อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปตฺถนํ กตฺวา ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโตติ. สจฺจเมตํ, ปจฺจเวกฺขณานุภาเวน ปนสฺส เอวํ จิตฺตํ นมิ. ตสฺส หิ สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา สตฺตานํ กิเลสคฺคหณตํ ธมฺมสฺส จ คมฺภีรตํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส สตฺตานํ กิเลสคฺคหณตา จ ธมฺมสฺส คมฺภีรตา จ สพฺพากาเรน ปากฏา ชาตา. อถสฺส "อิเม สตฺตาว กญฺชิกปุณฺณลาวุ ๕- วิย ตกฺกภริตจาฏิ ๖- วิย วสาเตลเตมิตปฏปิโลติกา ๗- วิย อญฺชนมกฺขิตหตฺโถ วิย กิเลสภริตา อติสงฺกิลิฏฺฐา ราครตฺตา โทสทุฏฺฐา โมหมุฬฺหา เต กึ นาม ปฏิวิชฺฌิสฺสนฺตี"ติ จินฺตยโต กิเลสคฺคหณปจฺจเวกฺขณานุภาเวนาปิ เอวํ จิตฺตํ นมิ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ ดูเทียบ ม.มู. (แปล) ๑๒/๒๘๒/๓๐๖-๓๐๗, สํ.ส. (แปล) ๑๕/๑๗๒/๒๓๒

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

"อยญฺจ ธมฺโม ปฐวีสนฺธารกอุทกกฺขนฺโธ วิย คมฺภีโร, ปพฺพเตน ปฏิจฺฉาเทตฺวา ฐปิโต สาสโป วิย ทุทฺทโส, สตธา ภินฺนสฺส วาลสฺส โกฏิยา

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๒ ประตูแห่งอมตะ หมายถึงอริยมรรคที่เป็นทางแห่งอมตะคือพระนิพพาน (ที.ม.อ. ๗๑/๖๗) พันธุมดีราชธานี บอกราชโอรสพระนามว่าขัณฑะและบุตรปุโรหิตชื่อติสสะว่า ‘พระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จถึงกรุงพันธุมดีราชธานี ประทับอยู่ที่เขมมฤคทายวัน มีพระประสงค์จะพบท่านทั้งสอง’

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

นายทายบาลทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว เข้าไปยังกรุงพันธุมดีราชธานี กราบทูล แก่พระราชโอรสพระนามว่าขัณฑะและบอกบุตรปุโรหิตชื่อติสสะดังนี้ว่า ‘พระวิปัสสี พุทธเจ้าเสด็จถึงกรุงพันธุมดีราชธานี ประทับอยู่ที่เขมมฤคทายวัน มีพระประสงค์ จะพบท่านทั้งสอง’

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓ ฉ.ม., ตาเรสฺสามิ, อิ. ตาเรยฺยามิ ๔ อิ. ตารยิสฺสํ สเทวเกติ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๗๔] พระราชโอรสพระนามว่าขัณฑะและบุตรปุโรหิตชื่อติสสะ สั่งให้บุรุษ เทียมยานพาหนะคันงามๆ แล้วขึ้นยานพาหนะคันงามออกจากกรุงพันธุมดีราชธานี พร้อมกับยานพาหนะคันงามๆ ติดตามอีกหลายคัน ขับตรงไปยังเขมมฤคทายวัน จนสุดทางที่ยานพาหนะจะเข้าไปได้ แล้วลงจากยานเดินตรงเข้าไปเฝ้าพระวิปัสสี พุทธเจ้าถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๐๓

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. มหาปทานสูตร”