อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในบทว่า เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพนี้ ความว่า กามุปาทานเป็นปัจจัยแห่งกรรมภพ ๓ และอุปปัตติภพ ๓ แม้บทที่เหลือก็อย่างนั้น พึงทราบภพ ๒๔ มีอุปาทานเป็นปัจจัย กรรมภพ ๑๒ ย่อมได้ในบทนี้โดยตรง อุปาทานแห่งกรรมภพเหล่านั้น เป็นปัจจัยแห่งที่สุดของสหชาตบ้าง แห่งที่สุดของอุปนิสัยบ้าง.

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

Tattha pariyāyenāti kāraṇena. Sabbena sabbaṃ sabbathā sabbanti nipātadvayametaṃ. Tassattho "sabbākārena sabbā sabbena sabhāvena sabbā jāti nāma yadi na bhaveyyā"ti. Bhavādīsupi imināva nayena attho veditabbo. Kassacīti amiyamavacanametaṃ, devādīsu yassa kassaci. Kimhicīti idaṃpi aniyamavacanameva, kāmabhavādīsu navasu bhavesu yattha katthaci. Seyyathīdanti aniyamitaniyamanikkhittaattha- vibhājanaṭṭhe nipāto, tassattho "yaṃ vuttaṃ `kassaci kimhicī'ti, tassa te atthaṃ vibhajissāmī"ti. Atha naṃ vibhajanto "devānaṃ vā devattāyā"ti ādimāha.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า รูปตณฺหา คือ ความอยากในรูปารมณ์ ในสัททตัณหาเป็นต้น ก็มีนัยนี้ ก็ตัณหานี้นั้นย่อมเป็นปัจจัย แห่งที่สุดของสหชาตบ้าง แห่งที่สุดของอุปนิสัยบ้าง ของอุปาทาน.

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในบทว่า ปัจจัยแห่งตัณหา ก็คือเวทนานี้ ความว่า วิบากเวทนา ย่อมเป็นปัจจัยแห่งที่สุดของอุปนิสัยของตัณหา เวทนาอย่างอื่นก็เป็นปัจจัยแม้โดยประการอื่น.

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

@i. ayamidha nikkhittassa atthavibhajanatthe

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ก็ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงตัณหาเบื้องต้นอันมีวัฏฏะเป็นมูล บัดนี้เมื่อจะทรงแสดงถึงตัณหาอันเป็นความฟุ้งสร้าน ด้วยบททั้งหลาย ๙ ดุจบุคคลทุบที่หลัง หรือจับที่ผมแล้วผลักคนที่กำลังร้องขอชีวิตออกจากทาง จึงตรัสคำเป็นอาทิว่า ดูก่อนอานนท์ ก็ด้วยประการดังนี้แล คำนี้ คือเพราะอาศัยเวทนาจึงเกิดตัณหาดังนี้.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๒๒๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหานิทานสูตร”