกรตนนฺ"ติ วจนสมนนฺตรเมว เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา จกฺกรตนํ ปวตฺตติ. ยสฺส ปวตฺตสมนนฺตรกาลเมว ๖- โส ราชา จกฺกวตฺตี นาม โหติ. ปวตฺเต ปน จกฺกรตเน

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๘๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. มหาสุทัสสนสูตร”